AAI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
AAI
บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.22
+0.02 (+0.48%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15467 out_tok=2835 at=2026-07-25T04:26:35 --> # AAI กำไร Q3/66 หด 39.5% รับยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงวูบหนัก ## รายได้-กำไรหดตามคาด ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือต้นทุนสูง-อุปสงค์ชะลอ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,359 ล้านบาท ลดลง 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 118 ล้านบาท ลดลง 39.5% จากปัจจัยหลักด้านยอดขายที่ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ AAI ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง มาจาก **ยอดขายที่หดตัวอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง** โดยเฉพาะในส่วนของการรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 20.9% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 16.1% ในไตรมาสนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การที่ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง เกิดจากลูกค้าเจ้าของแบรนด์ในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป ยังคงอยู่ในช่วง **ปรับลดปริมาณสินค้าคงคลัง (Inventory Adjustment)** เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาการสั่งซื้อที่สั้นลง ซึ่งสถานการณ์นี้เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงต้นไตรมาสได้ นอกจากนี้ ราคาทูน่าที่ยังคงอยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยกดดันยอดขายในกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานบรรจุภาชนะปิดผนึกด้วย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ายอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส 3 เป็นต้นไป โดยลูกค้าในตลาดหลักเริ่มมีการปรับเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 4 และคาดว่ายอดขาย OEM จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ากลุ่ม Private Label ที่คาดว่าจะเริ่มมีคำสั่งซื้อในไตรมาส 1 ปี 2567 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวเต็มที่อาจต้องใช้เวลา และยังคงต้องจับตาปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลก ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q3/66 อยู่ที่ 1,359 ล้านบาท ลดลง 30.6% YoY** โดยกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 31% และกลุ่มอาหารพร้อมทานฯ ลดลง 31% * **กำไรสุทธิ Q3/66 อยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 39.5% YoY** ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 8.7% จาก 10.0% ในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/66 อยู่ที่ 16.1% ลดลงจาก 20.9% ในปีก่อน** สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงและสัดส่วนค่าแรงและค่าพลังงานที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย * **ปริมาณขายรวม Q3/66 อยู่ที่ 8,077 ตัน ลดลง 30% YoY** โดยปริมาณขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 29% และอาหารพร้อมทานฯ ลดลง 29% * **คาดการณ์ยอดขายรวมปี 2566 อยู่ที่ราว 5.5 พันล้านบาท ลดลง 23% YoY** โดยยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงคาดอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท และอาหารพร้อมทานฯ ที่ 1.1 พันล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,359 ล้านบาท ลดลง 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลูกค้าเจ้าของแบรนด์ยังคงปรับลดปริมาณสินค้าคงคลัง ประกอบกับแรงกดดันจากราคาปลาทูน่าที่สูงขึ้นในกลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก แม้ว่ายอดขายจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 ก็ตาม กำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 218 ล้านบาท ลดลง 46.8% YoY คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 16.1% ซึ่งลดลงจาก 20.9% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงมาก และสัดส่วนค่าแรงและค่าพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 22.4% YoY มาอยู่ที่ 97 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและทำการตลาดในกลุ่มแบรนด์ของตนเอง ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 121 ล้านบาท ลดลง 57.6% YoY อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 71 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 12 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น ประกอบกับการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 39.5% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.7% สำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 3,945 ล้านบาท ลดลง 27.2% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 217 ล้านบาท ลดลง 61.2% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 5.5% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของคำสั่งซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง