บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.80
+0.05 (+6.67%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อ (ATM เงินด่วน) และรายได้อื่น ขณะที่ด้านค่าใช้จ่ายสามารถทําให้การตั้งสํารอง ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ รายการขาดทุนและประมาณการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขายและต้นทุนทางการเงิน ลดลงอย่าง มีนัยสําคัญ
รายได้อื่นจําแนกตามประเภทในปี 2564 พบว่า รายการหนี้สูญได้รับคืนจะมีสัดส่วนมากที่สุดประมาณ 45% คิดเป็นรายได้จํานวน 48.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจํานวน 8.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็น 19.87% รองลงมาคือ รายได้จากการติดตามหนี้พิพากษามีสัดส่วนประมาณ 32% คิดเป็นรายได้จํานวน 35.33 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจํานวน 1.31 ล้านบาท ลดลงคิดเป็น 24.25% สาเหตุเนื่องจากในปีก่อนมีการเร่งรัดติดตามลูกหนี้รายใหญ่จากพอร์ทเดิมได้หลาย รายและเป็นยอดหนี้ที่สูง ขณะที่ปีนี้ส่วนใหญ่เป็นการติดตามลูกหนี้รายย่อยจากพอร์ทใหม่เป็นหลัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10004 out_tok=2679 at=2026-07-25T05:28:50 -->
# AMANAH กำไร Q3/66 พลิกโต QoQ รับสำรองหนี้ลด แต่ YoY ยังหดเหตุต้นทุนพุ่ง
## ฝ่ายจัดการ AMANAH ชี้กำไร Q3/66 ฟื้นตัวแรงจากไตรมาสก่อน หลังคุมเข้มการตั้งสำรองหนี้ ขณะที่รายได้สินเชื่อทรงตัว และต้นทุนทางการเงินยังเป็นแรงกดดัน
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 53.48 ล้านบาท พลิกกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้การตั้งสำรองหนี้ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรสุทธิยังคงปรับตัวลดลง เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ AMANAH ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมาเติบโต 57.61% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) มาจากการ **ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) หรือการตั้งสำรองหนี้** ซึ่งลดลงถึง 41.19% หรือ 29.75 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.53% และค่าใช้จ่ายรวมลดลง 10.34% อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรสุทธิกลับลดลง 12.93% เนื่องจาก **ค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 13.67%** โดยเฉพาะการตั้งสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้น 22.28% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 46.62%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การพลิกฟื้นกำไร QoQ:** เกิดจากการที่ฝ่ายจัดการได้ปรับปรุงกระบวนการติดตามหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเร่งรัดให้ลูกหนี้ที่ค้างชำระกลับมาเป็นปัจจุบัน การควบคุม Outsource Agency ให้ทำงานอย่างจริงจัง การกำหนด KPI ด้านคุณภาพสินเชื่อเพิ่มเติม และการเร่งรัดให้ลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ มาตรการเหล่านี้ส่งผลให้การตั้งสำรองหนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ แม้ว่ายอดสินเชื่อใหม่จะลดลง 24.60% QoQ และรายได้จากการให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นเพียง 1% เนื่องจากมีการตัดหนี้สูญบางส่วน
**กำไรที่ลดลง YoY:** เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการตั้งสำรองหนี้ที่สูงขึ้น 22.28% YoY ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรม Non-Bank ที่ NPF มีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมลูกหนี้ที่เปลี่ยนไปหลังมาตรการ Market Conduct ทำให้เก็บค่าติดตามหนี้ได้น้อยลง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้นถึง 46.62% YoY จากการปรับอัตรากำไรวงเงินสินเชื่อของสถาบันการเงินและยอดเบิกใช้วงเงินที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับปัจจัยบวก QoQ):** มาตรการบริหารจัดการหนี้ที่เข้มงวดขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้การตั้งสำรองหนี้ลดลง มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป หากสามารถรักษาประสิทธิภาพดังกล่าวไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การควบคุม NPF ให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่ตั้งไว้ (ไม่เกิน 5% ชั่วคราวถึงสิ้นปี 2567) ยังคงเป็นความท้าทาย
**มีความเสี่ยงที่จะกดดันต่อเนื่อง (สำหรับปัจจัยลบ YoY):** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและการตั้งสำรองหนี้ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง (แม้จะลดลง QoQ) ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในระยะยาว โดยเฉพาะหากสถานการณ์เศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนและส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 อยู่ที่ 53.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.61% QoQ** แต่ลดลง 12.93% YoY
* **การตั้งสำรองหนี้ลดลง 41.19% QoQ** เป็นปัจจัยหลักหนุนกำไรในไตรมาสนี้
* **อัตรา NPF เพิ่มขึ้นเป็น 4.99%** จาก 3.99% ในไตรมาสก่อนหน้า
* **ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ Q3/66 อยู่ที่ 386 ล้านบาท ลดลง 24.60% QoQ** และ 9 เดือนแรกปี 66 อยู่ที่ 1,414 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 46.62% YoY** และ 10.48% QoQ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 AMANAH มีกำไรสุทธิ 53.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.61% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ลดลง 12.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายได้รวม 238.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.53% QoQ แต่ลดลง 19.98% YoY รายได้จากการให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% QoQ แต่ลดลง 21.70% YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 10.34% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 13.68% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรองหนี้ที่ลดลง QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 130.71 ล้านบาท ลดลง 39.76% YoY โดยมีรายได้รวม 708.56 ล้านบาท ลดลง 6.06% YoY และค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 33.61% YoY
