บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
16.10
0.30 (1.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15381 out_tok=2892 at=2026-07-25T11:15:06 -->
# BJC Q4/2564: รายได้รวมฟื้นตัว 4.8% รับแรงหนุนบรรจุภัณฑ์-อุปโภคบริโภค แม้ค้าปลีกสมัยใหม่เผชิญแรงกดดัน
## รายได้รวมฟื้นตัวตามการผ่อนคลายโควิด-19 ขณะที่กำไรสุทธิทรงตัวเล็กน้อย YoY ปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าเช่า
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีรายได้รวม 40,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภคที่ฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 1,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 2.2% YoY โดยภาพรวมทั้งปี 2564 รายได้รวมลดลง 4.8% และกำไรสุทธิลดลง 10.4%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BJC ในไตรมาส 4/2564 คือ **การฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบเชิงลบในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ได้บางส่วน โดยรายได้รวมเติบโต 4.8% YoY อย่างไรก็ตาม **กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นบริษัทเติบโตเพียง 2.2% YoY** เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มอุปโภคบริโภคและค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงรายได้ค่าเช่าที่ลดลงในกลุ่มค้าปลีก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การฟื้นตัวของกลุ่มบรรจุภัณฑ์** เกิดจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องอะลูมิเนียมในไทยและเวียดนามฟื้นตัวได้ดี ประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่ลดลง ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ให้ดีขึ้น
**กลุ่มอุปโภคบริโภค** เติบโตแข็งแกร่งทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มอาหารในช่วงไฮซีซั่น และได้ประโยชน์จากการกระจายสินค้าให้ยูนิชาร์ม อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ลดลง** เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว และเยื่อกระดาษ
**กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่** แม้รายได้จากการขายจะเติบโตเล็กน้อยจากการเปิดสาขาใหม่ แต่ **รายได้รวมลดลง** เนื่องจากรายได้ค่าเช่าหดตัวจากการให้ส่วนลดและอัตราการเช่าที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ของกลุ่มนี้ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค** โดยเฉพาะหากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงคลี่คลายและมาตรการผ่อนคลายต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ยังคงเผชิญความท้าทาย** จากการแข่งขันและต้นทุนค่าเช่าที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/64 เติบโต 4.8% YoY** แตะ 40,499 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น Q4/64 เพิ่มขึ้น 2.2% YoY** เป็น 1,383 ล้านบาท
* **ภาพรวมปี 2564 รายได้รวมลดลง 4.8%** และ **กำไรสุทธิลดลง 10.4%** จากผลกระทบโควิด-19
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 11.2% YoY ใน Q4/64 และกำไรสุทธิเพิ่ม 1.9% YoY
* **กลุ่มอุปโภคบริโภคยอดขายโต 21.8% YoY** ใน Q4/64 แต่กำไรสุทธิเพิ่มเพียง 6.8% YoY จากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่รายได้รวมทรงตัว 0.4% YoY** ใน Q4/64 แต่กำไรสุทธิลดลง 11.7% YoY จากรายได้ค่าเช่าที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานรายได้รวม 40,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและรายได้ค่าบริการ 2,214 ล้านบาท หรือ 6.3% เป็น 37,317 ล้านบาท จากทุกกลุ่มธุรกิจ อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นลดลง 10.1% เป็น 3,173 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ค่าเช่าในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ สำหรับทั้งปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 150,139 ล้านบาท ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายและรายได้ค่าเช่าที่ลดลงในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่จากผลกระทบโควิด-19
ด้านกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 1,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในทุกธุรกิจที่สามารถชดเชยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงได้บางส่วน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางภาษีที่ลดลง อย่างไรก็ตาม สำหรับทั้งปี 2564 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 3,585 ล้านบาท ลดลง 10.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในหลายกลุ่มธุรกิจ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19:** ส่งผลดีต่อการบริโภคและการดำเนินธุรกิจในภาพรวม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและบรรจุภัณฑ์
* **การขยายสาขาของกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่:** โดยเฉพาะ Big C Mini ที่ยังคงมีการเปิดสาขาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้ในระยะยาว
* **การเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ในเวียดนาม:** เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมต้นทุน:** ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และเวชภัณฑ์และเทคนิค ช่วยหนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะในกลุ่มอุปโภคบริโภค เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว และเยื่อกระดาษ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีก:** ส่งผลต่อยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) และอาจต้องมีการแข่งขันด้านราคา หรือการให้ส่วนลดค่าเช่าที่สูงขึ้น
