CHG
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CHG
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.59
+0.04 (+2.58%)

สรุปสั้น

กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล เพิ่มขึ้น 1,023.0 ล้านบาท คิดเป็น 42%YoY โดยการแพร่ระบาดทวีความรุนแรงขึ้นและ แพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ ทําให้พบผู้ติดเชื้อสะสมเป็นจํานวนมาก จากสถานการณ์ดังกล่าวทําให้รายได้ที่ เกี่ยวเนื่องจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นไปตามกัน โดยมาจากการให้บริการตรวจคัดกรอง, การให้บริการเกี่ยวกับสถาน กักกันโรค (ASQ) และการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โควิด19 นอกจากนั้น รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ไตรมาส 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 515 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 จาก จํานวนเคสที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับอัตราการจ่ายเงินของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จากเดิม 8,250 บาท เป็น 8,750 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ซึ่งมีผลตั้งแต่มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8157 out_tok=3550 at=2026-07-25T11:02:10 --> # CHG พลิกกำไร Q3 โต 26% รับผู้ป่วยใน-ประกันสังคมฟื้น เทียบ Q3 ปีก่อน ## รายได้ผู้ป่วยทั่วไป-ประกันสังคมกลับมาหนุน ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานบริหารจัดการได้ดี บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 325.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตเพียง 3% เป็น 2,169.6 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยใน (IPD) และโครงการประกันสังคม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากฐานรายได้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่สูงในปีก่อน และการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษา ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CHG ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตถึง 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 3% เป็น 2,092.8 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้นถึง 24% และรายได้จากโครงการประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 8% ซึ่งชดเชยรายได้ที่ลดลงจากกลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) และโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 26.95% เป็น 28.98% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 15% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้ผู้ป่วยใน (IPD) เกิดจากการที่ผู้ป่วยกลับมาเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลมากขึ้น รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เช่น การตรวจคัดกรองและวัคซีนทางเลือก ทำให้ผู้ป่วยทั่วไปกลับมาใช้บริการปกติ สำหรับรายได้โครงการประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น การปรับอัตราการจ่ายค่าเหมาหัวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 และการกลับมารักษาของผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูง (AdjRW >2) ส่วนรายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่ลดลง 56% เป็นผลโดยตรงจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ด้านการบริหารต้นทุนที่ทำให้กำไรขั้นต้นและสุทธิเพิ่มขึ้น มาจากการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มศักยภาพการรักษาในกลุ่มโรคยากและซับซ้อน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยในที่กลับมาใช้บริการปกติ รวมถึงโครงการประกันสังคมที่มีการปรับอัตราการจ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เป็นปัจจัยที่สิ้นสุดไปแล้ว และการเติบโตของรายได้ในภาพรวมยังคงต้องพึ่งพากลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและประกันสังคมเป็นหลัก การลงทุนเพื่อขยายศักยภาพการรักษาและการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่กล่าวถึงในเอกสาร จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว แต่ก็อาจส่งผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 26% YoY:** อยู่ที่ 325.8 ล้านบาท จาก 258.5 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 3% YoY:** อยู่ที่ 2,169.6 ล้านบาท จาก 2,100.1 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้ผู้ป่วยใน (IPD) Q3/2566 เพิ่มขึ้น 24% YoY:** เป็น 763.38 ล้านบาท จาก 614.54 ล้านบาท * **รายได้โครงการประกันสังคม Q3/2566 เพิ่มขึ้น 8% YoY:** อยู่ที่ 609.45 ล้านบาท จาก 565.06 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2566 ปรับเพิ่มขึ้น:** เป็น 28.98% จาก 26.95% ในปีก่อน * **อัตรากำไรสุทธิ Q3/2566 ปรับเพิ่มขึ้น:** เป็น 15% จาก 12% ในปีก่อน * **ภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิลดลง 69% YoY:** อยู่ที่ 772.2 ล้านบาท จาก 2,493.1 ล้านบาท เนื่องจากฐานรายได้โควิด-19 ที่สูงในปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 CHG มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 2,092.