OEM:** ลูกค้าในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรปเริ่มปรับเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 4 และคาดว่าจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องจากลูกค้าปัจจุบันและลูกค้า Private Label ใหม่ตั้งแต่ปี 2567 * **การขยายตลาดแบรนด์ของตนเองในไทย:** บริษัทมุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์ผลักดันยอดขายผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ของตนเองให้เป็น 10% ตามแผนระยะยาว * **การลงทุนขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตสายการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงและเครื่องจักรใหม่ คาดว่าจะรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาปลาทูน่าที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรของกลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก * **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงตลาดจีนที่เน้นสินค้ากลุ่มราคาแข่งขันสูง * **การปรับลดสต็อกของลูกค้า:** แม้จะเริ่มคลี่คลาย แต่การปรับลดสต็อกของลูกค้าในตลาดหลักยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าของผู้บริโภค ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **สัญญาณการฟื้นตัวของยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง OEM:** การปรับเพิ่มคำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐฯ และยุโรป จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัว * **ความคืบหน้าของลูกค้า Private Label ใหม่:** การเริ่มมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มนี้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2567 จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโต * **ทิศทางราคาปลาทูน่า:** การเปลี่ยนแปลงของราคาปลาทูน่าจะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรของกลุ่มอาหารพร้อมทานฯ * **การบริหารจัดการต้นทุนค่าแรงและค่าพลังงาน:** การควบคุมต้นทุนเหล่านี้ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับยอดขายเป็นสิ่งสำคัญ * **ผลการดำเนินงานของแบรนด์ AAI ในไทย:** การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและการปรับกลยุทธ์การตลาดจะส่งผลต่อยอดขายในประเทศ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ยอดขาย OEM ในไตรมาส 3/66 ลดลง 31% YoY มาอยู่ที่ 1,095 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้ายังคงปรับลดสต็อก แต่เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นในเดือนกันยายน และคาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวในไตรมาส 4 และปี 2567 โดยเฉพาะจากลูกค้า Private Label ใหม่ที่จะเริ่มมีคำสั่งซื้อในปีหน้า ส่วนแบรนด์ของตนเองมียอดขาย 39 ล้านบาท ลดลง 7% YoY เนื่องจากตลาดในประเทศมีการแข่งขันสูง บริษัทจึงปรับลดค่าใช้จ่ายโฆษณาและมุ่งเน้นการผลักดันยอดขายและเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายมากขึ้น **ธุรกิจอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก:** ปริมาณส่งออกลดลง 23% YoY มาอยู่ที่ 1,252 ตัน เนื่องจากราคาทูน่าอยู่ในระดับสูง แม้ค่าขนส่งจะลดลงและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น รายได้ลดลง 31% YoY มาอยู่ที่ 214 ล้านบาท ตลาดหลักยังคงเป็นตะวันออกกลางและญี่ปุ่น **ผลพลอยได้ (ปลาป่น, น้ำมันปลา):** ยอดขายลดลงทั้งปริมาณและรายได้ เนื่องจากยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักลดลง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,486 ล้านบาท ลดลง 9.8% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดลดลง 388 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือลดลง 352 ล้านบาท ตามการลดลงของยอดขาย ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 767 ล้านบาท ลดลง 26.7% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการนำเงินจากการขายหุ้นเพิ่มทุนไปชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 270 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.2 เท่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 29 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการที่บริษัทมีสินทรัพย์ดำเนินงานลดลงเป็นสำคัญ เช่น สินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการให้เงินกู้ยืมแก่บริษัทแม่ (บมจ.เอเชี่ยนซีคอร์ปอเรชั่น) จำนวน 500 ล้านบาท ทำให้กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนรวม 633 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 816 ล้านบาท จากการชำระคืนหนี้สินระยะยาวและจ่ายเงินปันผล ## สรุปท้าย AAI เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2566 จากยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง OEM ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากการปรับลดสต็อกของลูกค้าในตลาดหลัก ประกอบกับแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบในกลุ่มอาหารพร้อมทานฯ แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและลดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดี แต่ก็ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง อย่างไรก็ตาม สัญญาณการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในช่วงปลายไตรมาส และแผนการขยายตลาดแบรนด์ของตนเองในประเทศ รวมถึงการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางการเติบโตในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันที่ยังคงมีอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,769.19 ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