## โอกาส
* การบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจช่วยลดการตั้งสำรองหนี้ในอนาคต
* การปรับปรุงกระบวนการติดตามหนี้และเร่งรัดการปรับโครงสร้างหนี้ อาจช่วยรักษาฐานลูกค้าและลด NPF
* การกำหนดเป้าหมาย NPF ที่ชัดเจนในระยะยาว อาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพสินเชื่อ:** อัตรา NPF ที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.99% และแนวโน้ม NPF ที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรม Non-Bank เป็นความเสี่ยงสำคัญ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากสถาบันการเงิน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันยังคงสูง
* **เศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตรา NPF และความสามารถในการควบคุมให้อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้
* ผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* ความคืบหน้าในการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (Reo) และผลกระทบจากราคาตลาดรถยนต์มือสอง
* กลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อใหม่และการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
* การเปลี่ยนแปลงของมาตรการ Market Conduct และผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** รายได้จากการให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% QoQ แต่ลดลง 21.70% YoY สะท้อนถึงการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ลดลงและการตัดหนี้สูญบางส่วน ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 46.62% YoY เป็นแรงกดดันต่อ NIM
* **NPL/Coverage:** อัตรา NPF เพิ่มขึ้นเป็น 4.99% จาก 3.99% QoQ และ 3.65% YoY การตั้งสำรองหนี้ลดลง QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการตัดหนี้สูญเร็วขึ้นเพื่อลด NPF แต่ก็ต้องกันสำรองเพิ่มขึ้น
* **Credit Cost:** ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 41.19% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 22.28% YoY
* **Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 63.40% YoY จาก 18.15 ล้านบาท เหลือ 6.64 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้ค่าติดตามหนี้และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้จากการเปลี่ยนไปให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถ
* **รายการพิเศษ/สำรอง:** การลดลงของการตั้งสำรองหนี้เป็นปัจจัยบวกหลัก QoQ แต่การเพิ่มขึ้น YoY และการตัดหนี้สูญที่เร็วขึ้นส่งผลให้ต้องกันสำรองเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 AMANAH มีสินทรัพย์รวม 4,682.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.19% QoQ และ 13.92% YoY โดยมีลูกหนี้เงินให้สินเชื่อ 4,054.16 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 7.25% YoY ทรัพย์สินรอการขาย (Reo) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 33.77% QoQ และ 171.91% YoY จากการเร่งรัดติดตามรถยนต์คืน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,893.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.26% QoQ โดยมีหนี้สถาบันการเงิน 2,776.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.67% YoY ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,789.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.08% QoQ จากกำไรสุทธิ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.62 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.61 เท่าในไตรมาสก่อน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไร AMANAH ในไตรมาส 3 ปี 2566 ฟื้นตัว QoQ คือการบริหารจัดการหนี้ที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้การตั้งสำรองหนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดสินเชื่อใหม่จะชะลอตัวและต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นแรงกดดัน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อที่เห็นได้จากอัตรา NPF ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ยังคงสูง เป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตามผลกระทบต่อผลประกอบการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMANAH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
202.79
ล้านบาท
↓ 10.8% YoY
กำไรขั้นต้น
170.80
ล้านบาท
↓ 18.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
84.23
%
กำไรสุทธิ
88.18
ล้านบาท
↑ 491.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
43.48
%
D/E Ratio
1.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
203
↓ -10.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↓ -18.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
88
↑ + 491.7%
YoY
D/E Ratio
1.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMANAH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.40
ROE (%)
-6.40
ROA (%)
-0.35
Book Value/หุ้น
1.41
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMANAH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-221
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+40
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMANAH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-220.85
+91.25%
|
-115.48
-118.89%
|
611.21
-199.49%
|
-614.34
+158.03%
|
-238.09
-469.13%
|
64.50
-110.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
40.24
+2,858.82%
|
1.36
-73.12%
|
5.06
+27.14%
|
3.98
+134.12%
|
1.70
-240.50%
|
-1.21
-110.69%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
263.64
+34.56%
|
195.93
-162.26%
|
-314.70
-241.58%
|
222.28
-10.31%
|
247.84
-223.49%
|
-200.69
-216.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
83.03
+1.49%
|
81.81
-198.31%
|
-83.22
-129.97%
|
277.70
+137.82%
|
116.77
+46.46%
|
79.73
+7.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
368.32
+231.10%
|
111.24
+163.17%
|
42.27
-79.06%
|
201.90
+42.35%
|
141.83
-0.73%
|
142.87
+383.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
550.37
+49.43%
|
368.32
+231.10%
|
111.24
+163.17%
|
42.27
-79.06%
|
201.90
+42.35%
|
141.83
-0.73%
|