บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.59
+0.04 (+2.58%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล เพิ่มขึ้น 1,023.0 ล้านบาท คิดเป็น 42%YoY
โดยการแพร่ระบาดทวีความรุนแรงขึ้นและ แพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ ทําให้พบผู้ติดเชื้อสะสมเป็นจํานวนมาก จากสถานการณ์ดังกล่าวทําให้รายได้ที่ เกี่ยวเนื่องจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นไปตามกัน โดยมาจากการให้บริการตรวจคัดกรอง, การให้บริการเกี่ยวกับสถาน กักกันโรค (ASQ) และการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โควิด19
นอกจากนั้น รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ไตรมาส 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 515 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 จาก จํานวนเคสที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับอัตราการจ่ายเงินของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จากเดิม 8,250 บาท เป็น 8,750 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ซึ่งมีผลตั้งแต่มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7289 out_tok=2915 at=2026-07-25T13:31:05 -->
# CHG กำไร Q3 พุ่ง 454% รับอานิสงส์โควิด-19 ดันรายได้โรงพยาบาลโตกว่า 200%
## รายได้-กำไรโตแรงจากบริการโควิด-19 ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,563 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 454% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นกว่า 201% ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CHG ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมหาศาลของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 201%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก **บริการที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 454% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยังช่วยเสริมให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 35.62% เป็น 50.82% และอัตรากำไรสุทธิจาก 19% เป็น 35%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงเมษายนถึงกันยายน 2564 ทำให้ CHG ขยายการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคโควิด-19 อย่างเต็มที่ โดยมีการเพิ่มกำลังบุคลากร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และขยายพื้นที่ให้บริการ เช่น สถานกักกันโรค (ASQ, ALQ) และหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการตรวจคัดกรองและรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่เติบโตถึง 2,547% นอกจากนี้ การให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก (Sinopharm) ก็เป็นอีกปัจจัยที่เข้ามาเสริมรายได้
ในส่วนของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปก็มีการเติบโต 32% โดยรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้น 126.13 ล้านบาท และผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่มขึ้น 140.89 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 เช่นกัน
แม้ว่ารายได้จากโครงการประกันสังคมจะลดลง 29% เนื่องจากปีก่อนมีรายได้เพิ่มเติมจากการได้รับเงินภาระเสี่ยงมากกว่าประมาณการ แต่รายได้ส่วนนี้ยังคงค้างชำระอยู่
ในด้านค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการได้เน้นย้ำถึงการควบคุมและบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานและคุณภาพการให้บริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยแวดล้อม** จากเอกสารระบุว่าในช่วงไตรมาส 3 เป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดมาก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้มีผู้เข้ารับบริการตรวจคัดกรองและรักษาจำนวนมาก หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงมีอยู่ หรือมีการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ต้องอาศัยการตรวจคัดกรองและรักษาอย่างต่อเนื่อง ก็มีแนวโน้มที่รายได้ส่วนนี้จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่สูงมากในลักษณะนี้อาจเป็นผลจากสถานการณ์เฉพาะหน้า และอาจไม่สามารถรักษาอัตราการเติบโตที่สูงเท่านี้ได้ในระยะยาว หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง หรือมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการรักษาจากภาครัฐ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 454% YoY** แตะ 1,563 ล้านบาท จาก 282 ล้านบาทใน Q3/2563
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลโต 201% YoY** ใน Q3/2564 แตะ 4,390 ล้านบาท
* **รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ เติบโตโดดเด่น 2,547% YoY** ใน Q3/2564 แตะ 2,925 ล้านบาท จากบริการโควิด-19 และ Hospitel
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 35.62% เป็น 50.82% และ **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) เพิ่มขึ้น** จาก 19% เป็น 35% ใน Q3/2564
* **งวด 9 เดือนปี 2564 กำไรสุทธิโต 284% YoY** แตะ 2,391 ล้านบาท รายได้รวมโต 105% YoY แตะ 8,065 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 61.5%** สู่ 10,014 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/2564 โดยมีลูกหนี้ค่าบริการทางการแพทย์ค้างรับเพิ่มขึ้นสูง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 CHG รายงานรายได้รวม 4,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 204% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 4,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 201% ซึ่งเป็นผลจากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ทั้งการตรวจคัดกรอง การรักษาในสถานกักกันโรค (ASQ, ALQ) และ Hospitel รวมถึงการให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 871% จากการรับจ้างบริหารงานให้กับโรงพยาบาลภาครัฐ
ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 130% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 98% สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 454% เป็น 1,563 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% และกำไรสุทธิ 2,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 284% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่และการกลายพันธุ์ของไวรัสยังคงสร้างโอกาสในการให้บริการตรวจคัดกรองและรักษา รวมถึงการให้บริการ Hospitel
