บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.08
0.04 (0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15467 out_tok=2835 at=2026-07-25T04:26:35 -->
# AAI กำไร Q3/66 หด 39.5% รับยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงวูบหนัก
## รายได้-กำไรหดตามคาด ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือต้นทุนสูง-อุปสงค์ชะลอ
บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,359 ล้านบาท ลดลง 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 118 ล้านบาท ลดลง 39.5% จากปัจจัยหลักด้านยอดขายที่ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ AAI ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง มาจาก **ยอดขายที่หดตัวอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง** โดยเฉพาะในส่วนของการรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 20.9% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 16.1% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง เกิดจากลูกค้าเจ้าของแบรนด์ในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป ยังคงอยู่ในช่วง **ปรับลดปริมาณสินค้าคงคลัง (Inventory Adjustment)** เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาการสั่งซื้อที่สั้นลง ซึ่งสถานการณ์นี้เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงต้นไตรมาสได้ นอกจากนี้ ราคาทูน่าที่ยังคงอยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยกดดันยอดขายในกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานบรรจุภาชนะปิดผนึกด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ายอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส 3 เป็นต้นไป โดยลูกค้าในตลาดหลักเริ่มมีการปรับเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 4 และคาดว่ายอดขาย OEM จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ากลุ่ม Private Label ที่คาดว่าจะเริ่มมีคำสั่งซื้อในไตรมาส 1 ปี 2567 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวเต็มที่อาจต้องใช้เวลา และยังคงต้องจับตาปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 อยู่ที่ 1,359 ล้านบาท ลดลง 30.6% YoY** โดยกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 31% และกลุ่มอาหารพร้อมทานฯ ลดลง 31%
* **กำไรสุทธิ Q3/66 อยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 39.5% YoY** ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 8.7% จาก 10.0% ในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/66 อยู่ที่ 16.1% ลดลงจาก 20.9% ในปีก่อน** สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงและสัดส่วนค่าแรงและค่าพลังงานที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย
* **ปริมาณขายรวม Q3/66 อยู่ที่ 8,077 ตัน ลดลง 30% YoY** โดยปริมาณขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 29% และอาหารพร้อมทานฯ ลดลง 29%
* **คาดการณ์ยอดขายรวมปี 2566 อยู่ที่ราว 5.5 พันล้านบาท ลดลง 23% YoY** โดยยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงคาดอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท และอาหารพร้อมทานฯ ที่ 1.1 พันล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,359 ล้านบาท ลดลง 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลูกค้าเจ้าของแบรนด์ยังคงปรับลดปริมาณสินค้าคงคลัง ประกอบกับแรงกดดันจากราคาปลาทูน่าที่สูงขึ้นในกลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก แม้ว่ายอดขายจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 ก็ตาม
กำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 218 ล้านบาท ลดลง 46.8% YoY คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 16.1% ซึ่งลดลงจาก 20.9% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงมาก และสัดส่วนค่าแรงและค่าพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 22.4% YoY มาอยู่ที่ 97 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและทำการตลาดในกลุ่มแบรนด์ของตนเอง ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 121 ล้านบาท ลดลง 57.6% YoY
อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 71 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 12 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น ประกอบกับการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 39.5% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.7%
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 3,945 ล้านบาท ลดลง 27.2% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 217 ล้านบาท ลดลง 61.2% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 5.5%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของคำสั่งซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง OEM:** ลูกค้าในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรปเริ่มปรับเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 4 และคาดว่าจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องจากลูกค้าปัจจุบันและลูกค้า Private Label ใหม่ตั้งแต่ปี 2567
* **การขยายตลาดแบรนด์ของตนเองในไทย:** บริษัทมุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์ผลักดันยอดขายผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ของตนเองให้เป็น 10% ตามแผนระยะยาว
* **การลงทุนขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตสายการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงและเครื่องจักรใหม่ คาดว่าจะรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาปลาทูน่าที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรของกลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงตลาดจีนที่เน้นสินค้ากลุ่มราคาแข่งขันสูง
