บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
16.10
0.30 (1.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8910 out_tok=3018 at=2026-07-25T12:19:59 -->
# BJC กำไรสุทธิ Q1/65 โต 23% รับแรงหนุนรายได้รวมเพิ่ม 10.7%
## รายได้-กำไรโตตามการฟื้นตัวทุกกลุ่มธุรกิจ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบกดดันอัตรากำไรขั้นต้นบางส่วน
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 39,424 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและรายได้ค่าบริการในทุกกลุ่มธุรกิจ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 1,246 ล้านบาท เติบโต 23.0% YoY โดยภาพรวมผลประกอบการฟื้นตัวตามการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BJC ในไตรมาส 1/65 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่งถึง 10.7% YoY** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 23.0% YoY โดยการเติบโตนี้มาจาก **ยอดขายและรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก** โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์และกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ที่ฟื้นตัวได้ดี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้รวมมาจากหลายปัจจัยสนับสนุน:
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์:** ยอดขายเติบโต 27.6% YoY โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์แก้วที่โต 9.2% จากความต้องการในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่โตถึง 56.4% จากการฟื้นตัวในไทยและเวียดนาม รวมถึงราคาขายที่สูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ
* **กลุ่มอุปโภคบริโภค:** ยอดขายเติบโต 4.3% YoY จากธุรกิจอาหารและสินค้าอุปโภค แม้ธุรกิจโลจิสติกส์จะย้ายออกไป
* **กลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิค:** ยอดขายเติบโต 6.1% YoY จากกลุ่มเวชภัณฑ์และการแพทย์ และเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม
* **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่:** รายได้รวมเติบโต 6.4% YoY โดยรายได้จากการขายเพิ่ม 6.6% จากการเปิดสาขาใหม่และการฟื้นตัวของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ที่ 2.9% รวมถึงรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับลดลงเล็กน้อย** จาก 19.1% ใน Q1/64 เป็น 18.6% ใน Q1/65 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว และต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่มอุปโภคบริโภค
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคที่ต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่และบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศและการบริโภคที่กลับมา อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะถัดไป ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการเพิ่มขึ้นของราคาขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งต้องรอดูประสิทธิภาพของการปรับราคาดังกล่าว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/65 แตะ 39,424 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% YoY** จากยอดขายและรายได้ค่าบริการที่เติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นบริษัท Q1/65 อยู่ที่ 1,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.0% YoY**
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์:** ยอดขายโต 27.6% YoY หนุนโดยบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องที่ฟื้นตัว
* **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่:** รายได้รวมโต 6.4% YoY จากยอดขายต่อสาขาเดิมที่กลับมาเติบโต 2.9% และรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อย** จาก 19.1% เป็น 18.6% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น** จาก 3.1% เป็น 3.4% YoY เนื่องจากรายได้ที่เติบโตชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
BJC รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 39,424 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายรวมและรายได้ค่าบริการที่ 36,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% YoY ในขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 5.1% YoY จากการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่ส่งผลให้การให้ส่วนลดค่าเช่าลดลง แม้ว่าอัตราการเช่ายังคงต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อย
ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 37,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายและราคาวัตถุดิบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอาคาร
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) อยู่ที่ 2,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 1,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.0% YoY
อัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายรวมลดลงเล็กน้อยจาก 19.1% ใน Q1/64 เป็น 18.6% ใน Q1/65 ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 3.1% เป็น 3.4% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค:** การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจช่วยหนุนยอดขายในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่และกลุ่มบรรจุภัณฑ์
* **การขยายสาขา:** กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบิ๊กซีมินิ ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
* **การเพิ่มราคาขาย:** การปรับขึ้นราคาขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** การฟื้นตัวของยอดขายในเวียดนามส่งผลดีต่อกลุ่มบรรจุภัณฑ์
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะไม่มีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การควบคุมต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** จะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **ประสิทธิภาพของการปรับขึ้นราคาขาย:** ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS):** ในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของอาหารสดและแห้ง
