บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
16.10
0.30 (1.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10319 out_tok=2815 at=2026-07-25T11:45:08 -->
# BJC กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 46.3% รับแรงหนุนค้าปลีกฟื้น-บรรจุภัณฑ์โต
## รายได้รวมโต 11.6% จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ-ยอดขายกลุ่มบรรจุภัณฑ์-ค้าปลีกสมัยใหม่เด่น
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 41,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิค และธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — การฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และการเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BJC ในไตรมาส 2/65 ให้เติบโตถึง 46.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 80.5% และการเติบโตของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลง แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วยหนุนกำไรขั้นต้นในรูปของมูลค่าเงินบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่:** การเติบโตของรายได้มาจากการขยายสาขาใหม่และการฟื้นตัวของยอดขายต่อสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth - SSSG) ที่ 5.2% โดยเฉพาะหมวดเสื้อผ้า เครื่องแต่งบ้าน และสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบกับการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าจากการที่อัตราการเช่ากลับมาดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** ยอดขายเติบโต 24.1% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไทยและเวียดนาม รวมถึงราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติ โซดาแอช และอะลูมิเนียมที่สูงขึ้น แต่การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งทำให้กำไรขั้นต้นในรูปมูลค่าเงินบาทเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุถึงการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและรายได้ค่าเช่า สำหรับกลุ่มบรรจุภัณฑ์ การเติบโตของยอดขายมีแนวโน้มต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 1,203 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.3% YoY
* **รายได้รวมขยายตัว:** รายได้รวมอยู่ที่ 41,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% YoY โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์ (24.1%) และค้าปลีกสมัยใหม่ (10.3%)
* **ค้าปลีกสมัยใหม่ฟื้นตัวแรง:** กำไรสุทธิกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 80.5% YoY จากยอดขายต่อสาขาเดิมที่เติบโต 5.2% และรายได้ค่าเช่าที่สูงขึ้น
* **บรรจุภัณฑ์ยอดขายโต แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย:** ยอดขายกลุ่มบรรจุภัณฑ์โต 24.1% แต่กำไรสุทธิลดลง 5.0% YoY จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค
## ภาพรวมผลประกอบการ
BJC รายงานรายได้รวมในไตรมาส 2/65 ที่ 41,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้น 11.5% เป็น 38,103 ล้านบาท และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 11.1% เป็น 3,242 ล้านบาท การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (ยอดขายเพิ่ม 24.1%), ธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิค (ยอดขายเพิ่ม 6.1%) และธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (ยอดขายเพิ่ม 10.3%)
ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 10.5% เป็น 39,745 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายตามยอดขายและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอาคาร
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) เติบโต 17.8% เป็น 2,779 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 46.3% เป็น 1,203 ล้านบาท
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 80,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 2,449 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.5%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การกลับมาฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในไทยและเวียดนามส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
* **การขยายสาขาค้าปลีก:** การเปิดสาขาใหม่ในกลุ่มบิ๊กซีมินิ และการซื้อกิจการร้านค้าสะดวกซื้อในกัมพูชา เป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตของรายได้
* **ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ในกลุ่มค้าปลีก:** การเติบโตของ SSSG ที่ 5.2% บ่งชี้ถึงความสามารถในการดึงดูดลูกค้าและการฟื้นตัวของหมวดหมู่สินค้าที่หลากหลาย
* **ราคาขายที่สูงขึ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์:** การปรับราคาขายสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้บางส่วน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนก๊าซธรรมชาติ โซดาแอช อะลูมิเนียม และวัตถุดิบอื่นๆ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและการบริหารจัดการต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักและต้นทุนสาธารณูปโภคจะมีผลต่ออัตรากำไรของกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค
* **การเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ในกลุ่มค้าปลีก:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของ SSSG จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และกำไรของกลุ่มนี้
* **แผนการขยายสาขาและการควบรวมกิจการ:** การดำเนินการตามแผนการขยายสาขาและการเข้าซื้อกิจการจะส่งผลต่อการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่:** เป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับ BJC โดยในไตรมาส 2/65 มีรายได้รวม 27,836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% YoY การเติบโตนี้มาจากยอดขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 10.3% จากการขยายสาขาและการฟื้นตัวของ SSSG ที่ 5.2% รวมถึงรายได้อื่น (ค่าเช่า) ที่เพิ่มขึ้น 9.9% จากอัตราการเช่าที่ 87.7% ซึ่งใกล้เคียงปีก่อนที่ 87.9% อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 16.4% จาก 14.9% YoY และอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้นเป็น 5.1% จาก 3.3% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้เติบโตถึง 80.5% เป็น 917 ล้านบาท การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งบิ๊กซีมินิในไทย และการซื้อกิจการกีวี่ในกัมพูชา เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตในอนาคต
**กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค:** มีรายได้ 5,326 ล้านบาท ลดลง 6.2% YoY แม้กลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภคจะเติบโต แต่กลุ่มโลจิสติกส์มียอดขายลดลงเนื่องจากการย้ายการจัดการกลับไปกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 15.7% จาก 17.5% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้ลดลง 40.7% เป็น 198 ล้านบาท
**กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์:** มีรายได้ 6,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.1% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 20.1% จาก 24.0% YoY เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและโซดาแอชที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้ลดลง 5.0% เป็น 556 ล้านบาท
**กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค:** มีรายได้ 2,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% YoY จากการเติบโตของฝ่ายเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ฝ่ายอุตสาหกรรมการพิมพ์ และฝ่ายวิศวกรรม อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 28.5% แต่ EBIT ลดลงจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลง 8.0% เป็น 236 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้)
## สรุปท้าย
BJC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/65 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 46.3% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาและการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม ควบคู่ไปกับการเติบโตของยอดขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขายช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนและภาวะการแข่งขันยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BJC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
43,078.04
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,457.73
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.63
%
กำไรสุทธิ
1,293.25
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,078
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,458
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,293
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BJC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
3.34
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
30.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BJC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,345
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,607
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BJC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,344.78
+10.07%
|
-8,489.82
+76.85%
|
-4,800.61
-81.46%
|
-25,899.16
+274.89%
|
-6,908.47
-232.94%
|
5,196.74
-9.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,607.06
-11.99%
|
2,962.37
+127.91%
|
1,299.79
-82.18%
|
7,293.38
+1,292.77%
|
523.66
-345.29%
|
-213.49
-90.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,398.56
+20.85%
|
7,777.24
+44.58%
|
5,379.05
-72.77%
|
19,754.83
+147.33%
|
7,987.37
-269.89%
|
-4,701.46
+339.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,660.86
+18.27%
|
2,249.81
+19.78%
|
1,878.23
+63.46%
|
1,149.06
-28.30%
|
1,602.55
+468.72%
|
281.78
-88.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
4,161.94
-5.47%
|
0.00
-100.00%
|
3,029.69
-50.02%
|
6,062.07
+6.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,133.50
-19.64%
|
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
0.00
-100.00%
|
4,398.33
+45.17%
|
3,029.69
-50.02%
|