* **การปรับลดสต็อกของลูกค้า:** แม้จะเริ่มคลี่คลาย แต่การปรับลดสต็อกของลูกค้าในตลาดหลักยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สัญญาณการฟื้นตัวของยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง OEM:** การปรับเพิ่มคำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐฯ และยุโรป จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัว
* **ความคืบหน้าของลูกค้า Private Label ใหม่:** การเริ่มมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มนี้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2567 จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโต
* **ทิศทางราคาปลาทูน่า:** การเปลี่ยนแปลงของราคาปลาทูน่าจะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรของกลุ่มอาหารพร้อมทานฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าแรงและค่าพลังงาน:** การควบคุมต้นทุนเหล่านี้ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับยอดขายเป็นสิ่งสำคัญ
* **ผลการดำเนินงานของแบรนด์ AAI ในไทย:** การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและการปรับกลยุทธ์การตลาดจะส่งผลต่อยอดขายในประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ยอดขาย OEM ในไตรมาส 3/66 ลดลง 31% YoY มาอยู่ที่ 1,095 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้ายังคงปรับลดสต็อก แต่เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นในเดือนกันยายน และคาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวในไตรมาส 4 และปี 2567 โดยเฉพาะจากลูกค้า Private Label ใหม่ที่จะเริ่มมีคำสั่งซื้อในปีหน้า ส่วนแบรนด์ของตนเองมียอดขาย 39 ล้านบาท ลดลง 7% YoY เนื่องจากตลาดในประเทศมีการแข่งขันสูง บริษัทจึงปรับลดค่าใช้จ่ายโฆษณาและมุ่งเน้นการผลักดันยอดขายและเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายมากขึ้น
**ธุรกิจอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก:** ปริมาณส่งออกลดลง 23% YoY มาอยู่ที่ 1,252 ตัน เนื่องจากราคาทูน่าอยู่ในระดับสูง แม้ค่าขนส่งจะลดลงและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น รายได้ลดลง 31% YoY มาอยู่ที่ 214 ล้านบาท ตลาดหลักยังคงเป็นตะวันออกกลางและญี่ปุ่น
**ผลพลอยได้ (ปลาป่น, น้ำมันปลา):** ยอดขายลดลงทั้งปริมาณและรายได้ เนื่องจากยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,486 ล้านบาท ลดลง 9.8% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดลดลง 388 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือลดลง 352 ล้านบาท ตามการลดลงของยอดขาย ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 767 ล้านบาท ลดลง 26.7% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการนำเงินจากการขายหุ้นเพิ่มทุนไปชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 270 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.2 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 29 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการที่บริษัทมีสินทรัพย์ดำเนินงานลดลงเป็นสำคัญ เช่น สินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการให้เงินกู้ยืมแก่บริษัทแม่ (บมจ.เอเชี่ยนซีคอร์ปอเรชั่น) จำนวน 500 ล้านบาท ทำให้กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนรวม 633 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 816 ล้านบาท จากการชำระคืนหนี้สินระยะยาวและจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
AAI เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2566 จากยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง OEM ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากการปรับลดสต็อกของลูกค้าในตลาดหลัก ประกอบกับแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบในกลุ่มอาหารพร้อมทานฯ แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและลดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดี แต่ก็ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง อย่างไรก็ตาม สัญญาณการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในช่วงปลายไตรมาส และแผนการขยายตลาดแบรนด์ของตนเองในประเทศ รวมถึงการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางการเติบโตในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันที่ยังคงมีอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,769.19
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
217.14
ล้านบาท
↓ 25.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.27
%
กำไรสุทธิ
109.70
ล้านบาท
↓ 36.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.20
%
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,769
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
217
↓ -25.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
110
↓ -36.4%
YoY
D/E Ratio
0.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
14.90
ROA (%)
14.31
Book Value/หุ้น
2.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+609
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,133.70
+520.19%
|
-182.80
-80.38%
|
-931.71
-358.67%
|
360.19
+34.60%
|
267.61
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
608.68
-338.89%
|
-254.79
-185.43%
|
298.23
+152.03%
|
118.33
-127.67%
|
-427.66
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
598.44
+45.34%
|
411.76
-58.55%
|
993.31
+12.71%
|
881.32
+633.21%
|
120.20
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
73.58
-349.42%
|
-29.50
-108.23%
|
358.41
-73.59%
|
1,356.93
-3,781.31%
|
-36.86
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.52%
|
82.80
+15.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
146.98
-82.68%
|
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.51%
|