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้น 8% ซึ่งแบ่งเป็นรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ลดลง 6% แต่รายได้ผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่มขึ้นถึง 24% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยต่างชาติ รายได้โครงการประกันสังคมเพิ่มขึ้น 8% จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการปรับอัตราค่าเหมาหัว ขณะที่รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ ลดลง 56% เนื่องจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 4% จากการรับจ้างบริหารงานให้กับโรงพยาบาลภาครัฐ ส่งผลให้รวมรายได้อยู่ที่ 2,169.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% เป็น 1,486.3 ล้านบาท ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 28.98% จาก 26.95% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3% เป็น 245.8 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ อยู่ที่ 325.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 5,607.6 ล้านบาท ลดลง 33% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 โดยเฉพาะจากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่ลดลงถึง 95% และรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ที่ลดลง 24% แม้ว่ารายได้ผู้ป่วยใน (IPD) จะเพิ่มขึ้น 8% และรายได้โครงการประกันสังคมเพิ่มขึ้น 16% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 772.2 ล้านบาท ลดลง 69% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 44.18% เป็น 26.12% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 29% เป็น 13% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 (Q3/2562) รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลใน Q3/2566 เติบโต 46% เป็น 2,092.8 ล้านบาท โดยรายได้ผู้ป่วยทั่วไปเติบโต 62% และโครงการประกันสังคมเติบโต 32% ขณะที่รายได้สปสช. ลดลง 29% กำไรสุทธิเติบโต 21% เป็น 325.8 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้เติบโต 46% เป็น 5,607.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 35% เป็น 772.2 ล้านบาท ## โอกาส * **การขยายขอบเขตการให้บริการและการเข้าซื้อกิจการ:** การขยายการให้บริการที่โรงพยาบาลแห่งใหม่และการเข้าซื้อกิจการดูแลผู้สูงอายุเมื่อปลายไตรมาสก่อน เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ * **การเพิ่มศักยภาพการรักษา:** การขยายการให้บริการและเพิ่มศักยภาพการรักษาของสถานพยาบาลเดิม รวมถึงการลงทุนในเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยดึงดูดผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ * **การเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและประกันสังคม:** การกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยทั่วไปและการปรับปรุงอัตราการจ่ายสำหรับโครงการประกันสังคม เป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจน * **การประมูลศูนย์หัวใจและการรับจ้างบริหารงาน:** การนำความเชี่ยวชาญเข้าร่วมประมูลศูนย์หัวใจและการรับจ้างบริหารงานให้กับโรงพยาบาลภาครัฐ ช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างการรับรู้ ## ความเสี่ยง * **การลดลงของรายได้จากสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะกลับสู่ภาวะปกติ แต่รายได้ที่เคยสูงในช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะจากโครงการภาครัฐอื่นๆ ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ * **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในการก่อสร้าง ขยายพื้นที่ เครื่องมือแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพ อาจส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น * **ผลต่างการรับชำระเงิน:** ผลกระทบด้านลบจากผลต่างการรับชำระเงินในส่วนของรายได้ค้างรับจากการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 น้อยกว่าที่ตั้งเบิก อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในบางรายการ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและภาครัฐ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยใน:** การเติบโตต่อเนื่องจากการกลับมาใช้บริการปกติ * **ผลการดำเนินงานของกิจการดูแลผู้สูงอายุ:** การบูรณาการและสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนและการขยายงาน * **การปรับปรุงอัตราการจ่ายโครงการประกันสังคม:** ผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว * **การประมูลโครงการภาครัฐ:** โอกาสในการเพิ่มรายได้จากภาครัฐในอนาคต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) CHG แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยเฉพาะการพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโต YoY ได้ถึง 26% ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาของรายได้ผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้นถึง 24% และรายได้จากโครงการประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 8% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของฐานผู้ป่วยปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การที่รายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ลดลง 6% นั้น เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว การบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้ Gross Profit Margin (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 26.95% เป็น 28.98% และ Net Profit Margin (NPM) จาก 12% เป็น 15% ถือเป็นจุดแข็งที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 ยังคงเห็นผลกระทบจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากโครงการภาครัฐอื่นๆ ที่ลดลงถึง 95% และการปรับลดรายได้จากการรับชำระเงิน ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 69% YoY การลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษา การขยายพื้นที่ และการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ แม้จะเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่ก็ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ การเปรียบเทียบกับปี 2562 (ก่อนโควิด-19) แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของ CHG โดยรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลใน Q3/2566 เติบโตถึง 46% และกำไรสุทธิเติบโต 21% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทฯ สามารถขยายธุรกิจและเพิ่มฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โรคระบาด ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 CHG มีสินทรัพย์รวม 10,252 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2565 โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 615 ล้านบาท เนื่องจากการดำเนินงานและลงทุน ขณะที่ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 835 ล้านบาท จากโครงการก่อสร้างและเครื่องมือแพทย์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 230 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,652 ล้านบาท ลดลง 2.7% จากสิ้นปี 2565 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.34 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงความสามารถในการก่อหนี้เพื่อขยายกิจการได้อีกมาก สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,677.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 721 ล้านบาท จากการซื้อกิจการและก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 769 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและเงินปันผล ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 614.88 ล้านบาท ## สรุปท้าย CHG แสดงผลประกอบการที่น่าพอใจในไตรมาส 3 ปี 2566 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 26% YoY จากการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยทั่วไปและโครงการประกันสังคม ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงได้รับผลกระทบจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 การลงทุนเพื่อขยายศักยภาพการรักษาและการเข้าซื้อกิจการใหม่เป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตระยะยาว แต่ก็ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพที่ยังคงมีความท้าทาย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHG ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,219.64 ล้านบาท
↑ 14.7% YoY
กำไรขั้นต้น
291.37 ล้านบาท
↓ 146.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13 %
กำไรสุทธิ
224.25 ล้านบาท
↑ 144.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.10 %
D/E Ratio
0.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 14.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
291
↓ -146.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
224
↑ + 144.8% YoY
D/E Ratio
0.24

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,219.64
+14.74%
1,934.56
-11.57%
2,187.66
+20.42%
1,816.72
-53.83%
3,934.55
+158.18%
1,523.97
+14.16%
กำไรขั้นต้น
291.37
+146.70%
-623.94
-214.89%
543.07
+10.32%
492.27
-78.99%
2,342.83
+359.29%
510.10
+44.40%
ค่าใช้จ่ายรวม
0.00
+100.00%
-743.05
-406.18%
242.69
-4.62%
254.44
+116.89%
117.31
-43.29%
206.85
+10.91%
กำไรสุทธิ
