บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
16.10
0.30 (1.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3887 out_tok=2309 at=2026-07-25T10:05:34 -->
# BJC กำไรสุทธิปี 2565 หดตัว 56.5% รับผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมลด 1.13% ต้นทุนขายพุ่ง 5.69% ฉุดกำไรสุทธิปี 65 เหลือ 229.03 ล้านบาท
บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 229.03 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 527 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ประกอบกับต้นทุนการขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากปัญหาเงินเฟ้อและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของกลุ่มบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ BJC ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก** เมื่อเทียบกับรายได้จากการขายที่ลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างชัดเจน โดยกำไรสุทธิหลังหักภาษีลดลงถึง 56.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 5.69% หรือ 438.62 ล้านบาทในปี 2565 มาจาก **ต้นทุนเชื้อเพลิงและสารเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น** อันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาเงินเฟ้อ และความยืดเยื้อของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ทำให้สัดส่วนต้นทุนการขายและต้นทุนการจัดจำหน่ายของกลุ่มธุรกิจเมื่อเทียบกับรายได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป และกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง
นอกจากนี้ รายได้จากการขายรวมของกลุ่มบริษัทลดลง 1.13% หรือ 105.59 ล้านบาท เป็นผลมาจาก **สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว** และอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายที่ลดลงในบางกลุ่มธุรกิจ เช่น กลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป และกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง ที่ความต้องการอุปโภคบริโภคลดลงทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากถ้อยแถลงของฝ่ายจัดการที่ระบุถึงปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะเศรษฐกิจโลก ปัญหาเงินเฟ้อ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากและมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าต้นทุนที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่ชะลอตัวจะคลี่คลายลงเมื่อใด อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจสวนยางพารามีแนวโน้มขาดทุนลดลง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้ว ปัจจัยกดดันยังคงมีอยู่และต้องจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 56.5%** เหลือ 229.03 ล้านบาท จาก 527 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายรวมลดลง 1.13%** เหลือ 9,227.74 ล้านบาท จาก 9,333.33 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 5.69%** เป็น 8,142.72 ล้านบาท จาก 7,704.10 ล้านบาท
* **กลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป กำไรก่อนภาษีลดลง 25.62%** จากปริมาณขายลดลงและต้นทุนสูงขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง กำไรก่อนภาษีลดลง 74.07%** จากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นมากและความต้องการลดลง
* **กลุ่มธุรกิจสวนยางพารา ขาดทุนก่อนภาษีลดลง** จากปริมาณผลิตและขายเพิ่มขึ้น แม้ราคาขายไม่สูงนัก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 กลุ่มบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 9,227.74 ล้านบาท ลดลง 1.13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาเงินเฟ้อ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต เช่น เชื้อเพลิงและสารเคมี ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 5.69% เป็น 8,142.72 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2564
ผลประกอบการที่อ่อนแอลงส่งผลให้กำไรก่อนภาษีของกลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป ลดลง 25.62% และกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง ลดลงถึง 74.07% ในขณะที่กลุ่มธุรกิจสวนยางพารามีผลขาดทุนก่อนภาษีลดลง แต่โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิหลังหักภาษีของบริษัทฯ ในปี 2565 อยู่ที่ 229.03 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 56.5% เมื่อเทียบกับ 527 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **แนวโน้มผลขาดทุนกลุ่มธุรกิจสวนยางพาราปรับตัวลดลง:** แม้จะยังคงมีผลขาดทุน แต่การที่ปริมาณการเก็บเกี่ยวและปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารที่แนวโน้มคงที่ ทำให้ผลขาดทุนลดลงจากปีก่อน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจส่วนนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ อาจช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรได้ในระยะต่อไป
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายางพาราและวัตถุดิบ:** ราคาขายยางพาราในปี 2565 ปรับตัวสูงขึ้นเพียง 2.68% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลักและต้นทุนการผลิตอื่นๆ เช่น เชื้อเพลิงและสารเคมี
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเงินเฟ้อ:** ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งอาจกดดันรายได้และอัตรากำไรของบริษัทฯ ต่อไป
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การที่ฝ่ายจัดการระบุถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับรายได้และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (ยางพารา, เชื้อเพลิง, สารเคมี) ในช่วงไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดหลัก
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อผลประกอบการ
* ปริมาณการขายและคำสั่งซื้อในกลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและผลิตภัณฑ์จากยาง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **กลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป:** มีผลกำไรก่อนภาษีลดลง 25.62% เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2564 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนการขายและต้นทุนการจัดจำหน่ายเมื่อเทียบกับรายได้ปรับตัวสูงขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง:** มีผลกำไรก่อนภาษีลดลงอย่างมากถึง 74.07% เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและความต้องการอุปโภคบริโภคผลิตภัณฑ์จากยางมีแนวโน้มลดลงทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศ จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและต้นทุนเชื้อเพลิงและสารเคมีที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลง
* **กลุ่มธุรกิจสวนยางพารา:** มีผลขาดทุนก่อนภาษีลดลง โดยมีปัจจัยจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตและปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น แม้ราคาขายจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารมีแนวโน้มคงที่ ทำให้ธุรกิจสวนยางยังคงมีผลขาดทุนแต่แนวโน้มปรับตัวลดลงจากปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้)
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ BJC โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงและสารเคมี ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงและปริมาณคำสั่งซื้อในบางกลุ่มธุรกิจอ่อนแอลง ทำให้กำไรสุทธิลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้กลุ่มธุรกิจสวนยางพาราจะมีแนวโน้มผลขาดทุนลดลง แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BJC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
43,078.04
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,457.73
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.63
%
กำไรสุทธิ
1,293.25
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,078
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,458
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,293
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BJC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
3.34
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
30.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BJC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,345
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,607
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BJC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,344.78
+10.07%
|
-8,489.82
+76.85%
|
-4,800.61
-81.46%
|
-25,899.16
+274.89%
|
-6,908.47
-232.94%
|
5,196.74
-9.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,607.06
-11.99%
|
2,962.37
+127.91%
|
1,299.79
-82.18%
|
7,293.38
+1,292.77%
|
523.66
-345.29%
|
-213.49
-90.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,398.56
+20.85%
|
7,777.24
+44.58%
|
5,379.05
-72.77%
|
19,754.83
+147.33%
|
7,987.37
-269.89%
|
-4,701.46
+339.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,660.86
+18.27%
|
2,249.81
+19.78%
|
1,878.23
+63.46%
|
1,149.06
-28.30%
|
1,602.55
+468.72%
|
281.78
-88.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
4,161.94
-5.47%
|
0.00
-100.00%
|
3,029.69
-50.02%
|
6,062.07
+6.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,133.50
-19.64%
|
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
0.00
-100.00%
|
4,398.33
+45.17%
|
3,029.69
-50.02%
|