บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
178.00
1.00 (0.56%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จาก 2,919 ล้านบาท YoY หากเทียบกับไตรมาสก่อนจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย และการควบคุมต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีจํานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 จนถึงปี 2564 แต่การเติบโตในธุรกิจของกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พํานักในไทยยังคงเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว และ ด้วยข้อจํากัดในการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติของบริษัท
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในช่วงครึ่งแรกของไตรมาส 1 ปี 2563 ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ การดําเนินงานของบริษัทเพียงเล็กน้อย ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน 2564 จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2564 รัฐบาลไทยได้ปิด พรมแดนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์ โดยการระงับโครงการกักกันตัวในโรงพยาบาลทางเลือก (AHQ)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) (BH): ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) (BH) รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2567 อยู่ที่ 6,447 ล้านบาท ลดลง 4.9% จาก 6,775 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2566 แม้รายได้จะลดลง แต่กำไรสุทธิในช่วงนี้กลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1,955 ล้านบาท จาก 1,954 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2566 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 30.3% ในไตรมาส 3 ปี 2567 เทียบกับ 28.8% ในไตรมาส 3 ปี 2566 การเติบโตของกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2567 นี้เกิดจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อยก็ตาม
ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567 สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความท้าทายหลายประการ อาทิ อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง การเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายประเทศ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดลงของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ เนื่องจากการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
การวิเคราะห์รายได้และกำไรของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2567 พบว่า บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนกิจการโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดลง 8.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2566 แม้รายได้จะลดลง 5.0% ส่งผลให้สัดส่วนของต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้ลดลงเป็น 48.4% ในไตรมาส 3 ปี 2567 เทียบกับ 50.2% ในไตรมาส 3 ปี 2566 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.2% ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจําหน่าย (EBITDA) ที่ 40.2% ในไตรมาส 3 ปี 2567 เทียบกับ 38.9% ในไตรมาส 3 ปี 2566
สำหรับฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 30,262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จาก 29,212 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน โดยเฉพาะสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นๆ และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ บริษัทมีหนี้สินรวม 4,407 ล้านบาท ลดลง 13.8% จาก 5,114 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดลงของภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และค่าธรรมเนียมแพทย์ค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทมีจํานวน 25,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จาก 24,098 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิของเก้าเดือนแรกของปี 2567 หักกลบกับเงินปันผลจ่าย อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงเป็น 0.1 เท่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 เทียบกับ 0.2 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 แสดงให้เห็นว่าฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมีความสามารถในการชำระหนี้
ในแง่ของกระแสเงินสด บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 6,166 ล้านบาท ในเก้าเดือนแรกของปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก 5,481 ล้านบาท ในเก้าเดือนแรกของปี 2566 แสดงถึงความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรจากการดำเนินงานของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2,241 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 4,205 ล้านบาท ในเก้าเดือนแรกของปี 2567
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้แก่ การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์ที่รุนแรง, การเปลี่ยนแปลงในนโยบายด้านสุขภาพและการประกันสุขภาพ, และความผันผวนของค่าเงินตราต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีโอกาสการเติบโตจากการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ, การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย, และความต้องการบริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มการลงทุนในบริษัทในอนาคตน่าจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก, การเปลี่ยนแปลงในนโยบายด้านสุขภาพ, และการบริหารจัดการต้นทุนและการแข่งขัน
สรุปได้ว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 ของ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไรสุทธิที่ดี แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและการแข่งขันในอุตสาหกรรม พร้อมทั้งพัฒนาบริการและเทคโนโลยีเพื่อรักษาฐานลูกค้าและผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
6,555.61
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
3,350.75
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
51.11
%
กำไรสุทธิ
1,885.35
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.76
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,556
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,351
↑ + 4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,885
↓ -0.9%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
25.75
ROA (%)
26.94
Book Value/หุ้น
41.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,793
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,147
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,792.92
-14.51%
|
-4,436.84
+23.51%
|
-3,592.22
+113.49%
|
-1,682.60
-2.14%
|
-1,719.40
-495.90%
|
434.30
-51.41%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,147.34
+129.30%
|
2,680.91
+29.05%
|
2,077.40
+1,461.02%
|
133.08
-92.41%
|
1,752.27
-276.09%
|
-995.12
+38.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,429.29
-4.30%
|
2,538.33
+34.10%
|
1,892.91
+10.68%
|
1,710.21
-315.40%
|
-793.97
+1,043.06%
|
-69.46
-69.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,811.35
+517.85%
|
778.72
+97.41%
|
394.46
+162.31%
|
150.38
-118.97%
|
-792.55
+24.69%
|
-635.60
+948.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|
2,080.58
-17.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,595.10
+133.02%
|
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|