บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
189.50
+1.50 (+0.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จาก 2,919 ล้านบาท YoY หากเทียบกับไตรมาสก่อนจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย และการควบคุมต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีจํานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 จนถึงปี 2564 แต่การเติบโตในธุรกิจของกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พํานักในไทยยังคงเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว และ ด้วยข้อจํากัดในการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติของบริษัท
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในช่วงครึ่งแรกของไตรมาส 1 ปี 2563 ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ การดําเนินงานของบริษัทเพียงเล็กน้อย ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน 2564 จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2564 รัฐบาลไทยได้ปิด พรมแดนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์ โดยการระงับโครงการกักกันตัวในโรงพยาบาลทางเลือก (AHQ)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9633 out_tok=2590 at=2026-07-25T03:03:25 -->
# BH กำไรสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 49.9% รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตเด่นเทียบปีก่อนและก่อนโควิด ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากผู้ป่วยต่างชาติกลับมาใช้บริการต่อเนื่อง
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 6,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 49.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 โดยอัตรากำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 28.4% นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไตรมาส 2 ปี 2562 พบว่ารายได้รวมและกำไรสุทธิของไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 42.7% และ 141.1% ตามลำดับ สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BH ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 49.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเติบโตสูงถึง 141.1% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 2562
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักมาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่สูงถึง 28.6%** ในไตรมาส 2 ปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 65.2% ของรายได้รวม สะท้อนถึงการกลับมาเดินทางเพื่อรับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยของชาวต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยก็ยังคงเติบโตได้ดีที่ 13.7% แม้สัดส่วนจะลดลงมาอยู่ที่ 34.8% การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนกิจการโรงพยาบาล (เพิ่มขึ้น 15.2%) ซึ่งมีปัจจัยหลักจากค่าธรรมเนียมแพทย์ ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายพนักงาน เป็นผลให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 53.8% เป็น 50.4% ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น ทำให้ EBITDA Margin ขยายตัวจาก 34.4% เป็น 38.9% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้มากกว่ารายได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติและผู้ป่วยชาวไทยมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 (Q2/2562) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาการเติบโตของรายได้รวมที่ 42.7% และกำไรสุทธิที่ 141.1% เทียบกับ Q2/2562 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและยั่งยืนของตลาดผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ BH
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2566 แตะ 6,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.1% YoY** และเติบโต 42.7% เมื่อเทียบกับ Q2/2562
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 1,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.9% YoY** และเติบโต 141.1% เมื่อเทียบกับ Q2/2562
* **อัตรากำไรสุทธิ Q2/2566 อยู่ที่ 28.4%** เพิ่มขึ้นจาก 23.5% ใน Q2/2565 และ 16.8% ใน Q2/2562
* **รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 28.6% YoY** คิดเป็น 65.2% ของรายได้รวม
* **EBITDA Margin ขยายตัวสู่ 38.9%** จาก 34.4% ใน Q2/2565 จากการควบคุมต้นทุนที่ดี
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการของ BH ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงการเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและช่วงก่อนโควิด-19 โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 24.1% YoY เป็น 6,147 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 49.9% YoY เป็น 1,748 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 28.4% เมื่อเทียบกับ 23.5% ในปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนโควิด-19 รายได้รวมเติบโต 42.7% และกำไรสุทธิเติบโตถึง 141.1% สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ได้อย่างชัดเจน สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 12,235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.4% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.2% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของตลาดผู้ป่วยต่างชาติ:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรในระยะยาว
* **การเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทย:** แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าในประเทศควบคู่ไปกับการดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติ
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง แม้ต้นทุนการดำเนินงานจะปรับเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของรายได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การพึ่งพารายได้จากต่างชาติอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อการรักษาอัตรากำไรในอนาคต
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติในไตรมาสถัดไป:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับสูงหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมแพทย์ ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายพนักงาน เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนรายได้ระหว่างผู้ป่วยไทยและต่างชาติ:** เพื่อประเมินความสมดุลของฐานลูกค้า
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก และนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้จากกิจการโรงพยาบาลใน Q2/2566 อยู่ที่ 6,029 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.0% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ 28.6% และผู้ป่วยชาวไทย 13.7% สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 65.2% เพิ่มขึ้นจาก 62.3% ในปีก่อน ขณะที่ผู้ป่วยไทยอยู่ที่ 34.8% ลดลงจาก 37.7% ในปีก่อน การเติบโตนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
**ต้นทุนและอัตรากำไร:** ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 15.2% YoY เป็น 3,041 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากค่าธรรมเนียมแพทย์ ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 53.8% เป็น 50.4% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้น EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 34.4% เป็น 38.9%
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 20.0% YoY เป็น 163 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.6% YoY เป็น 824 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียน 12,674 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้การค้า สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 13,228 ล้านบาท หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 3,506 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 890 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.5% เป็น 21,505 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity) ติดลบเล็กน้อยที่ (0.2) สะท้อนสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
ในครึ่งปีแรกของปี 2566 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 3,341 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 52 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 1,906 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้นเป็น 3,500 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 3.6 เท่า และสภาพคล่องหมุนเร็วอยู่ที่ 1.9 เท่า แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นที่ดี
## สรุปท้าย
BH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของผู้ป่วยต่างชาติ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและช่วงก่อนโควิด-19 แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติที่ต่อเนื่อง และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทยังคงมีศักยภาพในการเติบโตต่อไปในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
6,555.61
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
3,350.75
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
51.11
%
กำไรสุทธิ
1,885.35
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.76
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,556
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,351
↑ + 4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,885
↓ -0.9%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
25.75
ROA (%)
26.94
Book Value/หุ้น
41.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,793
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,147
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,792.92
-14.51%
|
-4,436.84
+23.51%
|
-3,592.22
+113.49%
|
-1,682.60
-2.14%
|
-1,719.40
-495.90%
|
434.30
-51.41%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,147.34
+129.30%
|
2,680.91
+29.05%
|
2,077.40
+1,461.02%
|
133.08
-92.41%
|
1,752.27
-276.09%
|
-995.12
+38.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,429.29
-4.30%
|
2,538.33
+34.10%
|
1,892.91
+10.68%
|
1,710.21
-315.40%
|
-793.97
+1,043.06%
|
-69.46
-69.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,811.35
+517.85%
|
778.72
+97.41%
|
394.46
+162.31%
|
150.38
-118.97%
|
-792.55
+24.69%
|
-635.60
+948.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|
2,080.58
-17.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,595.10
+133.02%
|
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|