บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.08
0.04 (0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12571 out_tok=3048 at=2026-07-25T06:51:19 -->
# AAI Q1/2566 กำไรสุทธิหด 60% รับต้นทุนทูน่าพุ่ง-สต็อกอาหารสัตว์เลี้ยงล้นตลาด
## รายได้อาหารสัตว์เลี้ยงวูบ 27% กดดัน GPM หดกระทบกำไรสุทธิ ขณะที่อาหารพร้อมทานฯ เติบโตชดเชยได้บางส่วน
บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,391 ล้านบาท ลดลง 15.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 72 ล้านบาท ลดลงถึง 60% จากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปัญหาการระบายสต็อกสินค้าในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ AAI ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของยอดขายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ประกอบกับการที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างปลาทูน่าปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างรุนแรง จาก 16.7% ในปีก่อน เหลือเพียง 9.3% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง:** ปัญหาหลักเกิดจากการที่สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลัก มีปริมาณสินค้าล้นสต็อก เนื่องจากสถานการณ์การขนส่งที่กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้สินค้าเข้าสู่ตลาดเร็วขึ้น ลูกค้าเจ้าของแบรนด์จึงต้องใช้เวลาในการระบายสต็อกและปรับปริมาณสต็อกให้เหมาะสม ส่งผลให้คำสั่งซื้อใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 27%
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** ราคาปลาทูน่าซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารพร้อมทาน มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาณการจับปลาลดลง ประกอบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับบาท และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น ยังเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
* **สัดส่วนอาหารพร้อมทานฯ เพิ่มขึ้น:** แม้ว่ากลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก (Human Food) จะมียอดขายเติบโต 37% จากอุปสงค์ในตะวันออกกลางที่ดี แต่สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลดลงและอัตรากำไรที่ต่ำลงได้ทั้งหมด เนื่องจากอาหารพร้อมทานฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับต้นทุนทูน่าที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
เอกสารระบุว่า ฝ่ายจัดการคาดว่าสถานการณ์สต็อกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดสหรัฐฯ และยุโรปจะค่อยๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบปลาทูน่าที่ยังอยู่ในระดับสูง และการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทานฯ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นต่อไป คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะดีขึ้นจากไตรมาส 1 มาอยู่ที่ระดับ 14-15% ในช่วงที่เหลือของปี แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 16.7% ในปีก่อน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 15.7%:** อยู่ที่ 1,391 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลดลง 27% ขณะที่อาหารพร้อมทานฯ เติบโต 37%
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 53%:** อยู่ที่ 130 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เหลือเพียง 9.3% จาก 16.7% ในปีก่อน
* **กำไรสุทธิลดลง 60%:** อยู่ที่ 72 ล้านบาท (0.03 บาท/หุ้น) เทียบกับ 181 ล้านบาท (0.11 บาท/หุ้น) ในปีก่อน
* **ปริมาณขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 27%:** เนื่องจากลูกค้าในสหรัฐฯ ระบายสต็อกสินค้า
* **ปริมาณขายอาหารพร้อมทานฯ เพิ่มขึ้น 21%:** จากอุปสงค์ในตะวันออกกลางที่ดี
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 17.5%:** ส่วนใหญ่มาจากการทำกิจกรรมการตลาดต่อเนื่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,391 ล้านบาท ลดลง 15.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งหดตัวลง 27% มาอยู่ที่ 1,024 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายในกลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึกจะเติบโตขึ้น 37% มาอยู่ที่ 354 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด
ด้านกำไรขั้นต้น ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 53.0% มาอยู่ที่ 130 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9.3% จาก 16.7% ในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะปลาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการที่สัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่า และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 17.5% เป็น 96 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าโฆษณาสินค้ากลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ของบริษัท เพื่อทำกิจกรรมทางการตลาดและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 72 ล้านบาท ลดลง 60.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรต่อหุ้น 0.03 บาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของสต็อกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง:** คาดว่าลูกค้าเจ้าของแบรนด์จะสามารถปรับปริมาณสินค้าคงคลังให้กลับสู่ภาวะปกติได้ภายในครึ่งปีแรกปี 2566 ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงในช่วงครึ่งปีหลัง
* **การเติบโตของแบรนด์ตนเอง:** ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ของบริษัทในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตได้ดี จากแผนการตลาดและการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
* **การขยายกำลังการผลิต:** บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายกำลังการผลิตตามแผน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต และการรับจ้างผลิตจากลูกค้ารายใหม่