224.25
+144.84%
91.59
-66.55%
273.84
-4.03%
285.34
-84.26%
1,812.67
+614.80%
253.59
+88.78%
กำไรต่อหุ้น
0.02
+150.00%
0.01
-68.00%
0.03
-3.85%
0.03
-84.24%
0.17
+617.39%
0.02
+91.67%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
13.13
+140.71%
-32.25
-229.94%
24.82
-8.41%
27.10
-54.49%
59.55
+77.92%
33.47
+26.49%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
0.00
+100.00%
-38.41
-446.35%
11.09
-20.84%
14.01
+370.13%
2.98
-78.04%
13.57
-2.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
10.10
+113.53%
4.73
-62.22%
12.52
-20.31%
15.71
-65.90%
46.07
+176.86%
16.64
+65.41%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
+100.00%
-12.04
-177.88%
15.46
+11.38%
13.88
+760.95%
-2.10
-183.33%
ROE(%)
11.96
-5.53%
12.66
-8.92%
13.90
-62.25%
36.82
-49.23%
72.53
+219.66%
22.69
+47.15%
ROA(%)
12.11
-2.26%
12.39
-7.12%
13.34
-61.09%
34.28
-45.80%
63.25
+256.14%
17.76
+22.23%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.24
-14.29%
0.28
-3.45%
0.29
-6.45%
0.31
-11.43%
0.35
-27.08%
0.48
+54.84%
P/E
20.71
-11.46%
23.39
-28.38%
32.66
+247.45%
9.40
-38.24%
15.22
-57.40%
35.73
-14.07%
P/BV
2.16
-38.64%
3.52
-26.05%
4.76
-14.70%
5.58
-20.17%
6.99
-2.65%
7.18
-9.34%
BV
0.70
+1.45%
0.69
+4.55%
0.66
0.66
+26.92%
0.52
+52.94%
0.34
+3.03%
YIELD(%)
4.67
+62.72%
2.87
-43.73%
5.10
-6.08%
5.43
+296.35%
1.37
-32.51%
2.03
+4.64%
ราคาหุ้น
1.50
-38.52%
2.44
-22.29%
3.14
-14.67%
3.68
+0.55%
3.66
+48.78%
2.46
-4.65%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.24
ROE (%)
11.96
ROA (%)
12.11
Book Value/หุ้น
0.73

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,814.46
-6.86%
4,095.35
+1.22%
4,045.88
-20.02%
5,058.47
-14.22%
5,897.18
+234.46%
1,763.21
-0.05%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
6,424.61
+2.12%
6,291.22
+1.17%
6,218.34
+19.09%
5,221.52
+12.23%
4,652.50
+4.84%
4,437.58
-1.42%
รวมสินทรัพย์
10,239.08
-1.42%
10,386.57
+1.19%
10,264.22
-0.15%
10,279.98
-2.56%
10,549.69
+70.13%
6,200.79
-1.04%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,227.59
-16.37%
1,467.92
-1.14%
1,484.84
-17.59%
1,801.78
-18.41%
2,208.30
+54.51%
1,429.25
-15.04%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
751.88
-4.63%
788.39
-7.09%
848.58
+38.13%
614.31
+22.76%
500.42
-13.47%
578.35
-15.94%
รวมหนี้สิน
1,979.47
-12.27%
2,256.30
-3.30%
2,333.41
-3.42%
2,416.09
-10.80%
2,708.72
+34.92%
2,007.61
-15.30%
รวมส่วนของเจ้าของ
8,259.61
+1.59%
8,130.26
+2.51%
7,930.81
+0.85%
7,863.89
+0.29%
7,840.96
+86.99%
4,193.18
+7.64%
D/E
0.24
0.28
0.29
0.31
0.35
0.48
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
11.96
12.66
13.90
36.82
72.53
22.69
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
12.11
12.39
13.34
34.28
63.25
17.76
อัตราส่วนสภาพคล่อง
3.11
2.79
2.72
2.81
2.67
1.23
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.01
1.68
1.53
1.53
1.54
1.07
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
32.32
36.56
0.00
0.00
24.85
47.91
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
18.62
19.14
0.00
0.00
14.71
16.84
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
53.96
53.04
0.00
0.00
43.81
58.29
วงจรเงินสด
-3.02
2.66
0.00
0.00
-4.25
6.46
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,082
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+76
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHG

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-1,082.27
+54.41%
-700.91
-48.43%
-1,359.18
+64.05%
-828.52
-153.42%
1,551.06
+187.61%
539.29
+39.54%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
76.11
-72.38%
275.52
-62.15%
728.01
+531.57%
115.27
+810.51%
12.66
-115.01%
-84.37
-75.65%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
628.73
+11.09%
565.95
-49.86%
1,128.76
-19.51%
1,402.36
-617.04%
-271.23
-44.84%
-491.73
+448.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-259.84
+66.09%
-156.45
-131.44%
497.56
-27.80%
689.11
-46.68%
1,292.48
-3,611.22%
-36.81
-25.82%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,691.69
+20.89%
1,399.36
-30.06%
2,000.74
-28.28%
2,789.67
+409.49%
547.54
+17.11%
467.55
-0.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,768.19
+4.52%
1,691.69
+20.89%
1,399.36
-30.06%
2,000.74
-28.28%
2,789.67
+409.49%
547.54
+17.11%