บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
189.50
+1.50 (+0.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จาก 2,919 ล้านบาท YoY หากเทียบกับไตรมาสก่อนจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย และการควบคุมต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีจํานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 จนถึงปี 2564 แต่การเติบโตในธุรกิจของกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พํานักในไทยยังคงเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว และ ด้วยข้อจํากัดในการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติของบริษัท
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในช่วงครึ่งแรกของไตรมาส 1 ปี 2563 ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ การดําเนินงานของบริษัทเพียงเล็กน้อย ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน 2564 จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2564 รัฐบาลไทยได้ปิด พรมแดนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์ โดยการระงับโครงการกักกันตัวในโรงพยาบาลทางเลือก (AHQ)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6048 out_tok=2275 at=2026-07-25T09:58:56 -->
สิวารมณ์ เรียลเอสเตท Q3/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 32.51% รับอานิสงส์โครงการใหม่
รายได้รวมลดลงเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นจากปัจจัยการรับรู้รายได้โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่เริ่มสร้างรายได้ต่อเนื่อง ฝ่ายบริหารเน้นการพัฒนาโครงการเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของสิวารมณ์ เรียลเอสเตท (SVR) ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตถึง 32.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นของการรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดขายใหม่** แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม
ปัจจัยนี้เกิดขึ้นเนื่องจากบริษัทมีการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการสิวารมณ์ เนเจอร์พลัส 2 (สุขุมวิท - บางปู) และโครงการสิวารมณ์วิลเลจ (สุขุมวิท-บางปู58) ซึ่งเริ่มสร้างรายได้ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้แม้รายได้รวมจากการขายอสังหาริมทรัพย์จะลดลงเล็กน้อยจาก 236.42 ล้านบาท เหลือ 214.43 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นจาก 11.82 ล้านบาท เป็น 15.66 ล้านบาท
สำหรับโอกาสในการต่อเนื่องของปัจจัยนี้ **มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** เนื่องจากฝ่ายบริหารได้ระบุว่ามีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก 3 โครงการ เพื่อรองรับยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้มีรายได้จากการขายโครงการเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีการรับรู้รายได้จาก 5 โครงการ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการโครงการที่หลากหลายและต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 32.51% YoY:** จาก 11.82 ล้านบาท เป็น 15.66 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 9.23% YoY:** จาก 236.42 ล้านบาท เป็น 214.43 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 27.17% YoY:** จาก 168.62 ล้านบาท เป็น 214.43 ล้านบาท (ส่วนนี้ขัดแย้งกับรายได้รวมที่ลดลงเล็กน้อย อาจต้องตรวจสอบเอกสารต้นฉบับอีกครั้ง หรือตีความว่ารายได้รวมอาจรวมรายการอื่นที่ลดลง)
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 75.48% YoY:** จาก 35.99 ล้านบาท เป็น 63.16 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ปรับเพิ่มขึ้น:** จาก 6.77% เป็น 8.80%
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** ทั้งในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2566 จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 214.43 ล้านบาท ลดลง 21.99 ล้านบาท หรือ 9.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 236.42 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3.84 ล้านบาท หรือ 32.51% จาก 11.82 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็น 15.66 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2566
ในส่วนของงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 717.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.26 ล้านบาท หรือ 35.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 531.39 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 63.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.16 ล้านบาท หรือ 75.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 35.99 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 6.77% เป็น 8.80%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ต่อเนื่อง:** การมีโครงการใหม่ 2 โครงการที่เริ่มสร้างรายได้และมีแนวโน้มต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาโครงการเพิ่มอีก 3 โครงการ จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรในอนาคต
* **การขยายการรับรู้รายได้จากหลายโครงการ:** ในงวด 9 เดือนแรก บริษัทมีการรับรู้รายได้จาก 5 โครงการ แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการที่หลากหลาย
* **การขายที่ดินรอการพัฒนา:** การได้รับเงินจากการขายที่ดินรอการพัฒนา จังหวัดภูเก็ต จำนวน 100 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่อง
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากโครงการ:** การที่รายได้หลักมาจากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนตามวงจรการพัฒนาและขายโครงการ
* **การเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ เช่น อุปสงค์ กำลังซื้อ อัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการรับรู้รายได้
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุน:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่ 3 โครงการ:** การพัฒนาและการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการใหม่เหล่านี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **ยอดขายรอการโอน (Backlog):** ข้อมูลเกี่ยวกับ Backlog จะช่วยประเมินรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
* **สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ:
* **รายได้จากการขายโครงการ:** ในไตรมาส 3/2566 รายได้จากโครงการเพื่อขายเพิ่มขึ้น 27.17% YoY เป็นผลจากการรับรู้รายได้ของโครงการใหม่ 2 โครงการ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
* **ต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น:** ต้นทุนโครงการเพื่อขายเพิ่มขึ้นตามรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 55.98 ล้านบาท เป็น 66.98 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 20.49% ใน Q3/2565 เป็น 17.26% ใน 9 เดือนแรกปี 2566 แสดงถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **การพัฒนาโครงการ:** การมีโครงการใหม่ 3 โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา บ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,810.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.15% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (65.69%) เนื่องจากการพัฒนาโครงการใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,085.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 418.17 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีการเพิ่มขึ้นทั้งหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียน ส่วนหนึ่งมาจากการออกจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 218.40 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 725.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.49 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน IPO และกำไรสุทธิ
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 3/2566 ใช้ไปสุทธิ 521.44 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้ไปในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับเงินสดจากการจัดหาเงินจำนวนมาก ทั้งจากการเพิ่มทุน IPO และการออกหุ้นกู้ ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
สิวารมณ์ เรียลเอสเตท (SVR) ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่น่าสนใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 32.51% แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มต่อเนื่องจากการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในอนาคต แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์และการบริหารจัดการต้นทุน แต่การเพิ่มทุนและการออกหุ้นกู้ช่วยเสริมฐานะการเงินและสภาพคล่อง นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการใหม่และยอดขายรอการโอนเพื่อประเมินศักยภาพการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
6,555.61
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
3,350.75
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
51.11
%
กำไรสุทธิ
1,885.35
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.76
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,556
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,351
↑ + 4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,885
↓ -0.9%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
25.75
ROA (%)
26.94
Book Value/หุ้น
41.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,793
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,147
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,792.92
-14.51%
|
-4,436.84
+23.51%
|
-3,592.22
+113.49%
|
-1,682.60
-2.14%
|
-1,719.40
-495.90%
|
434.30
-51.41%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,147.34
+129.30%
|
2,680.91
+29.05%
|
2,077.40
+1,461.02%
|
133.08
-92.41%
|
1,752.27
-276.09%
|
-995.12
+38.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,429.29
-4.30%
|
2,538.33
+34.10%
|
1,892.91
+10.68%
|
1,710.21
-315.40%
|
-793.97
+1,043.06%
|
-69.46
-69.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,811.35
+517.85%
|
778.72
+97.41%
|
394.46
+162.31%
|
150.38
-118.97%
|
-792.55
+24.69%
|
-635.60
+948.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|
2,080.58
-17.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,595.10
+133.02%
|
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|