บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.59
+0.04 (+2.58%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล เพิ่มขึ้น 1,023.0 ล้านบาท คิดเป็น 42%YoY
โดยการแพร่ระบาดทวีความรุนแรงขึ้นและ แพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ ทําให้พบผู้ติดเชื้อสะสมเป็นจํานวนมาก จากสถานการณ์ดังกล่าวทําให้รายได้ที่ เกี่ยวเนื่องจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นไปตามกัน โดยมาจากการให้บริการตรวจคัดกรอง, การให้บริการเกี่ยวกับสถาน กักกันโรค (ASQ) และการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โควิด19
นอกจากนั้น รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ไตรมาส 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 515 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 จาก จํานวนเคสที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับอัตราการจ่ายเงินของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จากเดิม 8,250 บาท เป็น 8,750 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ซึ่งมีผลตั้งแต่มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7043 out_tok=2680 at=2026-07-25T12:03:15 -->
# CHG กำไร Q4/65 ดิ่ง 88% รับรายได้โควิดวูบ แต่ผู้ป่วยทั่วไปฟื้นตัว
## รายได้จากการรักษาโควิด-19 หายไปกระทบหนัก ขณะผู้ป่วยนอก-ในกลับมาใช้บริการดันรายได้กลุ่มทั่วไปเพิ่ม
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 216.95 ล้านบาท ลดลง 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิให้กลับสู่ระดับปกติ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เห็นสัญญาณบวกจากการกลับมาใช้บริการของกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ CHG ในไตรมาส 4 ปี 2565 ลดลงถึง 88% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมจากการประกอบกิจการโรงพยาบาลลดลง 55% อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง **การฟื้นตัวของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป** ทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชะลอการลดลงของรายได้โดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้จากโควิด-19 เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่คลี่คลายลง ทำให้ภาครัฐยกเลิกการจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ส่งผลให้รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ลดลง 100% และรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลโดยรวมลดลง 2,145 ล้านบาท (55%) นอกจากนี้ รายได้จากโครงการประกันสังคมก็ลดลง 7% ด้วย
ในทางกลับกัน การกลับมาใช้บริการของโรงพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ทำให้รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้น 938 ล้านบาท (22%) โดยเฉพาะรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้น 627 ล้านบาท (36%) และผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้น 311 ล้านบาท (13%) การฟื้นตัวนี้มาจากการกลับมาใช้บริการศูนย์ความเป็นเลิศต่างๆ เช่น ศูนย์หัวใจ และศูนย์ผ่าตัดกะเพาะ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการกลับมาใช้บริการศูนย์ความเป็นเลิศต่างๆ สะท้อนถึงความต้องการบริการทางการแพทย์ที่กลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 คาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือแทบไม่มีเลยในอนาคต เนื่องจากนโยบายภาครัฐที่เปลี่ยนแปลงไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2565 ลดลง 88% YoY** อยู่ที่ 216.95 ล้านบาท จาก 1,813 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 54% YoY** อยู่ที่ 1,816.21 ล้านบาท จาก 3,934 ล้านบาท
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลลดลง 55% YoY** อยู่ที่ 1,720.91 ล้านบาท จาก 3,866 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 60.61% ใน Q4/64 เป็น 28.60% ใน Q4/65
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 46% ใน Q4/64 เป็น 13% ใน Q4/65
* **รายได้กลุ่มผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้น 22% ในปี 2565** โดยเฉพาะผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่ม 36% และผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่ม 13%
* **รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ลดลง 100% ใน Q4/65 และ 50% ในปี 2565** เนื่องจากนโยบายภาครัฐยกเลิกการจ่ายค่ารักษาพยาบาลโควิด-19
* **สินทรัพย์รวมลดลง 2.56%** อยู่ที่ 10,280 ล้านบาท โดยหลักจากเงินสดลดลง แต่ที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการขยายโรงพยาบาล
* **หนี้สินรวมลดลง 10.81%** อยู่ที่ 2,416 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 CHG รายงานกำไรสุทธิ 216.95 ล้านบาท ลดลง 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,816.21 ล้านบาท ลดลง 54% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 55% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการยกเลิกนโยบายภาครัฐในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลโควิด-19 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 60.61% เป็น 28.60% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 46% เป็น 13%
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,778 ล้านบาท ลดลง 33.9% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยมีรายได้รวม 10,408 ล้านบาท ลดลง 13.3% แม้ว่ารายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปจะเติบโต 22% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่ลดลง 34% ได้ทั้งหมด อัตรากำไรขั้นต้นของทั้งปีลดลงจาก 49.91% เป็น 41.52% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 35% เป็น 27%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไป:** การกลับมาใช้บริการของทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงศูนย์ความเป็นเลิศต่างๆ เป็นสัญญาณบวกที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง
