บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
189.50
+1.50 (+0.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จาก 2,919 ล้านบาท YoY หากเทียบกับไตรมาสก่อนจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย และการควบคุมต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีจํานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 จนถึงปี 2564 แต่การเติบโตในธุรกิจของกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พํานักในไทยยังคงเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว และ ด้วยข้อจํากัดในการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติของบริษัท
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในช่วงครึ่งแรกของไตรมาส 1 ปี 2563 ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ การดําเนินงานของบริษัทเพียงเล็กน้อย ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน 2564 จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2564 รัฐบาลไทยได้ปิด พรมแดนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์ โดยการระงับโครงการกักกันตัวในโรงพยาบาลทางเลือก (AHQ)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10298 out_tok=2734 at=2026-07-25T11:44:18 -->
# BH กำไร Q2/65 พุ่ง 438% รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตแรง YoY และ QoQ หลังผู้ป่วยต่างชาติกลับมาใช้บริการ ขณะที่ต้นทุนต่อรายได้ลดลง
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 4,954 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 438.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 การเติบโตนี้ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้เพิ่มขึ้น 19.3% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 60.8% สะท้อนการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจโรงพยาบาล
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BH ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 64.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น 438.6% นอกจากนี้ **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** ยังช่วยเสริมให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติเป็นผลโดยตรงจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้ผู้ป่วยต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาใช้บริการในประเทศไทยได้มากขึ้น โดยรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติในไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 120.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 62.3% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 46.4% ในปีก่อน ขณะเดียวกัน รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยก็ยังคงเติบโตได้ดีที่ 15.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในด้านต้นทุน แม้ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 38.6% เป็น 2,640 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ 64.5% ทำให้ **สัดส่วนต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้ลดลงจาก 63.9% ในปีก่อน เหลือ 53.8%** ซึ่งเป็นการบริหารต้นทุนที่ทำได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 19.1% เป็น 34.4% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 7.2% เป็น 23.5%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่มาตรการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลกยังคงผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางด้านการแพทย์ที่ได้รับความนิยม ประกอบกับการที่ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 (ไตรมาส 2 ปี 2562) ที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 15.0% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 60.8% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ และปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยต่างชาติ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 แตะ 4,954 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% YoY** จาก 3,020 ล้านบาท ใน Q2/64
* **กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 438.6% YoY สู่ 1,166 ล้านบาท** จาก 216 ล้านบาท ใน Q2/64
* **อัตรากำไรสุทธิ Q2/65 ขยายตัวสู่ 23.5%** จาก 7.2% ใน Q2/64
* **รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติโต 120.8% YoY** คิดเป็น 62.3% ของรายได้รวม
* **EBITDA Margin เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 19.1% ใน Q2/64 เป็น 34.4% ใน Q2/65
* **ครึ่งปีแรก 2565 รายได้รวม 9,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.9% YoY** และกำไรสุทธิ 1,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 514.8% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 4,954 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 19.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 438.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 60.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 23.5% จาก 7.2% ในปีก่อน และ 17.5% ในไตรมาสก่อนหน้า
เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 (ไตรมาส 2 ปี 2562) รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.0% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 60.8% โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 23.5% เทียบกับ 16.8% ในช่วงก่อนโควิด-19
สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 9,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 514.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 20.8% เทียบกับ 5.4% ในปีก่อน และใกล้เคียงกับ 20.1% ในช่วงก่อนโควิด-19
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการแพทย์:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลกส่งผลดีต่อการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มรายได้หลักของ BH
* **การเติบโตของผู้ป่วยชาวไทย:** รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าในประเทศ
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลง ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การเปรียบเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19:** ผลประกอบการในปัจจุบันสามารถฟื้นตัวและเติบโตได้ดีกว่าช่วงก่อนการระบาด สะท้อนถึงศักยภาพของธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และโรคอุบัติใหม่:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ
* **ภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความสามารถในการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคา
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อรายได้เมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ:** ติดตามการเติบโตอย่างต่อเนื่องและการฟื้นตัวสู่ระดับก่อนโควิด-19
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนต่อรายได้ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนสินค้า
* **การแข่งขันด้านราคาและบริการ:** กลยุทธ์ของ BH ในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้านการเดินทางและการแพทย์:** ผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลไทยและประเทศต่างๆ
* **การลงทุนในเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ:** เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านการแพทย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** เติบโต 64.5% YoY เป็น 4,903 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 120.8% และผู้ป่วยไทยที่เพิ่มขึ้น 15.8% สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 62.3% เพิ่มขึ้นจาก 46.4% ในปีก่อน
* **ต้นทุนกิจการโรงพยาบาล:** เพิ่มขึ้น 38.6% เป็น 2,640 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 63.9% เป็น 53.8% ซึ่งเป็นผลดีต่ออัตรากำไร
* **EBITDA Margin:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 19.1% ใน Q2/64 เป็น 34.4% ใน Q2/65
* **การเปรียบเทียบกับ Q2/62 (ก่อนโควิด):** รายได้เพิ่มขึ้น 14.6% และ EBITDA Margin อยู่ที่ 34.4% เทียบกับ 27.1% ใน Q2/62 แสดงถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งกว่าช่วงก่อนโควิด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 21,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 391 ล้านบาท จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้ค้างจ่ายและค่าธรรมเนียมแพทย์ค้างจ่าย
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 17,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 1,891 ล้านบาท หักลบด้วยเงินปันผลจ่าย 1,631 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity) อยู่ที่ (0.1) เท่า ซึ่งแสดงถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีเงินสดมากกว่าหนี้สิน
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2565 อยู่ที่ 2,522 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,572 ล้านบาทในปีก่อน
## สรุปท้าย
BH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของผู้ป่วยต่างชาติ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอัตรากำไรดีขึ้นกว่าช่วงก่อนโควิด-19 แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์โลก แต่แนวโน้มการเติบโตยังคงมีโอกาสต่อเนื่อง โดยต้องจับตาการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
6,555.61
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
3,350.75
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
51.11
%
กำไรสุทธิ
1,885.35
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.76
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,556
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,351
↑ + 4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,885
↓ -0.9%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
25.75
ROA (%)
26.94
Book Value/หุ้น
41.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,793
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,147
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,792.92
-14.51%
|
-4,436.84
+23.51%
|
-3,592.22
+113.49%
|
-1,682.60
-2.14%
|
-1,719.40
-495.90%
|
434.30
-51.41%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,147.34
+129.30%
|
2,680.91
+29.05%
|
2,077.40
+1,461.02%
|
133.08
-92.41%
|
1,752.27
-276.09%
|
-995.12
+38.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,429.29
-4.30%
|
2,538.33
+34.10%
|
1,892.91
+10.68%
|
1,710.21
-315.40%
|
-793.97
+1,043.06%
|
-69.46
-69.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,811.35
+517.85%
|
778.72
+97.41%
|
394.46
+162.31%
|
150.38
-118.97%
|
-792.55
+24.69%
|
-635.60
+948.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|
2,080.58
-17.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,595.10
+133.02%
|
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|