บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.08
+0.06 (+1.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7756 out_tok=3084 at=2026-07-27T08:57:16 -->
# CNT กำไรสุทธิ Q2/64 หดตัว 47.8% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-รายได้ก่อสร้างวูบ
## รายได้-กำไร Q2/64 ปรับตัวลง เหตุต้นทุนเหล็กพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารและต้นทุนการเงินลดลงช่วยพยุง
บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 15 ล้านบาท ลดลง 47.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างที่ลดลงเล็กน้อย ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัว อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ CNT ในไตรมาส 2 ปี 2564 และครึ่งปีแรกปรับตัวลดลง มาจาก **การหดตัวของกำไรขั้นต้น** โดยในไตรมาส 2 กำไรขั้นต้นลดลง 23.2% (จาก 103.0 ล้านบาท เป็น 79.2 ล้านบาท) และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 5.7% เป็น 4.5% สำหรับครึ่งปีแรก กำไรขั้นต้นลดลง 18.1% (จาก 184.5 ล้านบาท เป็น 151.1 ล้านบาท) และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 5.0% เป็น 4.3% แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเพียงเล็กน้อย (Q2: -0.9%, 6M: -4.8%) แต่การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 47.8% ใน Q2 และ 42.0% ใน 6M
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุสาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาเหล็ก** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนงานก่อสร้าง ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง นอกจากนี้ รายได้จากงานก่อสร้าง การขายและบริการในไตรมาส 2 ลดลง 0.9% (16.7 ล้านบาท) และในครึ่งปีแรก 4.8% (169.3 ล้านบาท) ซึ่งสืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกสามที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 11.1 ล้านบาทใน Q2 และ 20.6 ล้านบาทใน 6M รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 4.8 ล้านบาทใน Q2 และ 9.0 ล้านบาทใน 6M จากการกู้ยืมเงินระยะสั้นที่ลดลง ช่วยพยุงผลประกอบการไม่ให้ลดลงไปมากกว่านี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นเป็นสาเหตุหลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วราคา commodity เช่น เหล็ก มีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลกและอุปสงค์-อุปทาน การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็น "ราคาเหล็กมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว" อาจบ่งชี้ว่าเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แต่หากแนวโน้มราคายังคงสูงต่อเนื่อง หรือมีปัจจัยอื่นเข้ามาซ้ำเติม อาจส่งผลกระทบในระยะยาวได้ การที่รายได้งานก่อสร้างลดลงเล็กน้อยนั้นสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ในอนาคตหากโครงการใหม่ๆ ชะลอตัว หรือการดำเนินงานล่าช้า อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 อยู่ที่ 15.0 ล้านบาท ลดลง 47.8% YoY** จาก 28.6 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 6M/64 อยู่ที่ 22.5 ล้านบาท ลดลง 42.0% YoY** จาก 38.9 ล้านบาท
* **รายได้รวม 6M/64 อยู่ที่ 3,514.1 ล้านบาท ลดลง 4.8% YoY** จาก 3,684.0 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น 6M/64 ลดลง 18.1% YoY** จาก 184.5 ล้านบาท เป็น 151.1 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/64 อยู่ที่ 4.5%** ลดลงจาก 5.7% ใน Q2/63
* **อัตรากำไรขั้นต้น 6M/64 อยู่ที่ 4.3%** ลดลงจาก 5.0% ใน 6M/63
* **สาเหตุหลักของกำไรที่ลดลง:** ต้นทุนวัตถุดิบ (ราคาเหล็ก) ปรับสูงขึ้น และรายได้งานก่อสร้างลดลง
* **ปัจจัยบวก:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 13.8% ใน 6M/64 และต้นทุนทางการเงินลดลง 80.9% ใน Q2/64 และ 80.9% ใน 6M/64
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,784.5 ล้านบาท ลดลง 0.9% หรือ 16.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากงานก่อสร้าง การขายและบริการที่ลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 23.2% หรือ 23.9 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็ก ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 5.7% เป็น 4.5% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 11.1 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 4.8 ล้านบาท ช่วยบรรเทาผลกระทบ ทำให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 อยู่ที่ 15.0 ล้านบาท ลดลง 47.8% หรือ 13.6 ล้านบาท
สำหรับงวดครึ่งแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,514.1 ล้านบาท ลดลง 4.8% หรือ 169.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรขั้นต้นลดลง 18.1% หรือ 33.4 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 5.0% เป็น 4.3% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเช่นกัน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลง 20.6 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 9.0 ล้านบาท แต่ผลกระทบจากกำไรขั้นต้นที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดครึ่งแรกของปี 2564 อยู่ที่ 22.5 ล้านบาท ลดลง 42.0% หรือ 16.3 ล้านบาท
## โอกาส
* **การใช้จ่ายภาครัฐที่ยังขยายตัว:** แม้การลงทุนหมวดก่อสร้างจะปรับลดลง แต่การใช้จ่ายภาครัฐโดยรวมยังขยายตัว ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ
* **การส่งออกสินค้าปรับดีขึ้น:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศคู่ค้าช่วยพยุงการลงทุนภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลดีต่อภาคการก่อสร้างในระยะต่อไป
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากรายได้และกำไรที่ลดลง
