บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.08
+0.06 (+1.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11927 out_tok=2763 at=2026-07-25T04:10:32 -->
# CNT Q2/2566 พลิกขาดทุนสุทธิลดลง รับอานิสงส์รายได้งานก่อสร้างพุ่ง
## รายได้ก่อสร้างฟื้นตัวช่วยลดขาดทุนสุทธิ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งหา backlog ใหม่เพื่อรักษาโมเมนตัม
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 3.9 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 6.7 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้งานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราการขาดทุนสุทธิของ CNT ลดลงในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้งานก่อสร้าง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 74.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ 1,281.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มเป็น 2,233.8 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 แม้ว่าบริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ช่วยลดผลขาดทุนลงได้อย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้งานก่อสร้างเป็นผลมาจากการ **ทยอยรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่ยกมาจากปีก่อน** ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 2.3% เป็น 2.8% ซึ่งช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้นได้ถึง 105.9% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับโครงการ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้งานก่อสร้างจะปรับตัวดีขึ้น แต่ฝ่ายจัดการยังคงให้ความสำคัญกับการเร่งหา backlog ใหม่ เพื่อให้บริษัทมีงานต่อเนื่อง เนื่องจากโครงการก่อสร้างปัจจุบันใกล้แล้วเสร็จ โดยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสได้งานใหม่มูลค่าประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จากมูลค่าประมูลงานที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 13,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการลงทุนภาครัฐที่ยังทรงตัว อาจส่งผลต่อการได้งานใหม่ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2566 เติบโต 74.6%** แตะ 2,246.3 ล้านบาท จาก 1,285.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิ Q2/2566 ลดลง 41.3%** เหลือ 3.9 ล้านบาท จาก 6.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2566 ปรับดีขึ้น** เป็น 2.8% จาก 2.3% ในปีก่อน
* **งานคงเหลือ (Backlog) ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท**
* **บริษัทฯ ได้รับงานใหม่ 2 โครงการในเดือน ก.ค. 2566 มูลค่ารวม 209 ล้านบาท**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,246.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 961.4 ล้านบาท หรือ 74.6% จาก 1,285.2 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 74.3% จากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่ยกมาจากปีก่อน ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.3% เป็น 2.8% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 105.9% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.8 ล้านบาทจากการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ และรายได้ทางการเงินสุทธิลดลง 17.7 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 3.9 ล้านบาท ลดลง 2.8 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,007.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,478.7 ล้านบาท หรือ 58.5% จาก 2,528.9 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 1,471.8 ล้านบาท หรือ 58.9% ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.3% เป็น 3.4% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 17.8 ล้านบาทจากการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 5.9 ล้านบาท ลดลง 13.1 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง:** คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างจะเริ่มดีขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ปี 2566 หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการเพิ่มขึ้นของความเชื่อมั่นในการลงทุน
* **โครงการใหม่ในธุรกิจพลังงานทดแทน:** บริษัทย่อย CNESD มีความคืบหน้าในการดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และมีข้อตกลงกับบริษัทญี่ปุ่นที่มีความโดดเด่น
* **การขยายธุรกิจสู่กลุ่มลูกค้าใหม่:** บริษัทย่อยใหม่ Christiani & Nielsen DCM Co., Ltd. ได้รับสัญญาว่าจ้างก่อสร้างโครงการในจังหวัดภูเก็ต มูลค่าประมาณ 180 ล้านบาท และยังคงร่วมประมูลงานอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในธุรกิจบางประเภท:** มีการลงทุนขยายตัวในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้าง
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางการเมือง:** ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทำงบประมาณปี 2567 และการอนุมัติโครงการใหม่ของภาครัฐ
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนภาคเอกชน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้าง:** ยังคงรุนแรง เนื่องจากโครงการที่ถูกพัฒนาไปสู่การก่อสร้างจริงมีจำนวนน้อย
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการเงินสูงขึ้น และมาตรการปล่อยสินเชื่อยังคงเข้มงวด
* **สภาพอากาศและภัยแล้ง:** อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานก่อสร้างบางโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าในการหา backlog ใหม่:** การได้งานใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการดำเนินงาน
* **การจัดตั้งรัฐบาลและการดำเนินนโยบายภาครัฐ:** จะส่งผลต่อการลงทุนภาครัฐและการอนุมัติโครงการใหม่ๆ
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในธุรกิจพลังงานทดแทน:** ศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรในระยะยาว
* **การขยายธุรกิจของบริษัทย่อยใหม่:** ความสามารถในการคว้าสัญญางานใหม่ๆ และการเติบโตของรายได้
* **แนวโน้มต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรง:** หากมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **มูลค่าโอน/Presale:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลนี้โดยตรง แต่เน้นที่รายได้จากการก่อสร้างที่รับรู้
* **Backlog:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 มีงานคงเหลือยกมาประมาณ 9,000 ล้านบาท
* **เปิดโครงการใหม่:** ไม่ได้ระบุการเปิดโครงการใหม่ของบริษัทฯ โดยตรง แต่กล่าวถึงการประมูลงานใหม่ๆ
* **Occupancy/Rental Yield:** มีรายได้จากการให้เช่าพื้นที่สำนักงาน 5.5 ล้านบาทในครึ่งปีแรก แต่ไม่ได้ระบุอัตราผลตอบแทน
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 1,421.2 ล้านบาท หรือ 36.8% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **D/E:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.31 เท่า สูงกว่าปี 2565 ที่ 2.76 เท่า
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่กล่าวถึงการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับโครงการที่มีระยะเวลาชำระหนี้ยาวนาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 7,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 734 ล้านบาท จากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นตามรายได้งานก่อสร้างที่สูงขึ้น และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 146 ล้านบาท จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและที่ดินอาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการกู้ยืมเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 571.3 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีระยะเวลาชำระหนี้ยาวนาน และเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 464.1 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,644 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2566
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.94 เท่า ซึ่งเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.31 เท่า สูงกว่าปี 2565 ที่ 2.76 เท่า เนื่องจากมีการกู้ยืมเงินเพิ่มเติม
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิของ CNT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการฟื้นตัวของรายได้งานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการเดิม แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมจะยังคงเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก แต่การเร่งหา backlog ใหม่และการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงานทดแทน เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้บริษัทกลับมามีกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CNT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,940.39
ล้านบาท
↑ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
109.78
ล้านบาท
↑ 77.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.66
%
กำไรสุทธิ
14.46
ล้านบาท
↑ 74.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.75
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,940
↑ + 7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↑ + 77.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↑ + 74.5%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CNT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
4.50
ROA (%)
1.53
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CNT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+376
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+82
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CNT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.25
-40.70%
|
634.52
-204.62%
|
-606.50
-14.47%
|
-709.08
+274.52%
|
-189.33
-968.09%
|
21.81
-128.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.47
-49.07%
|
161.93
-26.14%
|
219.25
+617.68%
|
30.55
-132.62%
|
-93.64
+4,751.81%
|
-1.93
-91.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-470.75
-24.49%
|
-623.44
-34.30%
|
-948.97
-616.95%
|
183.57
+1.27%
|
181.26
-8,856.52%
|
-2.07
-100.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.76
-106.86%
|
171.53
+98.32%
|
86.49
-117.42%
|
-496.56
+388.16%
|
-101.72
-692.43%
|
17.17
-70.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.88
-23.77%
|
170.37
-19.62%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|
181.91
+69.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
187.61
+44.45%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|