บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.08
+0.06 (+1.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9588 out_tok=2743 at=2026-07-25T14:28:49 -->
# CNT กำไร Q3/64 พลิกขาดทุน เหตุรายได้วูบหนักจากโควิด-19
## รายได้ก่อสร้างหด 27% กดดันกำไรขั้นต้นต่ำสุดรอบ 3 ปี ฝ่ายบริหารเร่งคุมต้นทุน
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 44 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 14 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 27.2% ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารและการเงินปรับลดลงช่วยบรรเทาผลกระทบไปได้บางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำใหผลประกอบการของ CNT ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การลดลงอย่างรุนแรงของรายได้จากงานก่อสร้างและบริการที่หดตัวถึง 27.2% (YoY)** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 4.9% ใน Q3/63 เหลือเพียง 0.4% ใน Q3/64** แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินจะลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปและอัตรากำไรที่ลดลงได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากงานก่อสร้างลดลงอย่างมาก มาจาก **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19** ที่ส่งผลให้โครงการก่อสร้างหลายแห่งในกรุงเทพฯ ถูกสั่งปิดตามคำสั่งของ ศบค. รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานและการส่งมอบอุปกรณ์ก่อสร้างที่ล่าช้า นอกจากนี้ **ต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาเหล็กและเหล็กเส้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว** ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสที่จะเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการปิดสถานที่ก่อสร้างและการขาดแคลนแรงงานเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งอาจคลี่คลายลงเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้น แต่ความท้าทายจาก **ต้นทุนเหล็กและแรงงานที่พุ่งสูงขึ้น** นั้นคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบไปจนถึงปีหน้า ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรของโครงการในอนาคตได้ นอกจากนี้ การที่ภาคเอกชนหดตัวลงและผู้ประกอบการมีแนวโน้มหันไปรับงานภาครัฐมากขึ้น อาจส่งผลต่อการแข่งขันและการรับงานของบริษัทฯ ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 44 ล้านบาทใน Q3/64** พลิกจากกำไร 14 ล้านบาทใน Q3/63
* **รายได้รวมลดลง 27.1% (YoY)** ใน Q3/64 อยู่ที่ 1,359.0 ล้านบาท จาก 1,863.7 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 4.9% ใน Q3/63 เหลือ 0.4% ใน Q3/64
* **ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง** โดยเฉพาะราคาเหล็ก เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 13.1% (YoY)** จากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
* **สินทรัพย์รวมลดลง 11.8%** ณ สิ้น Q3/64 อยู่ที่ 5,610 ล้านบาท จาก 6,360.9 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563
* **หนี้สินรวมลดลง 15.7%** ณ สิ้น Q3/64 อยู่ที่ 3,592 ล้านบาท จาก 4,258 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนดีขึ้น** จาก 2.02 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 1.78 เท่า ณ สิ้น Q3/64
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,359.0 ล้านบาท ลดลง 504.7 ล้านบาท หรือ 27.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากงานก่อสร้างที่ลดลง 537.5 ล้านบาท หรือ 29.1% เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โครงการก่อสร้างหลายแห่งถูกปิด และปัญหาขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 85.5 ล้านบาท หรือ 94.6% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 0.4% เทียบกับ 4.9% ในปีก่อน ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็ก เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 9.2 ล้านบาท หรือ 13.1% และต้นทุนทางการเงินลดลง 2.7 ล้านบาท ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน ส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 44.2 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 14.1 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,796.4 ล้านบาท ลดลง 751.3 ล้านบาท หรือ 13.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 41.0 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 63.8 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 5.0% เหลือ 2.9% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 138.2 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19** หากสถานการณ์คลี่คลาย จะช่วยให้โครงการก่อสร้างกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ และลดผลกระทบจากการปิดสถานที่ก่อสร้าง
* **การปรับกลยุทธ์เข้ารับงานก่อสร้างจากภาครัฐมากขึ้น** ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ทดแทนภาคเอกชนที่ชะลอตัว
* **การนำเทคโนโลยีการก่อสร้างมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพในระยะยาว** อาจช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19** และมาตรการควบคุมที่อาจกลับมาเข้มงวดอีกครั้ง
* **ความผันผวนของราคาต้นทุนวัตถุดิบ** โดยเฉพาะเหล็กและวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน** ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความล่าช้าในการส่งมอบงาน
* **การชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลกระทบต่อมูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชน
