บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.45
+0.02 (+1.40%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล เพิ่มขึ้น 1,023.0 ล้านบาท คิดเป็น 42%YoY
โดยการแพร่ระบาดทวีความรุนแรงขึ้นและ แพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ ทําให้พบผู้ติดเชื้อสะสมเป็นจํานวนมาก จากสถานการณ์ดังกล่าวทําให้รายได้ที่ เกี่ยวเนื่องจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นไปตามกัน โดยมาจากการให้บริการตรวจคัดกรอง, การให้บริการเกี่ยวกับสถาน กักกันโรค (ASQ) และการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โควิด19
นอกจากนั้น รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ไตรมาส 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 515 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 จาก จํานวนเคสที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับอัตราการจ่ายเงินของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จากเดิม 8,250 บาท เป็น 8,750 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ซึ่งมีผลตั้งแต่มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการไตรมาส 3 ของ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) (CHG)
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) (CHG) ประกาศผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2567 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,383.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิในช่วงนี้ อยู่ที่ 417.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 28.1% จากไตรมาส 3 ปี 2566 การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี้เป็นผลมาจากการเปิดสาขาใหม่ที่ [ระบุจำนวนและที่ตั้ง] ซึ่งเป็นสาขาที่ [ระบุประเภทของสาขา เช่น โรงพยาบาล, คลินิก, ศูนย์บริการ] นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลบวกจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยในโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น [ระบุโรค เช่น โรคมะเร็ง, โรคหัวใจ] และการขยายฐานลูกค้าจากการให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น
ในช่วงไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความท้าทายจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูง และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน อย่างไรก็ตาม บริษัท CHG สามารถรักษาการเติบโตได้ โดยอาศัยการให้บริการที่มีคุณภาพ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
รายได้หลักของบริษัทมาจากการประกอบกิจการโรงพยาบาล โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจาก [ระบุสาเหตุ เช่น การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย, การขยายบริการ, การเพิ่มศักยภาพในการรักษาโรคซับซ้อน] อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 28.98% เป็น 31.01% ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มของภาระเสียง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงประมาณ 2.3 ล้านบาท หรือลดลง 0.9% เนื่องจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ที่ 18% เพิ่มขึ้นจาก 15% ในไตรมาสก่อนหน้า
จากการวิเคราะห์ฐานะการเงิน พบว่า สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 10,519 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 2,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.31 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน และความสามารถในการก่อหนี้เพื่อขยายกิจการได้อีกสูง
กระแสเงินสดของบริษัท แสดงให้เห็นถึงการไหลของเงินสดจากการดำเนินงานที่ลดลง เป็นผลมาจากการรับชำระรายได้ค่าบริการทางการแพทย์ค้างรับน้อยกว่าปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการลงทุนในเครื่องมือแพทย์ และการขยายพื้นที่ ทำให้กระแสเงินสดจากการลงทุนลดลง
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญต่อบริษัท ได้แก่ การแข่งขันในอุตสาหกรรมการแพทย์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายด้านสุขภาพ และความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีโอกาสในการเติบโต โดยอาศัยการขยายฐานลูกค้า การเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ และการลงทุนในเทคโนโลยี ในอนาคต บริษัทมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยการขยายสาขา การเพิ่มบริการ และการลงทุนในเทคโนโลยี
สรุปได้ว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัท CHG แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง และความสามารถในการเติบโต โดยบริษัทมีรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้น ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และแผนการขยายกิจการ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อนักลงทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และติดตามการพัฒนาการของบริษัทอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHG ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,219.64
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
กำไรขั้นต้น
291.37
ล้านบาท
↓ 146.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13
%
กำไรสุทธิ
224.25
ล้านบาท
↑ 144.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.10
%
D/E Ratio
0.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 14.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
291
↓ -146.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
224
↑ + 144.8%
YoY
D/E Ratio
0.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.24
ROE (%)
11.96
ROA (%)
12.11
Book Value/หุ้น
0.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,082
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+76
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,082.27
+54.41%
|
-700.91
-48.43%
|
-1,359.18
+64.05%
|
-828.52
-153.42%
|
1,551.06
+187.61%
|
539.29
+39.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
76.11
-72.38%
|
275.52
-62.15%
|
728.01
+531.57%
|
115.27
+810.51%
|
12.66
-115.01%
|
-84.37
-75.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
628.73
+11.09%
|
565.95
-49.86%
|
1,128.76
-19.51%
|
1,402.36
-617.04%
|
-271.23
-44.84%
|
-491.73
+448.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-259.84
+66.09%
|
-156.45
-131.44%
|
497.56
-27.80%
|
689.11
-46.68%
|
1,292.48
-3,611.22%
|
-36.81
-25.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|
467.55
-0.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,768.19
+4.52%
|
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|