บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.59
+0.04 (+2.58%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล เพิ่มขึ้น 1,023.0 ล้านบาท คิดเป็น 42%YoY
โดยการแพร่ระบาดทวีความรุนแรงขึ้นและ แพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ ทําให้พบผู้ติดเชื้อสะสมเป็นจํานวนมาก จากสถานการณ์ดังกล่าวทําให้รายได้ที่ เกี่ยวเนื่องจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นไปตามกัน โดยมาจากการให้บริการตรวจคัดกรอง, การให้บริการเกี่ยวกับสถาน กักกันโรค (ASQ) และการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โควิด19
นอกจากนั้น รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ไตรมาส 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 515 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 จาก จํานวนเคสที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับอัตราการจ่ายเงินของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จากเดิม 8,250 บาท เป็น 8,750 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ซึ่งมีผลตั้งแต่มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8157 out_tok=3550 at=2026-07-25T11:02:10 -->
# CHG พลิกกำไร Q3 โต 26% รับผู้ป่วยใน-ประกันสังคมฟื้น เทียบ Q3 ปีก่อน
## รายได้ผู้ป่วยทั่วไป-ประกันสังคมกลับมาหนุน ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานบริหารจัดการได้ดี
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 325.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตเพียง 3% เป็น 2,169.6 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยใน (IPD) และโครงการประกันสังคม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากฐานรายได้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่สูงในปีก่อน และการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CHG ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตถึง 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 3% เป็น 2,092.8 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้นถึง 24% และรายได้จากโครงการประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 8% ซึ่งชดเชยรายได้ที่ลดลงจากกลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) และโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 26.95% เป็น 28.98% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 15%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ผู้ป่วยใน (IPD) เกิดจากการที่ผู้ป่วยกลับมาเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลมากขึ้น รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เช่น การตรวจคัดกรองและวัคซีนทางเลือก ทำให้ผู้ป่วยทั่วไปกลับมาใช้บริการปกติ สำหรับรายได้โครงการประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น การปรับอัตราการจ่ายค่าเหมาหัวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 และการกลับมารักษาของผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูง (AdjRW >2) ส่วนรายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่ลดลง 56% เป็นผลโดยตรงจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ด้านการบริหารต้นทุนที่ทำให้กำไรขั้นต้นและสุทธิเพิ่มขึ้น มาจากการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มศักยภาพการรักษาในกลุ่มโรคยากและซับซ้อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยในที่กลับมาใช้บริการปกติ รวมถึงโครงการประกันสังคมที่มีการปรับอัตราการจ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เป็นปัจจัยที่สิ้นสุดไปแล้ว และการเติบโตของรายได้ในภาพรวมยังคงต้องพึ่งพากลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและประกันสังคมเป็นหลัก การลงทุนเพื่อขยายศักยภาพการรักษาและการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่กล่าวถึงในเอกสาร จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว แต่ก็อาจส่งผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 26% YoY:** อยู่ที่ 325.8 ล้านบาท จาก 258.5 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 3% YoY:** อยู่ที่ 2,169.6 ล้านบาท จาก 2,100.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ผู้ป่วยใน (IPD) Q3/2566 เพิ่มขึ้น 24% YoY:** เป็น 763.38 ล้านบาท จาก 614.54 ล้านบาท
* **รายได้โครงการประกันสังคม Q3/2566 เพิ่มขึ้น 8% YoY:** อยู่ที่ 609.45 ล้านบาท จาก 565.06 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2566 ปรับเพิ่มขึ้น:** เป็น 28.98% จาก 26.95% ในปีก่อน
* **อัตรากำไรสุทธิ Q3/2566 ปรับเพิ่มขึ้น:** เป็น 15% จาก 12% ในปีก่อน
* **ภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิลดลง 69% YoY:** อยู่ที่ 772.2 ล้านบาท จาก 2,493.1 ล้านบาท เนื่องจากฐานรายได้โควิด-19 ที่สูงในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 CHG มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 2,092.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้น 8% ซึ่งแบ่งเป็นรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ลดลง 6% แต่รายได้ผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่มขึ้นถึง 24% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยต่างชาติ รายได้โครงการประกันสังคมเพิ่มขึ้น 8% จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการปรับอัตราค่าเหมาหัว ขณะที่รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ลดลง 56% เนื่องจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 4% จากการรับจ้างบริหารงานให้กับโรงพยาบาลภาครัฐ ส่งผลให้รวมรายได้อยู่ที่ 2,169.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% เป็น 1,486.3 ล้านบาท ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 28.98% จาก 26.95% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3% เป็น 245.8 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ อยู่ที่ 325.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 5,607.6 ล้านบาท ลดลง 33% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 โดยเฉพาะจากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่ลดลงถึง 95% และรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ที่ลดลง 24% แม้ว่ารายได้ผู้ป่วยใน (IPD) จะเพิ่มขึ้น 8% และรายได้โครงการประกันสังคมเพิ่มขึ้น 16% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 772.2 ล้านบาท ลดลง 69% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 44.18% เป็น 26.12% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 29% เป็น 13%
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 (Q3/2562) รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลใน Q3/2566 เติบโต 46% เป็น 2,092.8 ล้านบาท โดยรายได้ผู้ป่วยทั่วไปเติบโต 62% และโครงการประกันสังคมเติบโต 32% ขณะที่รายได้สปสช. ลดลง 29% กำไรสุทธิเติบโต 21% เป็น 325.8 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้เติบโต 46% เป็น 5,607.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 35% เป็น 772.2 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายขอบเขตการให้บริการและการเข้าซื้อกิจการ:** การขยายการให้บริการที่โรงพยาบาลแห่งใหม่และการเข้าซื้อกิจการดูแลผู้สูงอายุเมื่อปลายไตรมาสก่อน เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้
