บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.66
+0.01 (+1.54%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อ (ATM เงินด่วน) และรายได้อื่น ขณะที่ด้านค่าใช้จ่ายสามารถทําให้การตั้งสํารอง ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ รายการขาดทุนและประมาณการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขายและต้นทุนทางการเงิน ลดลงอย่าง มีนัยสําคัญ
รายได้อื่นจําแนกตามประเภทในปี 2564 พบว่า รายการหนี้สูญได้รับคืนจะมีสัดส่วนมากที่สุดประมาณ 45% คิดเป็นรายได้จํานวน 48.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจํานวน 8.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็น 19.87% รองลงมาคือ รายได้จากการติดตามหนี้พิพากษามีสัดส่วนประมาณ 32% คิดเป็นรายได้จํานวน 35.33 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจํานวน 1.31 ล้านบาท ลดลงคิดเป็น 24.25% สาเหตุเนื่องจากในปีก่อนมีการเร่งรัดติดตามลูกหนี้รายใหญ่จากพอร์ทเดิมได้หลาย รายและเป็นยอดหนี้ที่สูง ขณะที่ปีนี้ส่วนใหญ่เป็นการติดตามลูกหนี้รายย่อยจากพอร์ทใหม่เป็นหลัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## สรุปผลประกอบการ หุ้น AMANAH (บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)) ปี 2567 (ฉบับรวมข้อมูล)
**สรุปสั้น:**
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (AMANAH) ประสบผลขาดทุนสุทธิ 16.42 ล้านบาทในปี 2567 ลดลงจากปีก่อน 205.42 ล้านบาท (ปี 2566 กำไร 189.01 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการขาดทุนจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยสุทธิจากภาษีเงินได้สำหรับโครงการผลประโยชน์พนักงานจำนวน 1.47 ล้านบาท บริษัทฯ จะมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปีเท่ากับ 17.89 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนจากการขายรถยึดค้างสต็อกจากปี 2566 จำนวน 99.68 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 83.26 ล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 10.66% เพิ่มขึ้นจาก 5.78% ในปี 2566 เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าส่งผลให้ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น
**เศรษฐกิจ:**
ในปี 2567 เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า โดย NPL ในระบบสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์มีแนวโน้มสูงขึ้น AMANAH ไม่ได้ใช้วิธีตัดหนี้สูญออกจากพอร์ต NPL ก่อนเวลาอันควร เนื่องจากมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจส่งผลให้ NPL ในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การตัดหนี้สูญที่เร็วจึงอาจทำให้ต้องสำรองหนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อผลประกอบการ โดยบริษัทจะตัดหนี้สูญเมื่อลูกหนี้ค้างชำระเกิน 12 เดือนขึ้นไป ซึ่งมีการสำรองหนี้เต็ม 100% แล้ว
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:**
รายได้รวมของบริษัทลดลง 2.81% คิดเป็น 937.99 ล้านบาท (จาก 965.13 ล้านบาทในปี 2566) สาเหตุหลักมาจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ลดลงประมาณ 50% รายได้จากค่าธรรมเนียมลดลง 41.31% คิดเป็น 17.77 ล้านบาท (จาก 30.28 ล้านบาทในปี 2566) รายได้อื่น (ส่วนใหญ่จากการติดตามหนี้พิพากษา) ลดลง 29.40% คิดเป็น 73.41 ล้านบาท (จาก 103.99 ล้านบาทในปี 2566) ในขณะที่รายได้จากเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 2.23% คิดเป็น 846.80 ล้านบาท (จาก 828.32 ล้านบาทในปี 2566)
ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 31.20% คิดเป็น 970.93 ล้านบาท (จาก 740.04 ล้านบาทในปี 2566) โดยรายการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) หรือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เพิ่มขึ้น 128.15% คิดเป็น 473.39 ล้านบาท (จาก 207.49 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการสำรองหนี้ตามการจัดชั้นหนี้ปกติ จำนวน 250 ล้านบาท และสำรองหนี้ฯ จากการเปลี่ยนแปลงวิธีจัดมูลค่าของทรัพย์สินรอการขาย (รถยึด) รวม 151 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 12.93% คิดเป็น 126.97 ล้านบาท (จาก 112.43 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.25% คิดเป็น 326.08 ล้านบาท (จาก 347.84 ล้านบาท)
**สินเชื่อและสัดส่วน:**
บริษัทปล่อยสินเชื่อใหม่ได้จำนวน 908 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 928 ล้านบาท คิดเป็น 50.54% เนื่องจากตลาดประมูลรถยนต์มือสองปรับราคาลดลง และ NPL ในระบบมีอัตราสูงขึ้น บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และการลดผลขาดทุนจากการขายรถยึด โดยมีการปรับลดราคารถยนต์มือสองที่อยู่ในทะเบียนรายชื่อของบริษัทฯ (รถยึด) ลงตลอดทั้งปีประมาณ 4 ครั้ง เพื่อสะท้อนราคาตลาด
* **NPL (Non-Performing Loans):** 10.66%