* **ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง** แม้ว่า D/E จะดีขึ้น แต่การขาดทุนต่อเนื่องอาจส่งผลต่อความสามารถในการบริหารจัดการกระแสเงินสด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการกลับมาเปิดดำเนินการของโครงการที่ถูกสั่งปิด** และความสามารถในการเร่งรัดงานเพื่อชดเชยความล่าช้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและแรงงาน** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในโครงการใหม่ๆ
* **การปรับตัวเพื่อเข้ารับงานภาครัฐ** และความสามารถในการแข่งขันในตลาดงานภาครัฐ
* **การพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนของบริษัทย่อย** และผลตอบแทนจากการลงทุน
* **แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและภาคการก่อสร้าง** ในช่วงไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการโอน/Presale:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับยอดขายรอโอน (Backlog) หรือยอดขายใหม่ (Presale) โดยตรง แต่ระบุว่ารายได้จากงานก่อสร้างลดลง 27.2% ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้รายได้จากโครงการที่กำลังดำเนินการ
* **Backlog:** ไม่มีการระบุตัวเลข Backlog ในเอกสาร
* **การเปิดโครงการใหม่:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดโครงการใหม่
* **Occupancy/Rental Yield:** ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ CNT ในงวดนี้
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีการระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาเหล็กและเหล็กเส้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนงานก่อสร้าง
* **D/E:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนดีขึ้นจาก 2.02 เท่า เป็น 1.78 เท่า ณ สิ้น Q3/64
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารระบุว่าเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 199 ล้านบาท ซึ่งใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 48 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 121 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,610 ล้านบาท ลดลง 11.8% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่ลดลง 753 ล้านบาท เนื่องจากลูกหนี้การค้าลดลงจากการเก็บหนี้ได้และการลดลงของรายได้งานก่อสร้าง สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2 ล้านบาท โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 119 ล้านบาท จากงานระหว่างก่อสร้างโรงไฟฟ้าของบริษัทย่อย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,592 ล้านบาท ลดลง 15.7% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินที่เกิดจากสัญญาที่ลดลงตามสัดส่วนรายได้ที่ลดลง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนดีขึ้นจาก 2.02 เท่า เป็น 1.78 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,018 ล้านบาท ลดลง 4.0% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 จำนวน 41 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 199 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ นำไปใช้ในการลงทุน 48 ล้านบาท และใช้ในการจัดหาเงิน 121 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ CNT ในไตรมาส 3 ปี 2564 สะท้อนถึงความท้าทายอย่างหนักจากปัจจัยภายนอก ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานก่อสร้าง และต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นจนถึงขั้นวิกฤต แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและปรับโครงสร้างหนี้สินให้ดีขึ้น แต่การพลิกขาดทุนสุทธิเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไร รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CNT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,940.39
ล้านบาท
↑ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
109.78
ล้านบาท
↑ 77.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.66
%
กำไรสุทธิ
14.46
ล้านบาท
↑ 74.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.75
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,940
↑ + 7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↑ + 77.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↑ + 74.5%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CNT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
4.50
ROA (%)
1.53
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CNT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+376
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+82
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CNT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.25
-40.70%
|
634.52
-204.62%
|
-606.50
-14.47%
|
-709.08
+274.52%
|
-189.33
-968.09%
|
21.81
-128.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.47
-49.07%
|
161.93
-26.14%
|
219.25
+617.68%
|
30.55
-132.62%
|
-93.64
+4,751.81%
|
-1.93
-91.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-470.75
-24.49%
|
-623.44
-34.30%
|
-948.97
-616.95%
|
183.57
+1.27%
|
181.26
-8,856.52%
|
-2.07
-100.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.76
-106.86%
|
171.53
+98.32%
|
86.49
-117.42%
|
-496.56
+388.16%
|
-101.72
-692.43%
|
17.17
-70.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.88
-23.77%
|
170.37
-19.62%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|
181.91
+69.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
187.61
+44.45%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|