* **การเพิ่มศักยภาพการรักษา:** การขยายการให้บริการและเพิ่มศักยภาพการรักษาของสถานพยาบาลเดิม รวมถึงการลงทุนในเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยดึงดูดผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
* **การเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและประกันสังคม:** การกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยทั่วไปและการปรับปรุงอัตราการจ่ายสำหรับโครงการประกันสังคม เป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจน
* **การประมูลศูนย์หัวใจและการรับจ้างบริหารงาน:** การนำความเชี่ยวชาญเข้าร่วมประมูลศูนย์หัวใจและการรับจ้างบริหารงานให้กับโรงพยาบาลภาครัฐ ช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างการรับรู้
## ความเสี่ยง
* **การลดลงของรายได้จากสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะกลับสู่ภาวะปกติ แต่รายได้ที่เคยสูงในช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะจากโครงการภาครัฐอื่นๆ ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในการก่อสร้าง ขยายพื้นที่ เครื่องมือแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพ อาจส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น
* **ผลต่างการรับชำระเงิน:** ผลกระทบด้านลบจากผลต่างการรับชำระเงินในส่วนของรายได้ค้างรับจากการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 น้อยกว่าที่ตั้งเบิก อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในบางรายการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและภาครัฐ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยใน:** การเติบโตต่อเนื่องจากการกลับมาใช้บริการปกติ
* **ผลการดำเนินงานของกิจการดูแลผู้สูงอายุ:** การบูรณาการและสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนและการขยายงาน
* **การปรับปรุงอัตราการจ่ายโครงการประกันสังคม:** ผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว
* **การประมูลโครงการภาครัฐ:** โอกาสในการเพิ่มรายได้จากภาครัฐในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
CHG แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยเฉพาะการพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโต YoY ได้ถึง 26% ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาของรายได้ผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้นถึง 24% และรายได้จากโครงการประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 8% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของฐานผู้ป่วยปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การที่รายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ลดลง 6% นั้น เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว การบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้ Gross Profit Margin (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 26.95% เป็น 28.98% และ Net Profit Margin (NPM) จาก 12% เป็น 15% ถือเป็นจุดแข็งที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 ยังคงเห็นผลกระทบจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่ลดลงถึง 95% และการปรับลดรายได้จากการรับชำระเงิน ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 69% YoY การลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษา การขยายพื้นที่ และการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ แม้จะเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่ก็ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้
การเปรียบเทียบกับปี 2562 (ก่อนโควิด-19) แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของ CHG โดยรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลใน Q3/2566 เติบโตถึง 46% และกำไรสุทธิเติบโต 21% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทฯ สามารถขยายธุรกิจและเพิ่มฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โรคระบาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 CHG มีสินทรัพย์รวม 10,252 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2565 โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 615 ล้านบาท เนื่องจากการดำเนินงานและลงทุน ขณะที่ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 835 ล้านบาท จากโครงการก่อสร้างและเครื่องมือแพทย์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 230 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,652 ล้านบาท ลดลง 2.7% จากสิ้นปี 2565 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.34 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงความสามารถในการก่อหนี้เพื่อขยายกิจการได้อีกมาก
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,677.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 721 ล้านบาท จากการซื้อกิจการและก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 769 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและเงินปันผล ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 614.88 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CHG แสดงผลประกอบการที่น่าพอใจในไตรมาส 3 ปี 2566 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 26% YoY จากการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยทั่วไปและโครงการประกันสังคม ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงได้รับผลกระทบจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 การลงทุนเพื่อขยายศักยภาพการรักษาและการเข้าซื้อกิจการใหม่เป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตระยะยาว แต่ก็ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพที่ยังคงมีความท้าทาย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHG ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,219.64
ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
กำไรขั้นต้น
291.37
ล้านบาท
↓ 146.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13
%
กำไรสุทธิ
224.25
ล้านบาท
↑ 144.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.10
%
D/E Ratio
0.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 14.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
291
↓ -146.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
224
↑ + 144.8%
YoY
D/E Ratio
0.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.24
ROE (%)
11.96
ROA (%)
12.11
Book Value/หุ้น
0.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,082
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+76
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,082.27
+54.41%
|
-700.91
-48.43%
|
-1,359.18
+64.05%
|
-828.52
-153.42%
|
1,551.06
+187.61%
|
539.29
+39.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
76.11
-72.38%
|
275.52
-62.15%
|
728.01
+531.57%
|
115.27
+810.51%
|
12.66
-115.01%
|
-84.37
-75.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
628.73
+11.09%
|
565.95
-49.86%
|
1,128.76
-19.51%
|
1,402.36
-617.04%
|
-271.23
-44.84%
|
-491.73
+448.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-259.84
+66.09%
|
-156.45
-131.44%
|
497.56
-27.80%
|
689.11
-46.68%
|
1,292.48
-3,611.22%
|
-36.81
-25.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|
467.55
-0.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,768.19
+4.52%
|
1,691.69
+20.89%
|
1,399.36
-30.06%
|
2,000.74
-28.28%
|
2,789.67
+409.49%
|
547.54
+17.11%
|