บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
189.50
+1.50 (+0.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จาก 2,919 ล้านบาท YoY หากเทียบกับไตรมาสก่อนจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย และการควบคุมต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีจํานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 จนถึงปี 2564 แต่การเติบโตในธุรกิจของกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พํานักในไทยยังคงเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว และ ด้วยข้อจํากัดในการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติของบริษัท
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในช่วงครึ่งแรกของไตรมาส 1 ปี 2563 ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ การดําเนินงานของบริษัทเพียงเล็กน้อย ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน 2564 จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2564 รัฐบาลไทยได้ปิด พรมแดนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์ โดยการระงับโครงการกักกันตัวในโรงพยาบาลทางเลือก (AHQ)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10455 out_tok=2775 at=2026-07-25T11:14:17 -->
BH กำไรสุทธิ Q4/2564 พุ่ง 253.8% รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติกลับมา
BH Q4/2564: รายได้-กำไรฟื้นตัวแรง หลังไทยเปิดประเทศ ดันผู้ป่วยต่างชาติเพิ่ม
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 3,924 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 612 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 253.8% การฟื้นตัวนี้เป็นผลมาจากการกลับมาเปิดประเทศของไทยและการเติบโตของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BH ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิอย่างก้าวกระโดด
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การกลับมาเปิดประเทศของไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นปัจจัยสำคัญที่ปลดล็อกการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำและได้รับวัคซีนครบถ้วน ทำให้รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติในไตรมาส 4 ปี 2564 เพิ่มขึ้นถึง 50.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยก็ยังคงเติบโตต่อเนื่องที่ 19.7% การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 121.1% เป็น 1,116 ล้านบาท และ EBITDA Margin ขยับขึ้นจาก 17.1% เป็น 28.4% แม้ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 20.4% แต่ก็เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 64.5% เป็น 58.3% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ไทยได้กลับมาเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น และการที่บริษัทมีฐานลูกค้าชาวต่างชาติที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ประกอบกับการที่ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการเติบโตของลูกค้าชาวไทยที่พำนักในไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่สามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายกว่า การฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในไตรมาสถัดไป หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังคงควบคุมได้ และนโยบายการเปิดประเทศยังคงดำเนินต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/2564 เติบโต 33.1% YoY** แตะ 3,924 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q4/2564 พุ่ง 253.8% YoY** แตะ 612 ล้านบาท (ไม่รวมรายการพิเศษ 56 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 286.5%)
* **EBITDA Q4/2564 เพิ่มขึ้น 121.1% YoY** แตะ 1,116 ล้านบาท และ EBITDA Margin ขยับขึ้นเป็น 28.4%
* **รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ Q4/2564 เพิ่มขึ้น 50.2% YoY** ขณะที่ผู้ป่วยไทยเพิ่มขึ้น 19.7%
* **ปี 2564 รายได้รวมเติบโต 1.3% YoY** เป็น 12,605 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 1.0% YoY เป็น 1,216 ล้านบาท (ไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.6% เป็น 1,272 ล้านบาท)
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity) อยู่ที่ -0.1 เท่า และอัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) สูงถึง 21.6 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยรายได้รวมอยู่ที่ 3,924 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 2,947 ล้านบาท การเติบโตนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 253.8% เป็น 612 ล้านบาท จาก 173 ล้านบาทในปีที่แล้ว ทำให้อัตรากำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15.6% จาก 5.9% ในปีก่อนหน้า
เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ผลประกอบการก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 31.3% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 106.8% ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15.6% เทียบกับ 9.9% ในไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 12,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จาก 12,445 ล้านบาทในปี 2563 และมีกำไรสุทธิ 1,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จาก 1,204 ล้านบาทในปี 2563 โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.6% เทียบกับ 9.7% ในปีก่อนหน้า
หากไม่รวมรายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในไอด็อกเตอร์พีทีอีลิมิเต็ด จำนวน 56 ล้านบาท กำไรสุทธิของไตรมาส 4 ปี 2564 จะอยู่ที่ 668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 286.5% และสำหรับทั้งปี 2564 กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 1,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6%