* **การเติบโตของอาหารพร้อมทานฯ:** คาดการณ์ว่ายอดขายกลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึกจะเติบโตราว 15% ในปี 2566 จากปัจจัยบวกด้านค่าระวางเรือที่ลดลงและการขนส่งที่กลับสู่ภาวะปกติ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนปลาทูน่าที่ยังอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มผันผวน เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทานฯ ที่รุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการตั้งราคาและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับบาท ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้จากการส่งออก
* **ผลประกอบการโรงงานในจีน:** โรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ดในประเทศจีนยังคงมีผลขาดทุนจากการผลิตน้อยและการแข่งขันที่รุนแรง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง:** จับตาแนวโน้มการระบายสต็อกของลูกค้าในสหรัฐฯ และยุโรป และการกลับมาสั่งซื้อสินค้าในช่วงครึ่งปีหลัง
* **ทิศทางราคาปลาทูน่า:** การเปลี่ยนแปลงของราคาปลาทูน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้นของทั้งสองกลุ่มผลิตภัณฑ์
* **ความคืบหน้าการขยายกำลังการผลิต:** การก่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งใหม่ และอาคารโรงงานผลิตหลังใหม่ จะส่งผลต่อความพร้อมในการรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต
* **กลยุทธ์การจัดจำหน่ายแบรนด์ "มองชู" ในจีน:** การปรับกลยุทธ์และการเปิดประเทศของจีน จะส่งผลต่อยอดขายแบรนด์ในตลาดดังกล่าว
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การปรับตัวของ GPM ในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถกลับมาสู่ระดับ 14-15% ตามที่คาดการณ์ได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ปริมาณขาย:** ภาพรวมลดลง 17% โดยอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 27% (6,509 ตัน) ขณะที่อาหารพร้อมทานฯ เพิ่มขึ้น 21% (2,227 ตัน) และผลพลอยได้เพิ่มขึ้น 10% (858 ตัน)
* **รายได้จากการขาย:** ภาพรวมลดลง 16% มาอยู่ที่ 1,399 ล้านบาท โดยอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 27% (1,024 ล้านบาท) อาหารพร้อมทานฯ เพิ่มขึ้น 37% (354 ล้านบาท) และผลพลอยได้ลดลง 6% (21 ล้านบาท)
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** รายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) ลดลง 28% มาอยู่ที่ 984 ล้านบาท ส่วนรายได้จากแบรนด์ตนเองเพิ่มขึ้น 11% มาอยู่ที่ 40 ล้านบาท โดยการเติบโตมาจากตลาดในประเทศ
* **ธุรกิจอาหารพร้อมทานฯ:** ปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 21% แต่รายได้เพิ่มขึ้นถึง 37% เนื่องจากราคาทูน่าที่สูงขึ้นเป็นสำคัญ ตลาดหลักคือตะวันออกกลางและญี่ปุ่น
* **การขยายกำลังการผลิต:** อยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิตเป็น 82,000 ตัน คาดแล้วเสร็จปี 2568 โดยอาคารโรงงานใหม่เริ่มสร้างปลายปี 2566 และคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งใหม่เริ่มสร้างปลายไตรมาส 3
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 5.2% มาอยู่ที่ 5,767 ล้านบาท จาก 6,080 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้และสินค้าคงเหลือ ขณะที่เงินสดเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 36.9% มาอยู่ที่ 661 ล้านบาท จาก 1,046 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการนำเงิน IPO ไปชำระคืนหนี้สินระยะยาว 270 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 1.4% มาอยู่ที่ 5,106 ล้านบาท จาก 5,034 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรระหว่างงวด
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** รับสุทธิ 454 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าที่ดีขึ้น
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใช้ไป 61 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** มีการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวรวม 284 ล้านบาท ทำให้กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมนี้ติดลบ
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ AAI ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบปลาทูน่าที่สูงขึ้นและปัญหาการระบายสต็อกสินค้าในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจอาหารพร้อมทานฯ จะเติบโตได้ดีและบริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการต้นทุนและกระแสเงินสดที่ดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยฝ่ายจัดการคาดหวังว่าสถานการณ์จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 จากการฟื้นตัวของสต็อกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงและการเติบโตของแบรนด์ตนเอง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,769.19
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
217.14
ล้านบาท
↓ 25.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.27
%
กำไรสุทธิ
109.70
ล้านบาท
↓ 36.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.20
%
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,769
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
217
↓ -25.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
110
↓ -36.4%
YoY
D/E Ratio
0.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
14.90
ROA (%)
14.31
Book Value/หุ้น
2.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+609
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,133.70
+520.19%
|
-182.80
-80.38%
|
-931.71
-358.67%
|
360.19
+34.60%
|
267.61
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
608.68
-338.89%
|
-254.79
-185.43%
|
298.23
+152.03%
|
118.33
-127.67%
|
-427.66
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
598.44
+45.34%
|
411.76
-58.55%
|
993.31
+12.71%
|
881.32
+633.21%
|
120.20
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
73.58
-349.42%
|
-29.50
-108.23%
|
358.41
-73.59%
|
1,356.93
-3,781.31%
|
-36.86
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.52%
|
82.80
+15.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
146.98
-82.68%
|
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.51%
|