บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
189.50
+1.50 (+0.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จาก 2,919 ล้านบาท YoY หากเทียบกับไตรมาสก่อนจากการเพิ่มขึ้นของ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย และการควบคุมต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีจํานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 จนถึงปี 2564 แต่การเติบโตในธุรกิจของกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พํานักในไทยยังคงเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว และ ด้วยข้อจํากัดในการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติของบริษัท
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในช่วงครึ่งแรกของไตรมาส 1 ปี 2563 ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ การดําเนินงานของบริษัทเพียงเล็กน้อย ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน 2564 จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2564 รัฐบาลไทยได้ปิด พรมแดนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์ โดยการระงับโครงการกักกันตัวในโรงพยาบาลทางเลือก (AHQ)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11315 out_tok=2692 at=2026-07-25T11:34:50 -->
# BH กำไร Q3/2565 พุ่ง 407% รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตแรงเทียบปีก่อนและก่อนโควิด ฝ่ายบริหารชี้ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาเป็นปัจจัยหลัก
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 5,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 407.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 โดยผลประกอบการยังดีกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 20.6% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 42.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2562
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BH ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดด และตามมาด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายบริหารระบุว่า รายได้จากกิจการโรงพยาบาลในไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 95.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีแรงหนุนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติถึง 213.2% ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยเพิ่มขึ้น 10.1% การฟื้นตัวนี้ทำให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติกลับมาอยู่ที่ 67.4% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 42.1% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญ แม้ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 61.5% ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ แต่เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลกลับลดลงจาก 62.5% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 51.6% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 21.9% ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาอยู่ที่ 36.4% ในไตรมาส 3 ปี 2565
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยพิจารณาจากข้อมูลในเอกสารที่ระบุว่า รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติมีการเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน และยังฟื้นตัวได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 (ไตรมาส 3 ปี 2562) โดยรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติในไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 18.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2562 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการกลับมาของกำลังซื้อและการเดินทางของผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 92.1% YoY** แตะ 5,740 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 407.2% YoY** สู่ระดับ 1,501 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิ Q3/2565 ขยายตัวสู่ 26.2%** จาก 9.9% ในปีก่อน
* **รายได้ผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัวแรง 213.2% YoY** คิดเป็น 67.4% ของรายได้รวม
* **ผลประกอบการ Q3/2565 ดีกว่าช่วงก่อนโควิด-19** รายได้เพิ่ม 20.6% และกำไรสุทธิเพิ่ม 42.2% เทียบกับ Q3/2562
* **EBITDA Margin แข็งแกร่งที่ 36.4%** เพิ่มขึ้นจาก 21.9% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2565:** บริษัทรายงานรายได้รวม 5,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92.1% จาก 2,989 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 และเพิ่มขึ้น 15.9% จากไตรมาส 2 ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 407.2% จาก 296 ล้านบาทในปีก่อน และเพิ่มขึ้น 28.8% จากไตรมาสก่อนหน้า อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 26.2% เทียบกับ 9.9% ในปีก่อน และ 23.5% ในไตรมาสก่อนหน้า
**9 เดือนแรกปี 2565:** บริษัทมีรายได้รวม 14,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.0% จาก 8,683 ล้านบาทในปีก่อน กำไรสุทธิ 3,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 462.0% จาก 604 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 22.8% เทียบกับ 7.0% ในปีก่อน
**เทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 (Q3/2562):** รายได้รวม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 20.6% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 42.2% เมื่อเทียบกับ Q3/2562 ขณะที่ 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 7.9% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 18.5% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกปี 2562
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลกและการกลับมาของเที่ยวบินระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ
* **การเติบโตของผู้ป่วยชาวไทย:** แม้สัดส่วนจะน้อยกว่าผู้ป่วยต่างชาติ แต่รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การบริหารจัดการต้นทุนที่สามารถรองรับการเติบโตของรายได้ได้ดี ช่วยเพิ่มอัตรากำไรให้สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวหรือภาวะเงินเฟ้อ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงจากโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ อาจกดดันราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและนโยบาย:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงพยาบาล หรือการเดินทางระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ:** ติดตามสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอย่างใกล้ชิด และปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง
* **การแข่งขันด้านราคาและบริการ:** กลยุทธ์ของคู่แข่งและการปรับตัวของ BH เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก:** การติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคและผลกระทบต่อกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้จากกิจการโรงพยาบาลในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 5,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.6% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติถึง 213.2% ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็น 67.4% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยเพิ่มขึ้น 10.1% สัดส่วนอยู่ที่ 32.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564
**ต้นทุนและอัตรากำไร:** ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 61.5% YoY แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว สัดส่วนลดลงจาก 62.5% เป็น 51.6% ทำให้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 21.9% เป็น 36.4% อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 9.9% เป็น 26.2%
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 112.5% YoY ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น 69 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 14.1% YoY ส่วนหนึ่งมาจากการบริจาควัคซีนโมเดอร์นา 59 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 22,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 763 ล้านบาท และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 727 ล้านบาท จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมแพทย์ค้างจ่าย เจ้าหนี้การค้า และภาษีเงินได้ค้างจ่าย
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 18,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น หักลบด้วยเงินปันผลจ่าย
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์เฉลี่ย (ROA) ใน 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 20.9% เพิ่มขึ้นจาก 5.4% ในปี 2564 และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROE) อยู่ที่ 25.1% เพิ่มขึ้นจาก 6.7% ในปี 2564
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานใน 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 4,353 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,680 ล้านบาทในปีก่อน
## สรุปท้าย
BH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิและ EBITDA Margin ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีผลประกอบการที่ดีกว่าช่วงก่อนโควิด-19 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันในอุตสาหกรรม.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
6,555.61
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
3,350.75
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
51.11
%
กำไรสุทธิ
1,885.35
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.76
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,556
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,351
↑ + 4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,885
↓ -0.9%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
25.75
ROA (%)
26.94
Book Value/หุ้น
41.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,793
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,147
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,792.92
-14.51%
|
-4,436.84
+23.51%
|
-3,592.22
+113.49%
|
-1,682.60
-2.14%
|
-1,719.40
-495.90%
|
434.30
-51.41%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,147.34
+129.30%
|
2,680.91
+29.05%
|
2,077.40
+1,461.02%
|
133.08
-92.41%
|
1,752.27
-276.09%
|
-995.12
+38.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,429.29
-4.30%
|
2,538.33
+34.10%
|
1,892.91
+10.68%
|
1,710.21
-315.40%
|
-793.97
+1,043.06%
|
-69.46
-69.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,811.35
+517.85%
|
778.72
+97.41%
|
394.46
+162.31%
|
150.38
-118.97%
|
-792.55
+24.69%
|
-635.60
+948.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|
2,080.58
-17.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,595.10
+133.02%
|
3,259.38
-13.64%
|
3,774.05
+80.48%
|
2,091.13
+16.04%
|
1,802.03
+46.58%
|
1,229.42
-40.91%
|