บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
16.10
0.30 (1.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9558 out_tok=3063 at=2026-07-25T11:49:35 -->
# BJC Q1/2566 กำไรสุทธิทรงตัว รับแรงหนุนค้าปลีกสมัยใหม่ สู้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้รวมโต 3.5% จากการฟื้นตัวของค้าปลีกสมัยใหม่และยอดขายกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคยังเป็นแรงกดดัน
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 40,804 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายและรายได้ค่าบริการที่เติบโตขึ้นในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และกลุ่มบรรจุภัณฑ์ แม้ว่าต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภค ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัททรงตัวอยู่ที่ 1,254 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.6%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจกำไรในไตรมาส 1/2566 ของ BJC มาจาก **การเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่แข็งแกร่ง** ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้นในกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ได้บางส่วน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.8% เป็น 27,433 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) เติบโต 1.6% (ไม่รวม B2B เติบโต 5.8%) นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่ายังปรับตัวดีขึ้นจากการให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นจาก 16.3% ใน Q1/65 เป็น 18.2% ใน Q1/66 และอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้นจาก 4.9% เป็น 5.4% ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้เติบโต 8.9% เป็น 899 ล้านบาท
ในทางกลับกัน กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์มียอดขายเพิ่มขึ้น 6.6% เป็น 6,215 ล้านบาท โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์แก้วที่ได้อานิสงส์จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ลดลงจาก 22.0% ใน Q1/65 เป็น 18.6% ใน Q1/66 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น เช่น ก๊าซธรรมชาติ โซดาแอช และอะลูมิเนียม ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้ลดลง 18.7% เป็น 477 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงการขยายสาขาและการเสริมความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม Omnichannel อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่มนี้ในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 3.5% YoY:** อยู่ที่ 40,804 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่และกลุ่มบรรจุภัณฑ์
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นทรงตัว:** อยู่ที่ 1,254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% YoY เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นในบางกลุ่มธุรกิจ
* **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ฟื้นตัว:** รายได้เติบโต 2.8% SSS เติบโต 1.6% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 8.9%
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์เผชิญต้นทุนสูง:** แม้รายได้โต 6.6% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว 18.7%
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมดีขึ้น:** อยู่ที่ 19.4% เพิ่มขึ้นจาก 18.6% ใน Q1/65 จากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขายและประสิทธิภาพการจัดการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
BJC รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1/2566 ที่ 40,804 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากยอดขายและรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (เพิ่มขึ้น 2.8%) และกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ (เพิ่มขึ้น 6.6%) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการปรับตัวสูงขึ้น 2.6% ตามยอดขายที่เติบโตขึ้น ประกอบกับราคาวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 7,269 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก 18.6% เป็น 19.4%
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 8.6% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย 1.5% ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้น 1.3% เป็น 2,812 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 3.7% ส่งผลให้กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ลดลง 0.5% และเมื่อรวมผลของภาษีเงินได้ที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 1,254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อยอดขายของกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
* **การขยายสาขาและแพลตฟอร์ม Omnichannel:** การเปิดสาขาใหม่ของ Big C และการร่วมมือกับพันธมิตร เช่น Lineman และการขยายสู่ e-marketplace ในจีน จะช่วยเพิ่มช่องทางการขายและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจอาหาร:** ยอดขายและกำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจอาหารปรับตัวดีขึ้น จากราคาวัตถุดิบที่ลดลงและค่าขนส่งนำเข้าที่ลดลง
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ในบางกลุ่มธุรกิจ เช่น บรรจุภัณฑ์กระป๋อง สามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของกลุ่มบรรจุภัณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์กระดาษ
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกอาจส่งผลต่อการเติบโตของยอดขายและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
* **ฐานเปรียบเทียบที่สูง:** บางกลุ่มธุรกิจ เช่น บรรจุภัณฑ์กระป๋องในเวียดนาม และเวชภัณฑ์และเทคนิค มีฐานเปรียบเทียบที่สูงจากปีก่อน อาจส่งผลให้การเติบโตในไตรมาสถัดไปดูชะลอตัวลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภค:** โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ โซดาแอช และอะลูมิเนียม ว่าจะปรับตัวลดลงหรือยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่:** โดยเฉพาะการฟื้นตัวของยอดขายสินค้า B2B และการเติบโตของรายได้ค่าเช่า
