บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
16.10
0.30 (1.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13227 out_tok=3087 at=2026-07-27T08:37:31 -->
# BJC Q2/64 กำไรสุทธิพุ่ง 168.6% รับแรงหนุนกลุ่มบรรจุภัณฑ์-อุปโภค แต่ค้าปลีกสมัยใหม่ยังเผชิญแรงกดดัน
## รายได้รวมหดตัว 3.9% YoY แต่กำไรสุทธิโตแรงจากการบริหารต้นทุนและรายการพิเศษปีก่อน
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 822 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 168.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 3.9% เป็น 37,101 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของกลุ่มบรรจุภัณฑ์และกลุ่มอุปโภคบริโภค ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการลดลงของรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — การฟื้นตัวของกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค ควบคู่การบริหารต้นทุนที่เข้มข้น
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BJC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **กลุ่มบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวโดดเด่น:** ยอดขายกลุ่มบรรจุภัณฑ์เติบโต 10.2% YoY โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่ขยายตัว 18.4% จากการฟื้นตัวของกลุ่มเครื่องดื่ม และฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในปีก่อน ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์กระป๋องเติบโตเล็กน้อยแต่มีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ปรับตัวดีขึ้นจาก 22.2% เป็น 24.0% และอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.9% เป็น 18.0% (เมื่อปรับรายการพิเศษ) ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้เติบโตถึง 65.5% YoY
2. **กลุ่มอุปโภคบริโภคเติบโตต่อเนื่อง:** ยอดขายกลุ่มนี้เติบโต 14.6% YoY จากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการขยายช่องทางการกระจายสินค้าให้ยูนิชาร์มไปยังร้านค้าดั้งเดิม แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายและค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้ยังคงเติบโตได้ 5.4% YoY
3. **การบริหารต้นทุนและรายการพิเศษ:** บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายรวมลดลง 5.1% YoY นอกจากนี้ การเปรียบเทียบกำไรสุทธิกับปีก่อนได้รับผลบวกจากการที่ปีก่อนมีรายการพิเศษค่าชดเชยพนักงานจากการปรับโครงสร้างองค์กรจำนวนมากถึง 437 ล้านบาท (สุทธิจากภาษี) ทำให้การเติบโตของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ดูโดดเด่น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค) / ยังไม่ชัดเจน (สำหรับค้าปลีกสมัยใหม่)**
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ คาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของกลุ่มนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **กลุ่มอุปโภคบริโภค:** การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการบริหารต้นทุนที่ต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาการเติบโตของกลุ่มนี้ แต่แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
* **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่:** แม้จะมีการปรับตัวด้วยการเพิ่มบริการออนไลน์และรูปแบบร้านค้าขนาดเล็ก แต่สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงรุนแรงและมาตรการควบคุมที่เข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและรายได้ค่าเช่าในระยะสั้นต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 168.6% YoY:** อยู่ที่ 822 ล้านบาท จาก 306 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 3.9% YoY:** อยู่ที่ 37,101 ล้านบาท โดยหลักมาจากกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 10.2% YoY และกำไรสุทธิเพิ่ม 65.5% YoY
* **กลุ่มอุปโภคบริโภคโตต่อเนื่อง:** รายได้เพิ่ม 14.6% YoY และกำไรสุทธิเพิ่ม 5.4% YoY
* **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่เผชิญแรงกดดัน:** รายได้รวมลดลง 10.1% YoY และกำไรสุทธิปกติลดลง 37.6% YoY
* **การบริหารต้นทุนดีขึ้น:** ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 5.1% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
BJC รายงานรายได้รวมในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 37,101 ล้านบาท ลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 17.4% จากการให้ส่วนลดค่าเช่าที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
ในด้านค่าใช้จ่าย บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ดี โดยค่าใช้จ่ายรวมลดลง 5.1% YoY จากการควบคุมต้นทุนขาย ต้นทุนในการขายและบริหารที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้น 25.8% YoY เป็น 2,359 ล้านบาท
เมื่อพิจารณากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 168.6% YoY เป็น 822 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญมาจากผลประกอบการที่เติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี และการที่ปีก่อนมีรายการพิเศษค่าชดเชยพนักงานจากการปรับโครงสร้างองค์กรจำนวนมาก
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 72,718 ล้านบาท ลดลง 10.1% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 1,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% YoY โดยได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วเช่นกัน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกลุ่มบรรจุภัณฑ์:** การเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อยอดขายและกำไรของกลุ่มบรรจุภัณฑ์
* **การขยายช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่:** การเพิ่มจำนวนสาขามินิบิ๊กซี และการพัฒนาบริการออนไลน์/เดลิเวอรี่ จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ในระยะยาว
* **การกระจายสินค้าให้ลูกค้าภายนอก:** การขยายบริการกระจายสินค้าให้กับแบรนด์อื่น เช่น ยูนิชาร์ม จะช่วยเพิ่มรายได้และใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่มีอยู่
