บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.59
+0.04 (+2.58%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล เพิ่มขึ้น 1,023.0 ล้านบาท คิดเป็น 42%YoY
โดยการแพร่ระบาดทวีความรุนแรงขึ้นและ แพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ ทําให้พบผู้ติดเชื้อสะสมเป็นจํานวนมาก จากสถานการณ์ดังกล่าวทําให้รายได้ที่ เกี่ยวเนื่องจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นไปตามกัน โดยมาจากการให้บริการตรวจคัดกรอง, การให้บริการเกี่ยวกับสถาน กักกันโรค (ASQ) และการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โควิด19
นอกจากนั้น รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ไตรมาส 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 515 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 จาก จํานวนเคสที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับอัตราการจ่ายเงินของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จากเดิม 8,250 บาท เป็น 8,750 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ซึ่งมีผลตั้งแต่มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5483 out_tok=2789 at=2026-07-25T13:21:46 -->
CHG กำไร Q1/2565 พุ่ง 439% รับอานิสงส์โควิด-19 หนุนรายได้
CHG โชว์ผลงานไตรมาส 1/2565 กำไรสุทธิพุ่งกว่า 4 เท่าตัว แตะ 1,356.4 ล้านบาท หลังรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และวัคซีนทางเลือก ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CHG มีผลประกอบการโดดเด่นในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมหาศาลของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล โดยเฉพาะรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด-19 และการให้บริการฉีดวัคซีน** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 439% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากหลายส่วน ประกอบด้วย:
1. **รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นถึง 1,174%**: ส่วนใหญ่มาจากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เช่น การตรวจคัดกรอง RT-PCR และ ATK, การรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล, โรงพยาบาลสนาม, Hospitel และการดูแลผู้ป่วย Home Isolation
2. **รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปที่เพิ่มขึ้น 79%**: แบ่งเป็นรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เพิ่มขึ้น 86% และผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้น 70% โดยมีปัจจัยหนุนจากการบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19, การฉีดวัคซีนทางเลือก และการกลับมาใช้บริการของประชาชนทั่วไป
3. **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ**: อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 29.70% เป็น 52.34% และอัตรากำไรสุทธิจาก 17% เป็น 37% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลในเอกสาร **มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น** เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์ Omicron ที่ยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมากในช่วงต้นปี 2565 ทำให้มีความต้องการบริการตรวจคัดกรองและรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการฉีดวัคซีนภาครัฐและเปิดให้บริการวัคซีนทางเลือก ก็ยังคงเป็นปัจจัยหนุนรายได้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตในระดับสูงเช่นนี้อาจเป็นลักษณะเฉพาะของช่วงการระบาดที่รุนแรง และต้องติดตามแนวโน้มการระบาดและนโยบายสาธารณสุขในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 439% YoY**: อยู่ที่ 1,356.4 ล้านบาท จาก 251.8 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
* **รายได้รวมโต 147% YoY**: แตะ 3,638.3 ล้านบาท โดยรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นถึง 152%
* **รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ เติบโตโดดเด่น**: เพิ่มขึ้น 1,174% เป็น 1,605.3 ล้านบาท จากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
* **อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิปรับตัวดีขึ้นมาก**: จาก 29.70% เป็น 52.34% และจาก 17% เป็น 37% ตามลำดับ
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 17%**: เป็น 12,347 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 1,073 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำ**: ที่ 0.34 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 3,638.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีรายได้ 1,472.0 ล้านบาท การเติบโตนี้ขับเคลื่อนหลักโดยรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นถึง 152% เป็น 3,571.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1,174% จากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปที่เพิ่มขึ้น 79% จากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19, วัคซีนทางเลือก และการกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยทั่วไป
ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 71% เป็น 1,702.1 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 29.70% ในปีก่อน เป็น 52.34% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 28% เป็น 204.6 ล้านบาท
ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างมากและอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2565 พุ่งสูงถึง 1,356.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 439% เมื่อเทียบกับ 251.8 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 37%
## โอกาส
* **การบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19**: การเข้าร่วมกับภาครัฐในการดูแลผู้ติดเชื้อ ทั้งการตรวจคัดกรอง การรักษาในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม Hospitel และ Home Isolation รวมถึงการให้บริการฉีดวัคซีนภาครัฐและวัคซีนทางเลือก ยังคงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้
