ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม คอมเมอร์เชียล โกรท
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
1.75
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7090 out_tok=2478 at=2026-07-25T00:49:19 -->
# AIMCG กำไร Q2/66 ทรงตัวเล็กน้อย รับแรงหนุนยอดขายอินเดีย-อเมริกาใต้ สวนทางต้นทุนบริหารพุ่ง
## รายได้รวม Q2/66 เติบโต 0.8% แตะ 658.2 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทรงตัวที่ 102.9 ล้านบาท หลังต้นทุนบริหารเพิ่มขึ้น
บริษัท ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม คอมเมอร์เชียล โกรท (AIMCG) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 658.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงยอดขายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของบริษัทลูกในอินเดีย อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิทรงตัวอยู่ที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.1% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ AIMCG ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 1.2%** โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากยอดขายที่แข็งแกร่งในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของบริษัทลูกในอินเดีย ซึ่งสามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี อย่างไรก็ตาม **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ได้เข้ามาหักล้างผลบวกดังกล่าว ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การเติบโตของยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา:** โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ประเทศแอลจีเรียอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายในภูมิภาค
* **ผลประกอบการที่โดดเด่นของบริษัทลูกในอินเดีย:** มียอดขายสูงถึง 123 ล้านรูปี เพิ่มขึ้น 89% จากปีก่อน และสามารถสร้างกำไรได้เป็นไตรมาสแรกในรอบ 4 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของลูกค้ารายหลักอย่าง Maruti Suzuki และการต่อรองราคาวัตถุดิบที่ต่ำลงจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น
ในขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 12.2%** เป็นปัจจัยกดดันกำไร โดยสาเหตุหลักมาจาก:
* **การขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์:** ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้
* **ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น:** บ่งชี้ถึงการตั้งสำรองที่มากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ายอดขายในอินเดียจะกลับมาทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี และมีแนวโน้มที่รายได้จากการผลิตครบทุกโครงการจะอยู่ที่ประมาณปีละ 400-500 ล้านรูปี ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีแนวโน้มลดลงหรือทรงตัวในระดับสูงต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 เพิ่มขึ้น 0.8% YoY** แตะ 658.2 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ทรงตัว YoY** อยู่ที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1%
* **ยอดขายในอินเดียเติบโตโดดเด่น 89%** และบริษัทลูกกลับมามีกำไรในรอบ 4 ปี
* **ต้นทุนขายและบริการต่อยอดขายลดลง** จาก 69.5% เหลือ 66.9% ใน Q2/66
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น** จาก 11.1% เป็น 12.3% ใน Q2/66
* **สินทรัพย์รวมลดลง 37 ล้านบาท** ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 78 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,170.7 ล้านบาท ลดลง 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในทวีปอื่น ๆ แม้จะมีการเติบโตในอเมริกาใต้และแอฟริกา ประกอบกับการที่บริษัทลูกในอินเดียเริ่มมีกำไรเข้ามาช่วยชดเชย ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดหกเดือนลดลง 23% มาอยู่ที่ 159.4 ล้านบาท
ในส่วนของไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 658.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายในอเมริกาใต้ แอฟริกา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทลูกในอินเดียที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 89% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการต่อยอดขายลดลงจาก 69.5% เป็น 66.9% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 11.1% เป็น 12.3% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 อยู่ที่ 102.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดเกิดใหม่:** การที่ประเทศแอลจีเรียอนุญาตให้นำเข้าสินค้าได้ เป็นสัญญาณบวกต่อการขยายตลาดในแอฟริกา
* **ศักยภาพการเติบโตของบริษัทลูกในอินเดีย:** การกลับมามีกำไรและการคาดการณ์รายได้ในอนาคตที่ 400-500 ล้านรูปีต่อปี แสดงถึงโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่สำคัญ
* **การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ:** การจัดซื้อวัตถุดิบหลักเป็นเงินบาทและการต่อรองราคาที่ต่ำลงจากบริษัทลูกในอินเดีย ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์:** การขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกำไร
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่วนนี้ โดยเฉพาะค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
* **ความไม่แน่นอนของตลาดโลก:** แม้จะมีตลาดที่เติบโต แต่การลดลงของยอดขายในทวีปอื่น ๆ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของยอดขายในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา
* ผลประกอบการและความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่องของบริษัทลูกในอินเดีย
* การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์
* ทิศทางของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
* การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) และค่าไฟฟ้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (REIT) แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่จากข้อมูลผลประกอบการของบริษัทแม่ (AIMCG) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรม พบว่ารายได้หลักมาจากการขายและบริการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยมหภาคและเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** การขยายตัวในอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมถึงการฟื้นตัวในอินเดีย สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและคว้าโอกาสในตลาดที่มีศักยภาพ
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายและบริการให้ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความท้าทายด้านค่าใช้จ่าย:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อกำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,682 ล้านบาท ลดลง 37 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสด สินค้าคงเหลือ และการลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,522 ล้านบาท ลดลง 78 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของเจ้าหนี้ระยะสั้นจากการจัดซื้อวัตถุดิบและสินค้า
ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท มาอยู่ที่ 2,159 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 2,119 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจากการดำเนินงาน 161 ล้านบาท หักลบด้วยเงินปันผลจ่าย
## สรุปท้าย
AIMCG ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายรายได้ โดยเฉพาะจากตลาดอินเดียที่กลับมามีกำไร และการเติบโตในอเมริกาใต้และแอฟริกา อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ได้จำกัดการเติบโตของกำไรสุทธิที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มของค่าใช้จ่ายเหล่านี้ และความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIMCG ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
63.30
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
กำไรขั้นต้น
127.04
ล้านบาท
↓ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
200.71
%
กำไรสุทธิ
68.27
ล้านบาท
↓ 516.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
107.85
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
63
↓ -4.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
127
↓ -4.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
68
↓ -516.8%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIMCG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
8.02
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIMCG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2562 |
|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
2,805.55
-1.76%
|
0.00
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
498.60
+49.81%
|
0.00
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-210
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIMCG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-210.23
+95.87%
|
-107.33
+8.03%
|
-99.35
+68.62%
|
-58.92
-68.78%
|
-188.71
+105.66%
|
-91.76
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
192.90
+79.68%
|
107.36
-9.32%
|
118.39
+210.25%
|
38.16
-39.53%
|
63.11
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-17.34
-561.17%
|
3.76
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
217.50
+1.76%
|
213.74
+14.64%
|
186.44
+6.71%
|
174.72
+146.12%
|
70.99
+13.36%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
178.07
-18.13%
|
217.50
+1.76%
|
213.74
+14.64%
|
186.44
+6.71%
|
174.72
+146.14%
|
0.00
|