* **การขยายสาขาของบิ๊กซีมินิ:** และผลกระทบต่อรายได้และกำไรของกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
* **ผลกระทบจากการย้ายการจัดการโลจิสติกส์ของบิ๊กซี:** ต่อธุรกิจโลจิสติกส์เดิม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มสินค้าและบริการทางค้าปลีกสมัยใหม่** เป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่มีสัดส่วนรายได้สูงสุด โดยในไตรมาส 1/65 มีรายได้รวม 26,556 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% YoY การเติบโตนี้มาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 6.6% YoY จากการเปิดสาขาใหม่และการฟื้นตัวของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ที่ 2.9% YoY ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาของยอดขายอาหารสดและอาหารแห้งที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 4.5% YoY จากการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่า แม้ว่าอัตราการเช่าจะยังคงต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อยที่ 87.5% แต่การให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ผู้เช่าลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 16.2% จาก 15.8% YoY จากการส่งเสริมการขายที่ดีและการจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้นเป็น 5.0% จาก 4.7% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นของกลุ่มนี้เติบโต 13.9% YoY มาอยู่ที่ 838 ล้านบาท บริษัทได้ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดบิ๊กซีมินิ 41 สาขา และปิด 3 สาขา ทำให้มีจำนวนสาขารวม ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2565 ทั้งหมด 1,757 สาขา (รวมไฮเปอร์มาร์เก็ต, ซูเปอร์มาร์เก็ต, บิ๊กซีมินิ, และร้านขายยาเพรียว)
**กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์** มีรายได้จากการขาย 5,831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.6% YoY โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่เติบโตถึง 56.4% จากการฟื้นตัวในไทยและเวียดนาม และราคาขายที่สูงขึ้น ขณะที่บรรจุภัณฑ์แก้วเติบโต 9.2% จากความต้องการในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นเติบโต 20.3% YoY มาอยู่ที่ 587 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วหดตัวเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนก๊าซธรรมชาติและโซดาแอช
**กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค** มีรายได้จากการขาย 5,184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% YoY จากธุรกิจอาหารและสินค้าอุปโภค แม้ว่าธุรกิจโลจิสติกส์จะถูกย้ายออกไป แต่กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 17.7% YoY มาอยู่ที่ 279 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว และเยื่อกระดาษ
**กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค** มีรายได้จากการขาย 2,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% YoY จากกลุ่มเวชภัณฑ์และการแพทย์ และเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.6% YoY มาอยู่ที่ 239 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้
## สรุปท้าย
BJC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/65 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้รวม 10.7% YoY ซึ่งขับเคลื่อนโดยการฟื้นตัวของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์และค้าปลีกสมัยใหม่ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้นเล็กน้อย แต่การเพิ่มราคาขายและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโต 23.0% YoY โอกาสในการเติบโตยังคงมีต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BJC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
43,078.04
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,457.73
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.63
%
กำไรสุทธิ
1,293.25
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,078
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,458
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,293
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BJC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
3.34
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
30.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BJC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,345
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,607
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BJC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,344.78
+10.07%
|
-8,489.82
+76.85%
|
-4,800.61
-81.46%
|
-25,899.16
+274.89%
|
-6,908.47
-232.94%
|
5,196.74
-9.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,607.06
-11.99%
|
2,962.37
+127.91%
|
1,299.79
-82.18%
|
7,293.38
+1,292.77%
|
523.66
-345.29%
|
-213.49
-90.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,398.56
+20.85%
|
7,777.24
+44.58%
|
5,379.05
-72.77%
|
19,754.83
+147.33%
|
7,987.37
-269.89%
|
-4,701.46
+339.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,660.86
+18.27%
|
2,249.81
+19.78%
|
1,878.23
+63.46%
|
1,149.06
-28.30%
|
1,602.55
+468.72%
|
281.78
-88.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
4,161.94
-5.47%
|
0.00
-100.00%
|
3,029.69
-50.02%
|
6,062.07
+6.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,133.50
-19.64%
|
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
0.00
-100.00%
|
4,398.33
+45.17%
|
3,029.69
-50.02%
|