* **ผลประกอบการของกลุ่มบรรจุภัณฑ์:** โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การขยายสาขาและการตอบรับของแพลตฟอร์ม Omnichannel:** รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ เช่น จีน
* **การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนการขาย:** ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ซึ่งส่งผลต่ออัตรากำไรโดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่:** เป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ โดยมีรายได้รวม 27,433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและนักท่องเที่ยว ทำให้ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) เติบโต 1.6% (หากไม่รวม B2B จะเติบโต 5.8%) รายได้ค่าเช่าก็ปรับตัวดีขึ้นจากการลดส่วนลดให้ผู้เช่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.3% เป็น 18.2% และอัตรากำไร EBIT เพิ่มขึ้นจาก 4.9% เป็น 5.4% ทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้เติบโตถึง 8.9% เป็น 899 ล้านบาท บริษัทมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Big C Food Service, Big C Mini และ Kiwi ในกัมพูชา พร้อมทั้งปิดสาขาที่อาจไม่ทำกำไร เพื่อปรับปรุงเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีการเสริมความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม Omnichannel ผ่านความร่วมมือกับ Lineman และการขยายสู่ Tmall ในจีน
**กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์:** มีรายได้จากการขาย 6,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์แก้วที่มียอดขายเติบโต 11.7% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 22.0% เป็น 18.6% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น เช่น ก๊าซธรรมชาติ โซดาแอช และอะลูมิเนียม ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้ลดลง 18.7% เป็น 477 ล้านบาท โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องมียอดขายเติบโตเล็กน้อย 0.9% แต่สามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
**กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค:** มียอดขาย 5,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% โดยกลุ่มธุรกิจอาหารมียอดขายเติบโต 6.5% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งนำเข้าที่ลดลง ในขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคยอดขายเติบโต 0.9% แต่กำไรสุทธิลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น กลุ่มธุรกิจต่างประเทศมียอดขายเติบโต 2.0% แต่กำไรสุทธิลดลงจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขาย กำไรสุทธิรวมของกลุ่มนี้ลดลงเล็กน้อย 0.5% เป็น 278 ล้านบาท
**กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค:** มียอดขาย 2,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากการเติบโตของทั้งกลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิค อย่างไรก็ตาม อัตรากำไร EBIT ลดลงจาก 15.4% เป็น 12.6% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น และฐานเปรียบเทียบที่สูงจากส่วนแบ่งกำไรในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 18.7% เป็น 194 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
BJC ในไตรมาส 1/2566 สามารถรักษาการเติบโตของรายได้รวมไว้ได้ที่ 3.5% โดยมีกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่เป็นดาวเด่นที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่กลับมาคึกคัก อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นทรงตัว เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่เห็นผลกระทบชัดเจน การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงการขยายช่องทาง Omnichannel จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่ความผันผวนของต้นทุนยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BJC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
43,078.04
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,457.73
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.63
%
กำไรสุทธิ
1,293.25
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,078
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,458
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,293
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BJC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
3.34
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
30.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BJC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,345
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,607
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BJC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,344.78
+10.07%
|
-8,489.82
+76.85%
|
-4,800.61
-81.46%
|
-25,899.16
+274.89%
|
-6,908.47
-232.94%
|
5,196.74
-9.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,607.06
-11.99%
|
2,962.37
+127.91%
|
1,299.79
-82.18%
|
7,293.38
+1,292.77%
|
523.66
-345.29%
|
-213.49
-90.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,398.56
+20.85%
|
7,777.24
+44.58%
|
5,379.05
-72.77%
|
19,754.83
+147.33%
|
7,987.37
-269.89%
|
-4,701.46
+339.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,660.86
+18.27%
|
2,249.81
+19.78%
|
1,878.23
+63.46%
|
1,149.06
-28.30%
|
1,602.55
+468.72%
|
281.78
-88.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
4,161.94
-5.47%
|
0.00
-100.00%
|
3,029.69
-50.02%
|
6,062.07
+6.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,133.50
-19.64%
|
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
0.00
-100.00%
|
4,398.33
+45.17%
|
3,029.69
-50.02%
|