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่:** แม้สถานการณ์โดยรวมดีขึ้น แต่การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ยังคงเป็นความกังวลที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของกิจการในต่างประเทศ หรือกิจการร่วมค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มอุปโภคบริโภคและค้าปลีกสมัยใหม่:** ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและแรงกดดันด้านราคา
* **การฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่:** และอัตราการเช่าที่กลับสู่ระดับก่อนโควิด-19
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์:** โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค
* **การขยายสาขาของ Big C Mini:** และผลตอบรับจากตลาด
* **ผลกระทบจากสถานการณ์เงินเฟ้อ:** และกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์:** มีการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4/64 โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 11.2% YoY เป็น 5,976 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1.9% YoY เป็น 586 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 20.4% เป็น 21.6% จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นและราคาวัตถุดิบบางส่วนที่ลดลง สำหรับทั้งปี 2564 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 0.8% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.8%
**กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค:** ยอดขายเติบโตโดดเด่น 21.8% YoY ในไตรมาส 4/64 เป็น 6,078 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 6.8% เป็น 235 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น สำหรับทั้งปี 2564 ยอดขายเพิ่มขึ้น 9.7% แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.0%
**กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค:** รายได้จากการขายในไตรมาส 4/64 เพิ่มขึ้น 8.4% YoY เป็น 2,340 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 27.2% เป็น 132 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น สำหรับทั้งปี 2564 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 14.0% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 44.8%
**กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่:** รายได้รวมในไตรมาส 4/64 เติบโตเล็กน้อย 0.4% YoY เป็น 27,024 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 2.4% แต่รายได้ค่าเช่าลดลง 13.5% กำไรสุทธิลดลง 11.7% เป็น 1,107 ล้านบาท สำหรับทั้งปี 2564 รายได้รวมลดลง 9.1% และกำไรสุทธิลดลง 38.0% โดยมีการเปิดสาขา Big C Mini เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.2 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 1.3 เท่า ในปีก่อน แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ค่อนข้างดี
## สรุปท้าย
BJC ในไตรมาส 4/2564 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและรายได้ค่าเช่าที่ลดลงในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่จำกัด การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีศักยภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BJC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
43,078.04
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,457.73
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.63
%
กำไรสุทธิ
1,293.25
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,078
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,458
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,293
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BJC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
3.34
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
30.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BJC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,345
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,607
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BJC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,344.78
+10.07%
|
-8,489.82
+76.85%
|
-4,800.61
-81.46%
|
-25,899.16
+274.89%
|
-6,908.47
-232.94%
|
5,196.74
-9.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,607.06
-11.99%
|
2,962.37
+127.91%
|
1,299.79
-82.18%
|
7,293.38
+1,292.77%
|
523.66
-345.29%
|
-213.49
-90.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,398.56
+20.85%
|
7,777.24
+44.58%
|
5,379.05
-72.77%
|
19,754.83
+147.33%
|
7,987.37
-269.89%
|
-4,701.46
+339.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,660.86
+18.27%
|
2,249.81
+19.78%
|
1,878.23
+63.46%
|
1,149.06
-28.30%
|
1,602.55
+468.72%
|
281.78
-88.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
4,161.94
-5.47%
|
0.00
-100.00%
|
3,029.69
-50.02%
|
6,062.07
+6.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,133.50
-19.64%
|
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
0.00
-100.00%
|
4,398.33
+45.17%
|
3,029.69
-50.02%
|