บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
16.10
0.30 (1.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11049 out_tok=2879 at=2026-07-25T11:35:42 -->
# BJC กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 153.9% รับแรงหนุนรายได้ค้าปลีกฟื้น-บรรจุภัณฑ์โต
## รายได้ค้าปลีกฟื้น-บรรจุภัณฑ์โต หนุน BJC กำไรสุทธิ Q3/65 ก้าวกระโดด ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นแรงกดดัน
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 932 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 153.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ และการเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในบางกลุ่มธุรกิจก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BJC ในไตรมาส 3/2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 153.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่** ซึ่งมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 554.6% และ **การเติบโตที่โดดเด่นของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์** ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 38.7% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกเหล่านี้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจาก **ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบางกลุ่มธุรกิจ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่:** การฟื้นตัวของกำไรสุทธิในกลุ่มนี้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ รายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 35.4% จากอัตราการเช่าที่สูงขึ้น (87.9%) และการให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าลดลง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นจาก 14.5% ใน Q3/64 เป็น 16.9% ใน Q3/65 แม้ว่ายอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) จะติดลบเล็กน้อยที่ -2.4% เนื่องจากผลกระทบจากสภาพอากาศและฐานเปรียบเทียบที่สูงจากปีก่อน
* **กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์:** การเติบโตของรายได้ 38.7% มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไทยและเวียดนาม ส่งผลดีต่อทั้งบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋อง โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่มียอดขายเติบโตถึง 84.6% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ลดลงจาก 24.0% ใน Q3/64 เป็น 16.5% ใน Q3/65 เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติ โซดาแอช และอะลูมิเนียมที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ลดลง 22.2% แม้รายได้จะเติบโตก็ตาม
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภค:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋อง รวมถึงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (อาหาร, อุปโภค, ต่างประเทศ)
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาของรายได้ค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์ แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน แต่การเติบโตของปริมาณขายและการปรับราคาขายอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 153.9% YoY** แตะ 932 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/65 โต 9.1% YoY** อยู่ที่ 40,283 ล้านบาท
* **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่กำไรสุทธิโต 554.6%** จากรายได้ค่าเช่าฟื้นตัวและ GPM ดีขึ้น
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์รายได้โต 38.7%** แต่ GPM ลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบสูง
* **กลุ่มอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์/เทคนิค กำไรสุทธิลดลง** จากยอดขายและ GPM ที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
BJC รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 40,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 40.9% จากรายได้ค่าเช่าที่สูงขึ้น สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 121,095 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4%
ในด้านค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 7.9% ในไตรมาส 3/2565 เป็น 39,000 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายตามยอดขายและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT) ในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 2,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.4% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 153.9% เป็น 932 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้อยู่ที่ 7,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 3,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.6%
อัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขาย (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 18.0% ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 18 bps เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทปกติต่อยอดขายอยู่ที่ 2.5% เพิ่มขึ้น 147 bps เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การกลับมาฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศไทยและเวียดนามส่งผลดีต่อยอดขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และค้าปลีก
* **รายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น:** กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าจากการปรับอัตราการเช่าและลดส่วนลด
* **การขยายสาขา:** การขยายสาขาของบิ๊กซีมินิและร้านค้าอื่นๆ อย่างต่อเนื่องในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
* **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋อง:** ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภค:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนก๊าซธรรมชาติ โซดาแอช อะลูมิเนียม และไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ติดลบ:** กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่เผชิญกับ SSS ที่ติดลบเล็กน้อยจากปัจจัยภายนอกและฐานเปรียบเทียบที่สูง
* **ยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิดลดลง:** กลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิคได้รับผลกระทบจากการลดลงของยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด
* **สถานการณ์การจัดหาเซมิคอนดักเตอร์:** ส่งผลกระทบต่อระยะเวลาในการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ในกลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานในไตรมาสถัดไป
* การฟื้นตัวของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
* ความสามารถในการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ในกลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิค
* การขยายสาขาและการบริหารจัดการต้นทุนในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่:** เป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนรายได้และกำไรของ BJC ในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้รวม 26,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% YoY แม้ว่ายอดขายจากการขายสินค้าจะเติบโตเพียง 1.5% จาก SSS ที่ติดลบ แต่รายได้อื่น (ส่วนใหญ่คือรายได้ค่าเช่า) เติบโตถึง 35.4% จากอัตราการเช่าที่ 87.9% และการลดส่วนลดให้ผู้เช่า ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้พุ่งสูงถึง 554.6% YoY อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 16.9% จาก 14.5% ในปีก่อน และอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ (EBIT Margin) อยู่ที่ 4.1% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.1% ในปีก่อน บริษัทมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบิ๊กซีมินิ
**กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์:** มีรายได้จากการขาย 6,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.7% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไทยและเวียดนาม โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่เติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.0% เป็น 16.5% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มนี้ลดลง 22.2% YoY
**กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค:** รายได้จากการขายลดลง 8.1% YoY อยู่ที่ 5,477 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการย้ายการจัดการโลจิสติกส์ของบิ๊กซีออกจากธุรกิจโลจิสติกส์ แม้กลุ่มอาหารและอุปโภคจะเติบโตก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.6% เป็น 15.9% จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 35.8% YoY
**กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค:** รายได้จากการขายลดลง 10.7% YoY อยู่ที่ 2,329 ล้านบาท จากยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิดที่ลดลงและปัญหาการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33.6% เป็น 29.6% ทำให้กำไรสุทธิลดลง 31.5% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
BJC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 153.9% เป็นผลจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ที่ได้แรงหนุนจากรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในบางกลุ่มธุรกิจ รวมถึงการฟื้นตัวของยอดขายต่อสาขาเดิมในกลุ่มค้าปลีก เพื่อประเมินทิศทางการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BJC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
43,078.04
ล้านบาท
↓ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,457.73
ล้านบาท
↓ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.63
%
กำไรสุทธิ
1,293.25
ล้านบาท
↓ 21.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.00
%
D/E Ratio
1.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
43,078
↓ -2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,458
↓ -1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,293
↓ -21.4%
YoY
D/E Ratio
1.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BJC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.67
ROE (%)
3.34
ROA (%)
3.53
Book Value/หุ้น
30.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BJC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-9,345
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,607
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BJC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-9,344.78
+10.07%
|
-8,489.82
+76.85%
|
-4,800.61
-81.46%
|
-25,899.16
+274.89%
|
-6,908.47
-232.94%
|
5,196.74
-9.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,607.06
-11.99%
|
2,962.37
+127.91%
|
1,299.79
-82.18%
|
7,293.38
+1,292.77%
|
523.66
-345.29%
|
-213.49
-90.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,398.56
+20.85%
|
7,777.24
+44.58%
|
5,379.05
-72.77%
|
19,754.83
+147.33%
|
7,987.37
-269.89%
|
-4,701.46
+339.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,660.86
+18.27%
|
2,249.81
+19.78%
|
1,878.23
+63.46%
|
1,149.06
-28.30%
|
1,602.55
+468.72%
|
281.78
-88.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
4,161.94
-5.47%
|
0.00
-100.00%
|
3,029.69
-50.02%
|
6,062.07
+6.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,133.50
-19.64%
|
5,143.92
+5.91%
|
4,856.74
+16.69%
|
0.00
-100.00%
|
4,398.33
+45.17%
|
3,029.69
-50.02%
|