บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.80
+0.05 (+6.67%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อ (ATM เงินด่วน) และรายได้อื่น ขณะที่ด้านค่าใช้จ่ายสามารถทําให้การตั้งสํารอง ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ รายการขาดทุนและประมาณการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขายและต้นทุนทางการเงิน ลดลงอย่าง มีนัยสําคัญ
รายได้อื่นจําแนกตามประเภทในปี 2564 พบว่า รายการหนี้สูญได้รับคืนจะมีสัดส่วนมากที่สุดประมาณ 45% คิดเป็นรายได้จํานวน 48.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจํานวน 8.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็น 19.87% รองลงมาคือ รายได้จากการติดตามหนี้พิพากษามีสัดส่วนประมาณ 32% คิดเป็นรายได้จํานวน 35.33 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจํานวน 1.31 ล้านบาท ลดลงคิดเป็น 24.25% สาเหตุเนื่องจากในปีก่อนมีการเร่งรัดติดตามลูกหนี้รายใหญ่จากพอร์ทเดิมได้หลาย รายและเป็นยอดหนี้ที่สูง ขณะที่ปีนี้ส่วนใหญ่เป็นการติดตามลูกหนี้รายย่อยจากพอร์ทใหม่เป็นหลัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9487 out_tok=2557 at=2026-07-25T01:32:52 -->
# AMANAH กำไร Q2/66 ดิ่ง 58% รับสำรองหนี้พุ่ง-ต้นทุนการเงินสูง
## ฝ่ายจัดการ AMANAH ชี้ผลงานไตรมาส 2/66 แย่ลง เหตุสำรองหนี้เพิ่ม 130% และต้นทุนการเงินสูงขึ้น ขณะที่สินเชื่อใหม่ครึ่งปีแรกโต 3%
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 33.93 ล้านบาท ลดลง 58.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) หรือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 130.90% รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ AMANAH ในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) หรือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 130.90% หรือ 40.95 ล้านบาท ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ นอกจากนี้ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 53.44%** หรือ 9.66 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของ ECL เป็นผลมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจและพฤติกรรมของลูกหนี้ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะผลกระทบจากมาตรการ market conduct ที่ทำให้บริษัทฯ เก็บค่าติดตามจากลูกค้าที่ค้างชำระได้น้อยลง ส่งผลให้ลูกค้าละเลยการชำระค่างวดตรงเวลา การไหลตกชั้นของลูกหนี้จาก Stage 1 (ค้างชำระ 0-1 งวด) ไปสู่ Stage 2 (ค้างชำระ 2-3 งวด) เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องมีการตั้งสำรอง ECL ตลอดอายุสัญญา (Lifetime ECL) มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าอัตรา NPF โดยรวมจะยังควบคุมได้ไม่เกิน 4% ก็ตาม
ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการที่สถาบันการเงินปรับอัตรากำไรวงเงินสินเชื่อเพิ่มขึ้น 0.25% ต่อปี ประกอบกับการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ที่มากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อและลดการตั้งสำรองในอนาคต ได้แก่ การเร่งรัดปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้า Stage 2, เพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ทั้งภายในและภายนอก, กำหนด KPI ด้านคุณภาพสินเชื่อให้ทุกภาคส่วน และกำหนดวิธีการติดตามหนี้เชิงรุกเพื่อผลักดันให้ลูกหนี้ขยับชั้นขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการเห็นผล และยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจและพฤติกรรมลูกหนี้ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 58.01% YoY** อยู่ที่ 33.93 ล้านบาท จาก 80.80 ล้านบาทในปีก่อน
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) พุ่ง 130.90% YoY** เป็น 72.23 ล้านบาท จาก 31.28 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 53.44% YoY** เป็น 27.73 ล้านบาท จาก 18.07 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/66 เพิ่มขึ้น 4.27% YoY** เป็น 234.84 ล้านบาท จาก 225.22 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 12.97%
* **สินเชื่อใหม่ครึ่งปีแรก 2566 รวม 1,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.22% YoY** จาก 995 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 2,400 ล้านบาท
* **อัตราสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPF) ทรงตัวที่ 3.99%** ณ สิ้น Q2/66
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 AMANAH มีกำไรสุทธิ 33.93 ล้านบาท ลดลง 21.64% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และลดลง 58.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายได้รวม 234.84 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.20% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 4.27% YoY ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 6.16% QoQ และ 44.30% YoY ซึ่งเป็นผลหลักมาจากการตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 77.23 ล้านบาท ลดลง 50.35% YoY โดยมีรายได้รวม 470.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.99% YoY แต่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นถึง 45.38% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของสินเชื่อใหม่:** ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ครึ่งปีแรกเติบโตเล็กน้อย YoY และฝ่ายจัดการคาดว่าจะสามารถผลักดันสินเชื่อใหม่ให้ได้ตามเป้าหมาย 2,400 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลังซึ่งเป็น High Season
* **มาตรการบริหารคุณภาพสินเชื่อ:** การเร่งรัดปรับโครงสร้างหนี้ การติดตามหนี้เชิงรุก และการกำหนด KPI ด้านคุณภาพสินเชื่อ อาจช่วยลดการตั้งสำรองในอนาคตและปรับปรุงสถานะลูกหนี้ได้