* **การควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** สถานการณ์ที่ยังคงรุนแรงและมาตรการควบคุมที่เข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเข้าใช้บริการของลูกค้า
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เยื่อกระดาษ และพลังงาน อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบางกลุ่มธุรกิจ
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค อาจส่งผลต่อยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **สถานการณ์ในประเทศพม่า:** ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศพม่า อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่พึ่งพิงตลาดนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลกระทบของมาตรการควบคุมโควิด-19 ต่อกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่:** โดยเฉพาะในไตรมาส 3/64 ที่มีมาตรการเข้มงวดขึ้น
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค
* **การเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ในกลุ่มค้าปลีก:** เพื่อวัดความสามารถในการฟื้นตัวของธุรกิจ
* **ความคืบหน้าในการขยายสาขามินิบิ๊กซี:** และรูปแบบร้านค้าใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
* **ผลประกอบการของกลุ่มบรรจุภัณฑ์:** โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์:** รายได้จากการขายเติบโต 10.2% YoY เป็น 4,885 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 65.5% YoY เป็น 586 ล้านบาท โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วเติบโต 18.4% YoY จากกลุ่มเครื่องดื่ม และกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระป๋องเติบโตเล็กน้อยแต่มีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นจาก 22.2% เป็น 24.0% และอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ปกติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค:** รายได้จากการขายเติบโต 14.6% YoY เป็น 5,679 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.4% YoY เป็น 333 ล้านบาท การเติบโตมาจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการกระจายสินค้าให้ยูนิชาร์มไปยังช่องทางค้าปลีกดั้งเดิม แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
**กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค:** รายได้จากการขายเติบโต 11.8% YoY เป็น 2,189 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 39.9% YoY เป็น 256 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากยอดขายกลุ่มเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อย แต่การควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นช่วยหนุนกำไร
**กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่:** รายได้รวมลดลง 10.1% YoY เป็น 25,239 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 12.8% YoY จากยอดขายต่อสาขาเดิมที่ติดลบ 14.3% อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 20.0% YoY จากการให้ส่วนลดค่าเช่าที่ลดลง กำไรสุทธิปกติลดลง 37.6% YoY เป็น 508 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าและค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 1.3 เท่า ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
## สรุปท้าย
BJC ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการผลประกอบการท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 โดยมีกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภคเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้รายได้รวมจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการลดลงของรายการพิเศษในปีก่อนเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ผลประกอบการดูโดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจยืดเยื้อและต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มผลประกอบการในระยะถัดไป โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BJC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
43,078.04
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,457.73
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.63
%
กำไรสุทธิ
1,293.25
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,078
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,458
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,293
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BJC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
3.34
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
30.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BJC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,345
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,607
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BJC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,344.78
+10.07%
|
-8,489.82
+76.85%
|
-4,800.61
-81.46%
|
-25,899.16
+274.89%
|
-6,908.47
-232.94%
|
5,196.74
-9.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,607.06
-11.99%
|
2,962.37
+127.91%
|
1,299.79
-82.18%
|
7,293.38
+1,292.77%
|
523.66
-345.29%
|
-213.49
-90.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,398.56
+20.85%
|
7,777.24
+44.58%
|
5,379.05
-72.77%
|
19,754.83
+147.33%
|
7,987.37
-269.89%
|
-4,701.46
+339.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,660.86
+18.27%
|
2,249.81
+19.78%
|
1,878.23
+63.46%
|
1,149.06
-28.30%
|
1,602.55
+468.72%
|
281.78
-88.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
4,161.94
-5.47%
|
0.00
-100.00%
|
3,029.69
-50.02%
|
6,062.07
+6.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,133.50
-19.64%
|
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
0.00
-100.00%
|
4,398.33
+45.17%
|
3,029.69
-50.02%
|