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเอกชน การบริโภค และการท่องเที่ยว ทำให้ความต้องการในภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการก่อสร้างโดยรวมยังอ่อนแอ
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ราคาเหล็กและวัตถุดิบก่อสร้างอื่นๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างอาจส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของโครงการ และอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินที่เกิดจากสัญญา:** หนี้สินที่เกิดจากสัญญาลดลง 30.7% (465.5 ล้านบาท) ซึ่งอาจสะท้อนถึงการรับรู้รายได้ที่ลดลง หรือการบริหารจัดการสัญญาที่ดีขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กและวัตถุดิบก่อสร้าง:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไปอย่างไร
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** มูลค่า Backlog ที่มีอยู่จะสามารถรับรู้รายได้ได้ตามแผนหรือไม่ และจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้มีกำไรได้หรือไม่
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ของบริษัทฯ และภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ผลกระทบต่อการดำเนินงานของโครงการ และความต้องการในภาคอสังหาริมทรัพย์
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การเปลี่ยนแปลงของลูกหนี้การค้าและเงินสดที่ลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการโอน/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลมูลค่าการโอน (Presale/Backlog) โดยตรง แต่รายได้จากงานก่อสร้างที่ลดลง 4.8% ใน 6M/64 บ่งชี้ถึงการรับรู้รายได้ที่ลดลง ซึ่งอาจมาจากโครงการที่แล้วเสร็จ หรือการชะลอตัวของโครงการใหม่
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็ก เป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลง 52.0% (773.4 ล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเก็บหนี้ได้มากขึ้น แต่ก็อาจสะท้อนถึงรายได้ที่ลดลงด้วยเช่นกัน ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 26.7% (64.0 ล้านบาท)
* **อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** มีมูลค่า 287.5 ล้านบาท คงที่จากสิ้นปี 2563 ไม่ได้ระบุข้อมูลรายได้ค่าเช่าหรือ Occupancy Rate
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,792.4 ล้านบาท ลดลง 8.9% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 11.2% ส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่ลดลง 773.4 ล้านบาท และเงินสดลดลง 64.0 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น 362.9 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,717.7 ล้านบาท ลดลง 12.7% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินที่เกิดจากสัญญาลดลง 465.5 ล้านบาท และหนี้สินตามสัญญาเช่าลดลง 63.3 ล้านบาท ส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 2,074.7 ล้านบาท ลดลง 1.3% จากสิ้นปี 2563
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ดีขึ้นจาก 2.02 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 1.79 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 เนื่องจากหนี้สินรวมลดลงมากกว่าส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
CNT เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็ก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2564 ประกอบกับรายได้งานก่อสร้างที่ลดลงเล็กน้อยตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางจากสถานการณ์โควิด-19 แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมาก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและแผนการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ รวมถึงการรับรู้รายได้จาก Backlog ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CNT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,940.39
ล้านบาท
↑ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
109.78
ล้านบาท
↑ 77.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.66
%
กำไรสุทธิ
14.46
ล้านบาท
↑ 74.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.75
%
D/E Ratio
2.76
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,940
↑ + 7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↑ + 77.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↑ + 74.5%
YoY
D/E Ratio
2.76
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CNT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.76
ROE (%)
4.50
ROA (%)
1.53
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CNT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+376
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+82
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CNT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
376.25
-40.70%
|
634.52
-204.62%
|
-606.50
-14.47%
|
-709.08
+274.52%
|
-189.33
-968.09%
|
21.81
-128.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.47
-49.07%
|
161.93
-26.14%
|
219.25
+617.68%
|
30.55
-132.62%
|
-93.64
+4,751.81%
|
-1.93
-91.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-470.75
-24.49%
|
-623.44
-34.30%
|
-948.97
-616.95%
|
183.57
+1.27%
|
181.26
-8,856.52%
|
-2.07
-100.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.76
-106.86%
|
171.53
+98.32%
|
86.49
-117.42%
|
-496.56
+388.16%
|
-101.72
-692.43%
|
17.17
-70.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.88
-23.77%
|
170.37
-19.62%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|
181.91
+69.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
187.61
+44.45%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
211.95
-30.19%
|
303.60
+26.95%
|
239.14
+31.46%
|