บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
16.10
0.30 (1.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12675 out_tok=2650 at=2026-07-25T12:29:15 -->
# BJC กำไรสุทธิ Q3/64 ดิ่ง 65.4% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้ค้าปลีก-บรรจุภัณฑ์
## รายได้รวมหดตัว 3.4% จากมาตรการล็อกดาวน์กระทบค้าปลีก ขณะที่อุปโภค-เวชภัณฑ์ยังเติบโตได้ดี
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 367 ล้านบาท ลดลง 65.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้มาตรการควบคุมโรคเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท BJC ในไตรมาส 3/64 ลดลง 65.4% YoY มาจาก **ผลกระทบโดยตรงของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทลดลง 3.4% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่:** ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ใน 29 จังหวัดสีแดงเข้ม ทำให้ต้องปิดพื้นที่ขายสินค้าที่ไม่จำเป็น และจำกัดเวลาเปิดให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีการยกเว้นและให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบ ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและบริการลดลง 25.1% YoY และยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ติดลบ 6.6% YoY แม้ว่าธุรกิจออนไลน์และอาหารสดจะเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบโดยรวมได้
* **กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์:** สถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงในไทยและเวียดนาม ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจแก้วและกระป๋อง ทำให้ยอดขายในกลุ่มนี้ลดลง 8.9% YoY และส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจแก้วซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าเพิ่มสูงขึ้น
ในทางกลับกัน **กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค** และ **กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค** ยังคงเติบโตได้ดี โดยกลุ่มอุปโภคบริโภคได้ประโยชน์จากการกระจายสินค้าให้ยูนิชาร์มไปยังช่องทางค้าปลีกดั้งเดิม และการกักตุนสินค้าในเวียดนาม ขณะที่กลุ่มเวชภัณฑ์มีความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการของภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุว่ามาตรการเริ่มผ่อนคลายตั้งแต่เดือนกันยายน ซึ่งส่งผลให้ยอดขายและรายได้ค่าเช่าเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในบางกลุ่มธุรกิจ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 65.4% YoY** อยู่ที่ 367 ล้านบาท จากผลกระทบโควิด-19
* **รายได้รวมลดลง 3.4% YoY** อยู่ที่ 36,922 ล้านบาท โดยกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่และบรรจุภัณฑ์หดตัว
* **กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโต 15.8% YoY** จากการกระจายสินค้าและกักตุนสินค้าในเวียดนาม
* **กลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิคเติบโต 33.6% YoY** จากความต้องการสินค้าเกี่ยวกับโควิด-19
* **ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ของค้าปลีกสมัยใหม่ลดลง 6.6% YoY** จากมาตรการล็อกดาวน์
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทรายงานรายได้รวมในไตรมาส 3/64 เท่ากับ 36,922 ล้านบาท ลดลง 3.4% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ (-8.9% YoY) และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (-4.6% YoY) ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (+15.8% YoY) และกลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิค (+33.6% YoY) สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้อย่างแข็งแกร่ง
ต้นทุนขายลดลง 0.8% YoY สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 7.5% YoY และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.2% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 5.0% YoY อยู่ที่ 6,273 ล้านบาท และกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) ลดลง 25.6% YoY อยู่ที่ 1,969 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 367 ล้านบาท ลดลง 65.4% YoY
สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2564 บริษัทรายงานรายได้รวม 109,640 ล้านบาท ลดลง 8.0% YoY และกำไรสุทธิ 2,202 ล้านบาท ลดลง 16.8% YoY
## โอกาส
* **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19:** การทยอยผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของยอดขายและรายได้ค่าเช่าในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
* **การเติบโตของกลุ่มอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์:** การขยายฐานลูกค้า การกระจายสินค้าไปยังช่องทางใหม่ๆ และความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้
* **การขยายสาขามินิบิ๊กซี:** การเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง รวมถึงการขยายสาขาแรกในกัมพูชา เป็นโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การกลับมาระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลให้มาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้นอีกครั้ง กระทบต่อการดำเนินงาน โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว และเยื่อกระดาษ รวมถึงค่าขนส่งที่สูงขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า:** ส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจแก้วในมาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการกลุ่มบรรจุภัณฑ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และผลกระทบต่อยอดขายค้าปลีก
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
* ผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศเมียนมาต่อธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋อง
* ความคืบหน้าการขยายสาขาในต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดสาขาแรกที่กัมพูชา
* แนวโน้มส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากธุรกิจแก้วที่เป็นกิจการร่วมค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่:**
* **รายได้รวม:** 25,145 ล้านบาท ลดลง 7.0% YoY โดยรายได้จากการขาย 22,805 ล้านบาท ลดลง 4.6% YoY จากยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ที่ติดลบ 6.6% YoY เนื่องจากผลกระทบมาตรการล็อกดาวน์ รายได้ค่าเช่าและบริการลดลง 25.1% YoY จากการยกเว้นและส่วนลดค่าเช่า
* **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.5% ลดลงจาก 15.9% YoY จากสัดส่วนการขายที่เปลี่ยนแปลงและค่าขนส่งที่สูงขึ้น อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 1.3% ลดลงจาก 5.5% YoY
* **กำไรสุทธิ:** 103 ล้านบาท ลดลง 89.1% YoY
* **การขยายสาขา:** เปิดมินิบิ๊กซี 46 สาขา (ปิด 4 สาขา) รวมเป็น 1,301 สาขา ณ สิ้น ก.ย. 64
**กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค:**
* **รายได้จากการขาย:** 5,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% YoY จากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการกระจายสินค้าให้ยูนิชาร์ม และการกักตุนสินค้าในเวียดนาม
* **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 16.6% ลดลงจาก 20.1% YoY จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิ:** 321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% YoY
**กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค:**
* **รายได้จากการขาย:** 2,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.6% YoY จากความต้องการสินค้าเกี่ยวกับโควิด-19 และธุรกิจเคมีภัณฑ์
* **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 33.6% เพิ่มขึ้นจาก 31.4% YoY
* **กำไรสุทธิ:** 404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.4% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
BJC เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ในไตรมาส 3/64 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่และบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ แม้ว่ากลุ่มอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์จะยังคงเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบโดยรวมได้ อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายมาตรการและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเป็นโอกาสสำคัญในการกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและความสามารถในการปรับตัวต่อความผันผวนของตลาด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BJC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
43,078.04
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,457.73
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.63
%
กำไรสุทธิ
1,293.25
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,078
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,458
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,293
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BJC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
3.34
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
30.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BJC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,345
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,607
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BJC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,344.78
+10.07%
|
-8,489.82
+76.85%
|
-4,800.61
-81.46%
|
-25,899.16
+274.89%
|
-6,908.47
-232.94%
|
5,196.74
-9.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,607.06
-11.99%
|
2,962.37
+127.91%
|
1,299.79
-82.18%
|
7,293.38
+1,292.77%
|
523.66
-345.29%
|
-213.49
-90.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,398.56
+20.85%
|
7,777.24
+44.58%
|
5,379.05
-72.77%
|
19,754.83
+147.33%
|
7,987.37
-269.89%
|
-4,701.46
+339.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,660.86
+18.27%
|
2,249.81
+19.78%
|
1,878.23
+63.46%
|
1,149.06
-28.30%
|
1,602.55
+468.72%
|
281.78
-88.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
4,161.94
-5.47%
|
0.00
-100.00%
|
3,029.69
-50.02%
|
6,062.07
+6.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,133.50
-19.64%
|
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
0.00
-100.00%
|
4,398.33
+45.17%
|
3,029.69
-50.02%
|