* **การให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก:** การมีวัคซีนทางเลือก เช่น Sinopharm เป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มเติม
* **การขยายการให้บริการภาครัฐ:** การรับจ้างบริหารงานให้กับโรงพยาบาลภาครัฐเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคง
* **การควบคุมต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มอัตรากำไรและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาด นโยบายภาครัฐ หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
* **การชำระเงินจากภาครัฐ:** รายได้จากโครงการประกันสังคมและโครงการภาครัฐอื่นๆ อาจมีความล่าช้าในการรับชำระ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพอาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ต้นทุนบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าในการรับชำระเงินจากโครงการประกันสังคมและโครงการภาครัฐอื่นๆ
* แผนการขยายการให้บริการและลงทุนในอนาคตของบริษัทฯ
* การบริหารจัดการต้นทุนบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* ผลกระทบจากการเปิดประเทศและการเดินทางระหว่างประเทศต่อจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติ (หากมี)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
CHG แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและขยายการให้บริการเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งในส่วนของการตรวจคัดกรอง การรักษา และการจัดตั้ง Hospitel ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด การที่รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ เพิ่มขึ้นถึง 2,547% สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ CHG ในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขในช่วงวิกฤต
แม้ว่ารายได้จากโครงการประกันสังคมจะลดลงเล็กน้อย แต่การเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไป (OPD และ IPD) ที่เพิ่มขึ้น 32% แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของบริการทางการแพทย์ที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 ควบคู่กันไป การที่บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 CHG มีสินทรัพย์รวม 10,014 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.5% จากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการสำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 240 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้าและรายได้ค่าบริการทางการแพทย์ค้างรับเพิ่มขึ้น 2,747 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นจากการจ่ายล่วงหน้าค่าวัคซีนทางเลือก
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 101% เป็น 4,036 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 1,075 ล้านบาท และหนี้สินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 593 ล้านบาทจากการรับเงินจองค่าวัคซีนทางเลือก
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 42.6% เป็น 5,978 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.68 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงความสามารถในการก่อหนี้เพื่อขยายกิจการได้อีก
ในส่วนของกระแสเงินสด งด 9 เดือนปี 2564 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 318 ล้านบาท จากผลกำไรที่เพิ่มขึ้น การลงทุนในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 66 ล้านบาทเพื่อขยายการให้บริการและจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไป 588 ล้านบาทจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
CHG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 454% จากการขยายบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก ขณะที่การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพช่วยหนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 และการรับชำระเงินจากภาครัฐยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่ความสามารถในการปรับตัวและควบคุมต้นทุนของบริษัทฯ ยังคงเป็นจุดแข็งที่น่าจะช่วยรักษาผลประกอบการที่ดีต่อไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHG ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,219.64
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
กำไรขั้นต้น
291.37
ล้านบาท
↓ 146.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13
%
กำไรสุทธิ
224.25
ล้านบาท
↑ 144.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.10
%
D/E Ratio
0.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 14.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
291
↓ -146.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
224
↑ + 144.8%
YoY
D/E Ratio
0.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.24
ROE (%)
11.96
ROA (%)
12.11
Book Value/หุ้น
0.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,082
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+76
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,082.27
+54.41%
|
-700.91
-48.43%
|
-1,359.18
+64.05%
|
-828.52
-153.42%
|
1,551.06
+187.61%
|
539.29
+39.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
76.11
-72.38%
|
275.52
-62.15%
|
728.01
+531.57%
|
115.27
+810.51%
|
12.66
-115.01%
|
-84.37
-75.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
628.73
+11.09%
|
565.95
-49.86%
|
1,128.76
-19.51%
|
1,402.36
-617.04%
|
-271.23
-44.84%
|
-491.73
+448.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-259.84
+66.09%
|
-156.45
-131.44%
|
497.56
-27.80%
|
689.11
-46.68%
|
1,292.48
-3,611.22%
|
-36.81
-25.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|
467.55
-0.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,768.19
+4.52%
|
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|