## โอกาส
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการเดินทางคาดว่าจะช่วยดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติให้กลับมาใช้บริการ BH ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลก
* **การเติบโตของตลาดสุขภาพในประเทศ:** ความใส่ใจในสุขภาพของคนไทยที่เพิ่มขึ้น และกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การที่ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ สะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของการระบาดของโรค:** การกลับมาระบาดของโรคโควิด-19 หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของชาวต่างชาติและการเข้าถึงบริการของโรงพยาบาล
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงจากโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรเมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ:** ติดตามจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เดินทางเข้ามารักษาอย่างใกล้ชิด และปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการควบคุมต้นทุนกิจการโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง
* **แผนการขยายธุรกิจหรือการลงทุนใหม่ๆ:** ตรวจสอบแผนการลงทุนของบริษัทเพื่อการเติบโตในระยะยาว
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ:** ติดตามข่าวสารและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางเข้าออกประเทศไทย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** เติบโต 33.1% YoY ใน Q4/2564 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 50.2% และผู้ป่วยไทยที่เพิ่มขึ้น 19.7% สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 49.6% และผู้ป่วยไทย 50.4%
* **ต้นทุนกิจการโรงพยาบาล:** เพิ่มขึ้น 20.4% YoY ใน Q4/2564 ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนสินค้า แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงเหลือ 58.3% จาก 64.5%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 21.6% YoY จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและพนักงาน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.5% YoY จากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและค่าบำรุงรักษาซอฟต์แวร์
* **EBITDA:** เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 121.1% YoY ใน Q4/2564 แตะ 1,116 ล้านบาท และ EBITDA Margin ขยับขึ้นเป็น 28.4%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 20,857 ล้านบาท ลดลง 13.9% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการจ่ายเงินปันผลและการชำระคืนหุ้นกู้ บริษัทมีหนี้สินรวม 3,239 ล้านบาท ลดลง 39.9% จากปีก่อน ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 17,618 ล้านบาท ลดลง 6.5%
อัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) อยู่ที่ 21.6 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 19.7 เท่าในปี 2563 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานในปี 2564 อยู่ที่ 3,556 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,261 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดอยู่ที่ 1,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,229 ล้านบาทในปี 2563 อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 3.5 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.4 เท่า
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ BH ในไตรมาส 4 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการกลับมาของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติหลังการเปิดประเทศ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิและ EBITDA เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์การระบาดของโรคและการแข่งขัน แต่ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทำให้ BH มีศักยภาพในการเติบโตต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเดินทางระหว่างประเทศกลับมาเป็นปกติมากขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
6,555.61
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
3,350.75
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
51.11
%
กำไรสุทธิ
1,885.35
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.76
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,556
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,351
↑ + 4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,885
↓ -0.9%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
25.75
ROA (%)
26.94
Book Value/หุ้น
41.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,793
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,147
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,792.92
-14.51%
|
-4,436.84
+23.51%
|
-3,592.22
+113.49%
|
-1,682.60
-2.14%
|
-1,719.40
-495.90%
|
434.30
-51.41%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,147.34
+129.30%
|
2,680.91
+29.05%
|
2,077.40
+1,461.02%
|
133.08
-92.41%
|
1,752.27
-276.09%
|
-995.12
+38.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,429.29
-4.30%
|
2,538.33
+34.10%
|
1,892.91
+10.68%
|
1,710.21
-315.40%
|
-793.97
+1,043.06%
|
-69.46
-69.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,811.35
+517.85%
|
778.72
+97.41%
|
394.46
+162.31%
|
150.38
-118.97%
|
-792.55
+24.69%
|
-635.60
+948.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|
2,080.58
-17.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,595.10
+133.02%
|
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|