217.14 ล้านบาท
↓ 25.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.27 %
กำไรสุทธิ
109.70 ล้านบาท
↓ 36.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.20 %
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,769
↑ + 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
217
↓ -25.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
110
↓ -36.4% YoY
D/E Ratio
0.16

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม —
1,769.19
+0.47%
1,760.97
+18.87%
1,481.38
-56.34%
3,393.05
-32.63%
5,036.43
กำไรขั้นต้น —
217.14
-25.74%
292.41
+32.88%
220.06
-64.45%
619.05
-20.24%
776.15
ค่าใช้จ่ายรวม —
102.92
+7.38%
95.85
+39.96%
68.48
-30.46%
98.48
-75.11%
395.60
กำไรสุทธิ —
109.70
-36.42%
172.53
+3.81%
166.19
-65.47%
481.34
-26.29%
653.00
กำไรต่อหุ้น —
0.05
-35.80%
0.08
+3.85%
0.08
-65.64%
0.23
-26.30%
0.31
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
+100.00%
-25.45
-218.54%
21.47
+1,201.21%
1.65
-69.84%
5.47
ROE(%) —
14.90
-25.72%
20.06
+159.84%
7.72
-66.71%
23.19
0.00
ROA(%) —
14.31
-25.93%
19.32
+173.27%
7.07
-66.48%
21.09
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.16
0.16
+6.67%
0.15
-28.57%
0.21
0.00
P/E —
10.85
-16.54%
13.00
-27.13%
17.84
-7.61%
19.31
+30.30%
14.82
P/BV —
1.85
-29.39%
2.62
+34.36%
1.95
-36.27%
3.06
+66.30%
1.84
BV —
2.23
-4.29%
2.33
+4.95%
2.22
-1.33%
2.25
-1.75%
2.29
YIELD(%) —
10.93
+189.92%
3.77
-18.22%
4.61
-42.01%
7.95
7.95
ราคาหุ้น —
4.12
-32.46%
6.10
+40.55%
4.34
-37.10%
6.90
+63.51%
4.22
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
12.27
-26.13%
16.61
+11.78%
14.86
-18.53%
18.24
+18.36%
15.41
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
5.82
+6.99%
5.44
+17.75%
4.62
+59.31%
2.90
-63.06%
7.85
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
6.20
-36.73%
9.80
-12.66%
11.22
-20.93%
14.19
+9.41%
12.97
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
14.90
ROA (%)
14.31
Book Value/หุ้น
2.29

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
3,753.32
-14.14%
4,371.54
+8.35%
4,034.49
-9.86%
4,475.74
+88.98%
2,368.35
-5.26%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,835.78
+16.97%
1,569.41
+0.83%
1,556.53
-2.95%
1,603.92
+29.55%
1,238.08
+16.37%
รวมสินทรัพย์ —
5,589.10
-5.92%
5,940.95
+6.26%
5,591.02
-8.04%
6,079.66
+68.58%
3,606.44
+1.20%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
552.13
-10.64%
617.85
+19.75%
515.93
-18.43%
632.54
-46.45%
1,181.21
+51.31%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
216.84
+7.47%
201.76
+4.96%
192.22
-53.52%
413.57
+748.77%
48.73
-61.60%
รวมหนี้สิน —
768.97
-6.18%
819.61
+15.74%
708.15
-32.31%
1,046.11
-14.95%
1,229.94
+35.52%
รวมส่วนของเจ้าของ —
4,820.13
-5.88%
5,121.34
+4.88%
4,882.87
-2.99%
5,033.55
+111.81%
2,376.50
-10.53%
D/E —
0.16
0.16
0.15
0.21
0.52
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
14.90
20.06
7.72
23.19
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
14.31
19.32
7.07
21.09
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
6.80
7.08
7.82
7.08
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
2.71
3.28
3.50
3.93
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
57.55
54.72
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
89.18
92.13
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
31.58
33.10
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
115.14
113.75
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+609
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,133.70
+520.19%
-182.80
-80.38%
-931.71
-358.67%
360.19
+34.60%
267.61
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
608.68
-338.89%
-254.79
-185.43%
298.23
+152.03%
118.33
-127.67%
-427.66
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
598.44
+45.34%
411.76
-58.55%
993.31
+12.71%
881.32
+633.21%
120.20
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
73.58
-349.42%
-29.50
-108.23%
358.41
-73.59%
1,356.93
-3,781.31%
-36.86
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
848.80
-8.86%
931.28
-38.24%
1,507.79
+3,182.09%
45.94
-44.52%
82.80
+15.47%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
146.98
-82.68%
848.80
-8.86%
931.28
-38.24%
1,507.79
+3,182.09%
45.94
-44.51%