* **การกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยทั่วไป**: การที่ประชาชนกลับมาใช้บริการสถานพยาบาลเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสในการฟื้นตัวของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป (OPD และ IPD)
* **ศักยภาพในการขยายกิจการ**: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำ (0.34 เท่า) แสดงถึงความสามารถในการก่อหนี้เพื่อรองรับการขยายกิจการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19**: การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล**: การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ต้นทุนการดำเนินงาน**: การเพิ่มขึ้นของต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์ วัสดุทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19**: จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง หรือเริ่มลดลงตามสถานการณ์การระบาด
* **การฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไป**: อัตราการเติบโตของรายได้ OPD และ IPD ที่ไม่ใช่โควิด-19
* **การบริหารจัดการต้นทุน**: โดยเฉพาะต้นทุนบุคลากรและวัสดุทางการแพทย์ เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง
* **แผนการขยายสาขาหรือการลงทุนใหม่ๆ**: เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
* **นโยบายภาครัฐ**: ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการแพทย์และระบบประกันสุขภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลเติบโตอย่างก้าวกระโดด 152% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้โครงการภาครัฐอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นถึง 1,174% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เช่น การตรวจคัดกรอง (RT-PCR, ATK) การรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล, โรงพยาบาลสนาม, Hospitel และ Home Isolation นอกจากนี้ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป (OPD/IPD) ก็เติบโต 79% จากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19, วัคซีนทางเลือก และการกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยทั่วไป รายได้โครงการประกันสังคมเติบโต 4% จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 17% จากการรับจ้างบริหารงาน
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 29.70% เป็น 52.34% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 37% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะจากบริการที่มีอัตรากำไรสูง
**การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ ยังคงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 12,347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 1,073 ล้านบาท และลูกหนี้การค้ากับรายได้ค่าบริการทางการแพทย์ค้างรับที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เติบโต
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพิ่มขึ้น ส่วนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวลดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 18% เป็น 9,229 ล้านบาท ตามผลกำไรจากการดำเนินงาน
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.34 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงความสามารถในการก่อหนี้เพื่อขยายกิจการได้อีกมาก
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 1,438.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 428.9 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับผลกำไรที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมลงทุนมีการใช้เงินสดเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างตามแผนการขยายบริการ และกิจกรรมจัดหาเงินมีการใช้เงินสดจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม
## สรุปท้าย
CHG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 อย่างน่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 439% จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการฉีดวัคซีน รวมถึงการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยทั่วไป ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าปัจจัยบวกจากโควิด-19 อาจเป็นลักษณะเฉพาะของช่วงเวลา แต่การบริหารจัดการสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยทั่วไป รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHG ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,219.64
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
กำไรขั้นต้น
291.37
ล้านบาท
↓ 146.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13
%
กำไรสุทธิ
224.25
ล้านบาท
↑ 144.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.10
%
D/E Ratio
0.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 14.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
291
↓ -146.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
224
↑ + 144.8%
YoY
D/E Ratio
0.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.24
ROE (%)
11.96
ROA (%)
12.11
Book Value/หุ้น
0.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,082
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+76
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,082.27
+54.41%
|
-700.91
-48.43%
|
-1,359.18
+64.05%
|
-828.52
-153.42%
|
1,551.06
+187.61%
|
539.29
+39.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
76.11
-72.38%
|
275.52
-62.15%
|
728.01
+531.57%
|
115.27
+810.51%
|
12.66
-115.01%
|
-84.37
-75.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
628.73
+11.09%
|
565.95
-49.86%
|
1,128.76
-19.51%
|
1,402.36
-617.04%
|
-271.23
-44.84%
|
-491.73
+448.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-259.84
+66.09%
|
-156.45
-131.44%
|
497.56
-27.80%
|
689.11
-46.68%
|
1,292.48
-3,611.22%
|
-36.81
-25.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|
467.55
-0.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,768.19
+4.52%
|
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|