บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.08
0.04 (0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=33553 out_tok=3015 at=2026-08-06T17:36:27 -->
AAI Q2/2569: กำไรสุทธิหดตัว YoY แต่ฟื้นตัว QoQ รับอานิสงส์ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง
ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงฟื้นตัวจากคำสั่งซื้อสหรัฐฯ-แคนาดา ขณะที่อาหารพร้อมทานยังซบเซาจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 1,600 ล้านบาท ลดลง 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2.7% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 178 ล้านบาท ลดลง 8.6% YoY แต่ปรับตัวดีขึ้น 29.5% QoQ โดยภาพรวมครึ่งปีแรก รายได้รวมอยู่ที่ 3,158 ล้านบาท ลดลง 11.9% และกำไรสุทธิ 315 ล้านบาท ลดลง 30.4%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
หัวใจกำไรในไตรมาส 2 ปี 2569 ของ AAI มาจากการฟื้นตัวของ **ปริมาณการขายและประสิทธิภาพการผลิตในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากยอดขายอาหารพร้อมทานที่ลดลง และปัจจัยลบจากอัตราแลกเปลี่ยน
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและการขายในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 11.2% ในไตรมาสก่อนหน้า เป็น 15.9% ใกล้เคียงกับ 15.8% ในปีก่อนหน้า แม้ว่ากำไรสุทธิจะยังคงลดลง 8.6% YoY เนื่องจากผลกระทบจากยอดขายอาหารพร้อมทานที่ลดลง และผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การฟื้นตัวของปริมาณการผลิตและการขายในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงเกิดจากการ **กลับมาของคำสั่งซื้อจากตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา** ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทฯ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตและลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ในทางตรงกันข้าม ยอดขายกลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึกปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-29.8% YoY) เนื่องจากลูกค้าในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางชะลอคำสั่งซื้อจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่ยังคงไม่แน่นอน นอกจากนี้ ผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท ยังกดดันราคาขายเฉลี่ยของอาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อการส่งออก
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในตลาดสหรัฐฯ และแคนาดาเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงในไตรมาส 2 และคาดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ การเปิดใช้งานคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 ในไตรมาส 3 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ Q2/2569 อยู่ที่ 1,600 ล้านบาท ลดลง 6.2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 2.7% QoQ** โดยการฟื้นตัว QoQ มาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง จากคำสั่งซื้อในสหรัฐฯ และแคนาดา
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 178 ล้านบาท ลดลง 8.6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 29.5% QoQ** สะท้อนการฟื้นตัวของ GPM จากปริมาณการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/2569 อยู่ที่ 15.9%** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 11.2% ในไตรมาสก่อนหน้า และใกล้เคียงกับ 15.8% ในปีก่อน
* **ครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 3,158 ล้านบาท ลดลง 11.9% YoY และกำไรสุทธิ 315 ล้านบาท ลดลง 30.4% YoY** โดยได้รับผลกระทบจากค่าเงินและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
* **ยอดขายกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงฟื้นตัว QoQ** โดยปริมาณขายเพิ่มขึ้น 8.6% และรายได้เพิ่มขึ้น 9.4% จากไตรมาสก่อนหน้า
* **ยอดขายกลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึกยังคงชะลอตัว** โดยรายได้ลดลง 29.8% YoY และปริมาณขายลดลง 29.1% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 AAI มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,600 ล้านบาท ลดลง 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยปริมาณการขายรวมอยู่ที่ 11,576 ตัน ลดลง 1.0% YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.5% QoQ การฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้ามีปัจจัยหลักจากการกลับมาของคำสั่งซื้อในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงจากตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
สำหรับครึ่งปีแรก ปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 3,158 ล้านบาท ลดลง 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณการขายรวมอยู่ที่ 23,089 ตัน ลดลง 4.5% การลดลงของรายได้ในอัตราที่สูงกว่าปริมาณการขายสะท้อนถึงผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาท ซึ่งกดดันราคาขายเฉลี่ยเพื่อการส่งออก ประกอบกับการชะลอตัวของคำสั่งซื้อจากตลาดในช่วงต้นปีและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา** สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรที่สำคัญ
* **กระแส Pet Humanization** ยังคงหนุนแนวโน้มการเติบโตระยะยาวของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและมูลค่าเพิ่ม
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่** 77 รายการในไตรมาส 2 สะท้อนความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า
* **การเปิดคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2** ในไตรมาส 3 ปี 2569 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ** ในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าราคาที่เข้าถึงได้