* **อัตราส่วนสำรองหนี้ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio):** ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ระบุ Coverage Ratio อย่างชัดเจน แต่ระบุว่าบริษัทมีการสำรองหนี้ฯ จำนวน 379.32 ล้านบาท (มากกว่าที่ผู้สอบบัญชีรายงาน) ซึ่งสามารถนำไปคำนวณ Coverage Ratio ได้ หากทราบยอดสินเชื่อด้อยคุณภาพทั้งหมด
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** 1.39 เท่า (เพิ่มขึ้นจาก 1.54 เท่าในปี 2566)
**สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** 4,333.61 ล้านบาท (ลดลง 7.43% จากปี 2566) รายการหลักที่ลดลงคือ ลูกหนี้เงินให้สินเชื่อและทรัพย์สินรอการขาย
* **หนี้สินรวม:** 2,522.40 ล้านบาท (ลดลง 11.06% จากปี 2566) เนื่องจากการชำระคืนสินเชื่อระยะยาว
**มาตรการและกลยุทธ์การติดตามหนี้:**
บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการและกลยุทธ์การติดตามหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น:
* ให้ความสำคัญกับทีมพิเศษเพื่อเร่งรัดติดตามค่างวดกับลูกค้ารายใหม่
* เน้นให้ผู้รับจ้างภายนอกลงพื้นที่ลูกค้าทุกรายที่ไม่ชำระค่างวด หรือติดต่อไม่ได้
* เน้นการติดตามหนี้เชิงรุก โดยให้ผู้ปฏิบัติงานติดตามหนี้เรียกเก็บชำระค่างวดสำหรับลูกค้าที่ค้างชำระ
* ปรับระบบการจ่ายค่าตอบแทนการติดตามหนี้ (Incentive) ให้มีเป้าหมายเพื่อจูงใจเจ้าหน้าที่ติดตามหนี้
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:**
* **ปัจจัยความเสี่ยง:** ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า, การแข่งขันในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์, ความผันผวนของราคารถยนต์มือสอง
* **โอกาสในการลงทุน:** การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างเข้มงวด, การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด, การควบคุมค่าใช้จ่าย
**สรุปสั้นท้ายสุด:**
ผลประกอบการของ AMANAH ในปี 2567 ได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า และการเปลี่ยนแปลงของราคารถยนต์มือสอง ซึ่งส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ลดลง และ NPL เพิ่มขึ้น การขาดทุนจากการขายรถยึดค้างสต็อกเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ในการบริหารจัดการสินทรัพย์ และควบคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยลบ และสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว การที่บริษัทมีการสำรองหนี้ในระดับสูง สะท้อนถึงความระมัดระวังในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต แต่ก็ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้นด้วยเช่นกัน การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน เป็นผลมาจากการใช้คืนวงเงินสินเชื่อ ทำให้ภาระหนี้สินของบริษัทลดลง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMANAH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
202.79
ล้านบาท
↓ 10.8% YoY
กำไรขั้นต้น
170.80
ล้านบาท
↓ 18.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
84.23
%
กำไรสุทธิ
88.18
ล้านบาท
↑ 491.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
43.48
%
D/E Ratio
1.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
203
↓ -10.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↓ -18.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
88
↑ + 491.7%
YoY
D/E Ratio
1.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMANAH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.40
ROE (%)
-6.40
ROA (%)
-0.35
Book Value/หุ้น
1.41
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMANAH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-221
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+40
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMANAH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-220.85
+91.25%
|
-115.48
-118.89%
|
611.21
-199.49%
|
-614.34
+158.03%
|
-238.09
-469.13%
|
64.50
-110.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
40.24
+2,858.82%
|
1.36
-73.12%
|
5.06
+27.14%
|
3.98
+134.12%
|
1.70
-240.50%
|
-1.21
-110.69%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
263.64
+34.56%
|
195.93
-162.26%
|
-314.70
-241.58%
|
222.28
-10.31%
|
247.84
-223.49%
|
-200.69
-216.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
83.03
+1.49%
|
81.81
-198.31%
|
-83.22
-129.97%
|
277.70
+137.82%
|
116.77
+46.46%
|
79.73
+7.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
368.32
+231.10%
|
111.24
+163.17%
|
42.27
-79.06%
|
201.90
+42.35%
|
141.83
-0.73%
|
142.87
+383.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
550.37
+49.43%
|
368.32
+231.10%
|
111.24
+163.17%
|
42.27
-79.06%
|
201.90
+42.35%
|
141.83
-0.73%
|