* **การขยายโรงพยาบาล:** การเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยในอนาคต
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำ:** ที่ 0.31 เท่า แสดงถึงความสามารถในการกู้ยืมเพื่อขยายกิจการได้อีกมาก
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับโรคระบาด อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคต
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและภาครัฐ
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมแพทย์ ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ อาจเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป (OPD/IPD) ในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อรักษาอัตรากำไร
* ความคืบหน้าของการขยายโรงพยาบาล และผลตอบรับจากการลงทุน
* นโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคต
* การกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะส่งผลต่อรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
CHG รายงานว่ารายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลในไตรมาส 4 ปี 2565 ลดลง 55% YoY โดยมีรายละเอียดดังนี้:
* **รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป:** ลดลง 15% YoY โดยรายได้ OPD ลดลง 38% แต่รายได้ IPD เพิ่มขึ้น 29% ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและการกลับมาใช้บริการศูนย์ความเป็นเลิศต่างๆ
* **รายได้จากโครงการสวัสดิการภาครัฐ:** ลดลง 76% YoY โดยโครงการประกันสังคมลดลง 7% ขณะที่โครงการภาครัฐอื่นๆ ลดลง 100% เนื่องจากนโยบายภาครัฐยกเลิกการจ่ายค่ารักษาพยาบาลโควิด-19
สำหรับทั้งปี 2565 รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลลดลง 14% YoY โดยรายได้กลุ่มผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้น 22% (OPD +13%, IPD +36%) แต่รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ลดลง 50%
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 28.60% ลดลงจาก 60.61% ในปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13% ลดลงจาก 46% ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่มีอัตรากำไรสูง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 10,280 ล้านบาท ลดลง 2.56% โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 790 ล้านบาท แต่ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงรายได้ค่าบริการทางการแพทย์ค้างรับเพิ่มขึ้น และที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 388 ล้านบาทจากการขยายโรงพยาบาล
หนี้สินรวมลดลง 10.81% อยู่ที่ 2,416 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อใช้หมุนเวียน แต่ภาษีเงินได้ค้างจ่ายลดลงจากการชำระภาษี
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.29% เป็น 7,864 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.31 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ
ในส่วนของกระแสเงินสด ปี 2565 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,629 ล้านบาท ลดลง 1,376 ล้านบาทจากการดำเนินงาน ส่วนกิจกรรมลงทุนใช้ไป 958 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากการก่อสร้างขยายโรงพยาบาล และกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 2,460 ล้านบาทจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
CHG เผชิญกับแรงกดดันด้านกำไรในไตรมาส 4 ปี 2565 จากการหายไปของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงการกลับมาใช้บริการศูนย์ความเป็นเลิศต่างๆ เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญที่คาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป แม้ว่าความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐยังคงมีอยู่ แต่ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและการลงทุนเพื่อขยายศักยภาพของโรงพยาบาล จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHG ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,219.64
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
กำไรขั้นต้น
291.37
ล้านบาท
↓ 146.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13
%
กำไรสุทธิ
224.25
ล้านบาท
↑ 144.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.10
%
D/E Ratio
0.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 14.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
291
↓ -146.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
224
↑ + 144.8%
YoY
D/E Ratio
0.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.24
ROE (%)
11.96
ROA (%)
12.11
Book Value/หุ้น
0.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,082
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+76
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,082.27
+54.41%
|
-700.91
-48.43%
|
-1,359.18
+64.05%
|
-828.52
-153.42%
|
1,551.06
+187.61%
|
539.29
+39.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
76.11
-72.38%
|
275.52
-62.15%
|
728.01
+531.57%
|
115.27
+810.51%
|
12.66
-115.01%
|
-84.37
-75.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
628.73
+11.09%
|
565.95
-49.86%
|
1,128.76
-19.51%
|
1,402.36
-617.04%
|
-271.23
-44.84%
|
-491.73
+448.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-259.84
+66.09%
|
-156.45
-131.44%
|
497.56
-27.80%
|
689.11
-46.68%
|
1,292.48
-3,611.22%
|
-36.81
-25.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|
467.55
-0.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,768.19
+4.52%
|
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|