บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
189.50
+1.50 (+0.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จาก 2,919 ล้านบาท YoY หากเทียบกับไตรมาสก่อนจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย และการควบคุมต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีจํานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 จนถึงปี 2564 แต่การเติบโตในธุรกิจของกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พํานักในไทยยังคงเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว และ ด้วยข้อจํากัดในการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติของบริษัท
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในช่วงครึ่งแรกของไตรมาส 1 ปี 2563 ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ การดําเนินงานของบริษัทเพียงเล็กน้อย ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน 2564 จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2564 รัฐบาลไทยได้ปิด พรมแดนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์ โดยการระงับโครงการกักกันตัวในโรงพยาบาลทางเลือก (AHQ)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8024 out_tok=2538 at=2026-07-25T11:48:42 -->
# BH กำไรสุทธิ Q1/2566 พุ่ง 118% รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตเด่น YoY จากผู้ป่วยต่างชาติกลับมา ขณะที่ต้นทุนคุมได้ดี ส่งผล EBITDA Margin พุ่ง 36%
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 6,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,583 ล้านบาท เติบโตถึง 118.4% โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เดินทางเข้ามาใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BH ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมและอัตรากำไรของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
รายได้จากกิจการโรงพยาบาลในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 6,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติถึง 78.0% ทำให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 66.9% จากเดิม 55.5% ในปีก่อน ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยเพิ่มขึ้น 9.5% คิดเป็นสัดส่วน 33.1% การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติสะท้อนถึงการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวและการยอมรับในบริการทางการแพทย์ของไทย
แม้ว่าต้นทุนกิจการโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 31.6% เป็น 3,150 ล้านบาท โดยมีค่าธรรมเนียมแพทย์ ค่าใช้จ่ายพนักงาน และต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ 47.5% ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 58.4% เป็น 52.1% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นถึง 88.0% เป็น 2,200 ล้านบาท และ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 28.2% เป็น 36.1% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากผู้ป่วยต่างชาติและผู้ป่วยชาวไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 (ไตรมาส 1 ปี 2562) โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 29.6% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 46.4% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตระยะยาวของบริษัท นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนที่ต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยสนับสนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้นในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 118.4% YoY:** อยู่ที่ 1,583 ล้านบาท จาก 725 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 46.7% YoY:** อยู่ที่ 6,091 ล้านบาท จาก 4,152 ล้านบาทในปีก่อน
* **ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาคึกคัก:** รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 78.0% สัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 66.9%
* **EBITDA Margin แข็งแกร่ง:** อยู่ที่ 36.1% เพิ่มขึ้นจาก 28.2% ในปีก่อน
* **เทียบกับก่อนโควิด:** รายได้รวมและกำไรสุทธิ Q1/2566 สูงกว่า Q1/2562 ถึง 29.6% และ 46.4% ตามลำดับ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2566 ของ BH แสดงการเติบโตที่โดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 46.7% เป็น 6,091 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 118.4% เป็น 1,583 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิขยายตัวจาก 17.5% เป็น 26.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้รวมและกำไรสุทธิมีการเติบโตเล็กน้อยที่ 0.4% และ 2.4% ตามลำดับ โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 26.0% ใกล้เคียงกับ 25.5% ในไตรมาส 4 ปี 2565
เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 (Q1/2562) พบว่าผลประกอบการของ BH ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 29.6% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 46.4% สะท้อนถึงการกลับมาของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้ในระยะยาว
* **การเติบโตของผู้ป่วยชาวไทย:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยไทยแสดงถึงฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและบริการที่ตอบโจทย์
* **การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การบริหารจัดการต้นทุนที่สามารถทำได้ดีเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ ช่วยเพิ่มอัตรากำไร
* **การกลับมาของรายได้สูงกว่าช่วงก่อนโควิด:** บ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตที่ยั่งยืนของธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การพึ่งพารายได้จากต่างชาติอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคา
* **ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้:** เช่น การระบาดของโรคอุบัติใหม่ หรือสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ:** ติดตามจำนวนผู้ป่วยและสัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
* **การขยายบริการและตลาดใหม่:** แผนการลงทุนหรือการพัฒนาบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
* **ผลกระทบจากปัจจัยมหภาค:** เช่น อัตราเงินเฟ้อ หรือภาวะเศรษฐกิจโลก ที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้ป่วย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้จากกิจการโรงพยาบาลในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 6,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.5% YoY โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 78.0% ทำให้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้อยู่ที่ 66.9% ขณะที่ผู้ป่วยไทยเพิ่มขึ้น 9.5% คิดเป็น 33.1% รายได้รวมอยู่ที่ 6,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.7% YoY
**ต้นทุนและอัตรากำไร:** ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 31.6% เป็น 3,150 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากค่าธรรมเนียมแพทย์ ค่าใช้จ่ายพนักงาน และต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 58.4% เป็น 52.1% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น EBITDA เพิ่มขึ้น 88.0% เป็น 2,200 ล้านบาท และ EBITDA Margin ขยายตัวจาก 28.2% เป็น 36.1%
**การเปรียบเทียบ:** เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2562 (ก่อนโควิด) รายได้รวมเพิ่มขึ้น 29.6% และ EBITDA เพิ่มขึ้น 35.7% สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตที่สูงกว่าเดิม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 26,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 21,574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% จากผลกำไรสุทธิ
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์เฉลี่ย (ROA) อยู่ที่ 25.1% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROE) อยู่ที่ 30.5% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,020 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1,932 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเงินฝากประจำ ตราสารหนี้ และที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 1,998 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 3.6 เท่า
## สรุปท้าย
BH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 สุดแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 118.4% เป็น 1,583 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 46.7% แม้ต้นทุนการดำเนินงานจะปรับสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่รัดกุมทำให้ EBITDA Margin ขยายตัวขึ้นอย่างโดดเด่น สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่เหนือกว่าช่วงก่อนโควิด-19 และมีโอกาสต่อเนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยังคงสดใส แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตา แต่ภาพรวมยังคงเป็นบวกจากการเติบโตที่แข็งแกร่งและฐานะการเงินที่มั่นคง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
6,555.61
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
3,350.75
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
51.11
%
กำไรสุทธิ
1,885.35
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.76
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,556
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,351
↑ + 4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,885
↓ -0.9%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
25.75
ROA (%)
26.94
Book Value/หุ้น
41.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,793
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,147
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,792.92
-14.51%
|
-4,436.84
+23.51%
|
-3,592.22
+113.49%
|
-1,682.60
-2.14%
|
-1,719.40
-495.90%
|
434.30
-51.41%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,147.34
+129.30%
|
2,680.91
+29.05%
|
2,077.40
+1,461.02%
|
133.08
-92.41%
|
1,752.27
-276.09%
|
-995.12
+38.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,429.29
-4.30%
|
2,538.33
+34.10%
|
1,892.91
+10.68%
|
1,710.21
-315.40%
|
-793.97
+1,043.06%
|
-69.46
-69.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,811.35
+517.85%
|
778.72
+97.41%
|
394.46
+162.31%
|
150.38
-118.97%
|
-792.55
+24.69%
|
-635.60
+948.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|
2,080.58
-17.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,595.10
+133.02%
|
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|