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ** ส่งผลต่อการบริหารคำสั่งซื้อและระดับสินค้าคงคลังของลูกค้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาท ส่งผลกระทบต่อราคาขายเพื่อการส่งออก
* **สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์** ในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และความระมัดระวังในการสั่งซื้อของลูกค้า
* **การแข่งขันสูงในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย** ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและระดับราคา
* **ราคาวัตถุดิบปลาทูน่าที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและผันผวน** เป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารต้นทุนในกลุ่มอาหารพร้อมทาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา** ในช่วงครึ่งปีหลัง
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์** ต่อการขนส่งและต้นทุน
* **ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน** USD/THB
* **ความคืบหน้าในการเปิดใช้งานคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2** และผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ** โดยเฉพาะปลาทูน่า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบปลาทูน่ายังคงสูงและผันผวน ส่งผลต่อต้นทุนอาหารพร้อมทาน ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยอาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อการส่งออกถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
* **Volume:** ปริมาณขายอาหารสัตว์เลี้ยงฟื้นตัว QoQ (+8.6%) แต่ยังลดลงเล็กน้อย YoY (-1.0%) ขณะที่ปริมาณขายอาหารพร้อมทานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-29.1% YoY)
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวอย่างชัดเจนใน Q2/2569 มาอยู่ที่ 15.9% จาก 11.2% ใน Q1/2569 เนื่องจากปริมาณการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น
* **ช่องทางขาย:** ตลาดหลักของอาหารสัตว์เลี้ยงคือ สหรัฐฯ, แคนาดา, ยุโรป ส่วนอาหารพร้อมทานคือ ตะวันออกกลางและญี่ปุ่น การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ และแคนาดาเป็นปัจจัยบวกสำคัญ
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 13.9% ณ สิ้น Q2/2569 เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะฟื้นตัว
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาท กดดันราคาขายเฉลี่ยสินค้าส่งออก
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีข้อมูลระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 5,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156.4%) และสินค้าคงเหลือ (1,657 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9%)
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 871 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น (588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8%)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 4,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากสิ้นปี 2568
* **โครงสร้างทางการเงิน:** แข็งแกร่ง โดยไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาว อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.2 เท่า
* **กระแสเงินสด:** ครึ่งปีแรก 2569 มีกระแสเงินสดสุทธิรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 486 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับชำระคืนเงินกู้ยืมจากบริษัทแม่ 217 ล้านบาท และการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ 185 ล้านบาท (ส่วนใหญ่สำหรับคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2)
## สรุปท้าย
AAI ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะการกลับมาของคำสั่งซื้อจากตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งช่วยหนุนปริมาณการขายและอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ากำไรสุทธิจะยังคงหดตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนจากผลกระทบของปัจจัยภายนอก เช่น อัตราแลกเปลี่ยนและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันยอดขายอาหารพร้อมทาน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวที่ชัดเจนในไตรมาส 2 ประกอบกับการลงทุนในคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต โดยต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,769.19
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
217.14
ล้านบาท
↓ 25.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.27
%
กำไรสุทธิ
109.70
ล้านบาท
↓ 36.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.20
%
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,769
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
217
↓ -25.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
110
↓ -36.4%
YoY
D/E Ratio
0.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
14.90
ROA (%)
14.31
Book Value/หุ้น
2.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+609
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,133.70
+520.19%
|
-182.80
-80.38%
|
-931.71
-358.67%
|
360.19
+34.60%
|
267.61
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
608.68
-338.89%
|
-254.79
-185.43%
|
298.23
+152.03%
|
118.33
-127.67%
|
-427.66
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
598.44
+45.34%
|
411.76
-58.55%
|
993.31
+12.71%
|
881.32
+633.21%
|
120.20
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
73.58
-349.42%
|
-29.50
-108.23%
|
358.41
-73.59%
|
1,356.93
-3,781.31%
|
-36.86
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.52%
|
82.80
+15.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
146.98
-82.68%
|
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.51%
|