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ที่ค้างชำระและไหลตกชั้นไปสู่ Stage 2 เป็นปัจจัยกดดันหลักต่อการตั้งสำรอง ECL
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น
* **ผลกระทบจาก Market Conduct:** การเก็บค่าติดตามหนี้ได้น้อยลงส่งผลต่อพฤติกรรมลูกค้าและการตั้งสำรอง
* **การลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การปฏิบัติตามมาตรการบริหารคุณภาพสินเชื่อ:** ความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้และติดตามหนี้จะส่งผลต่อการตั้งสำรอง ECL ในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่:** ความสามารถในการบรรลุเป้าหมายสินเชื่อใหม่ 2,400 ล้านบาทในปีนี้
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนทางการเงินจะส่งผลต่อ NIM และกำไรของบริษัทฯ
* **การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกหนี้:** การควบคุม NPF และการไหลตกชั้นของหนี้ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุ NIM โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน 53.44% และการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อ 12.97% บ่งชี้ถึงแรงกดดันต่อ NIM จากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **NPL/NPF:** อัตรา NPF ยังคงทรงตัวที่ 3.99% ซึ่งฝ่ายจัดการควบคุมได้ แต่การไหลตกชั้นของหนี้ไปสู่ Stage 2 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **Coverage Ratio:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การเพิ่มขึ้นของ ECL สะท้อนถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
* **Credit Cost:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY จาก 31.28 ล้านบาท เป็น 72.23 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 130.90%
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** รายได้จากสัญญาเช่าซื้อลดลง YoY แต่รายได้จากเงินให้กู้ยืมและสินเชื่อทะเบียนรถเพิ่มขึ้น
* **Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลงอย่างมาก 63.30% YoY เนื่องจากลักษณะการให้บริการที่เปลี่ยนไป
* **รายการพิเศษ/สำรอง:** การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นปัจจัยหลักที่กระทบกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 AMANAH มีสินทรัพย์รวม 4,537.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.83% QoQ และ 15.34% YoY โดยมีลูกหนี้เงินให้สินเชื่อ 4,056.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.71% QoQ และ 10.61% YoY นอกจากนี้ ทรัพย์สินรอการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 44.82% QoQ
ด้านหนี้สินรวมอยู่ที่ 2,801.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.83% QoQ โดยหนี้สถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 15.70% QoQ เป็น 2,694.79 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 9.07% QoQ เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผล แต่เพิ่มขึ้น 1.31% YoY อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มขึ้นจาก 1.29 เท่า เป็น 1.61 เท่า
## สรุปท้าย
AMANAH เผชิญแรงกดดันจากคุณภาพสินทรัพย์ที่เริ่มมีสัญญาณการไหลตกชั้นของหนี้ ส่งผลให้ต้องตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 130.90% YoY ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลงถึง 58.01% YoY แม้ว่ารายได้รวมจะยังเติบโตได้เล็กน้อยจากสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น และฝ่ายจัดการได้ออกมาตรการเพื่อบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ แต่ความต่อเนื่องของผลการดำเนินงานยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมลูกหนี้ที่เปลี่ยนแปลงไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMANAH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
202.79
ล้านบาท
↓ 10.8% YoY
กำไรขั้นต้น
170.80
ล้านบาท
↓ 18.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
84.23
%
กำไรสุทธิ
88.18
ล้านบาท
↑ 491.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
43.48
%
D/E Ratio
1.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
203
↓ -10.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↓ -18.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
88
↑ + 491.7%
YoY
D/E Ratio
1.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMANAH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.40
ROE (%)
-6.40
ROA (%)
-0.35
Book Value/หุ้น
1.41
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMANAH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-221
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+40
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMANAH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-220.85
+91.25%
|
-115.48
-118.89%
|
611.21
-199.49%
|
-614.34
+158.03%
|
-238.09
-469.13%
|
64.50
-110.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
40.24
+2,858.82%
|
1.36
-73.12%
|
5.06
+27.14%
|
3.98
+134.12%
|
1.70
-240.50%
|
-1.21
-110.69%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
263.64
+34.56%
|
195.93
-162.26%
|
-314.70
-241.58%
|
222.28
-10.31%
|
247.84
-223.49%
|
-200.69
-216.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
83.03
+1.49%
|
81.81
-198.31%
|
-83.22
-129.97%
|
277.70
+137.82%
|
116.77
+46.46%
|
79.73
+7.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
368.32
+231.10%
|
111.24
+163.17%
|
42.27
-79.06%
|
201.90
+42.35%
|
141.83
-0.73%
|
142.87
+383.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
550.37
+49.43%
|
368.32
+231.10%
|
111.24
+163.17%
|
42.27
-79.06%
|
201.90
+42.35%
|
141.83
-0.73%
|