บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.08
0.04 (0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13631 out_tok=2596 at=2026-07-25T05:56:27 -->
AAI กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 49.9% รับแรงหนุนยอดขายโตแกร่ง
AAI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ทำรายได้รวม 1,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของทั้งกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและกลุ่มธุรกิจทูน่า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.9% แม้จะเผชิญต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AAI ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขาย** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 49.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากทั้งกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและกลุ่มธุรกิจทูน่า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** มีการเติบโตของรายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) ถึง 49% โดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก โดยเฉพาะอาหารแมว ได้รับอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป นอกจากนี้ การเปิดสายการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบซอง (Pouch) ช่วยลดแรงกดดันในไลน์ผลิต และการทำตลาดแบรนด์ของตนเองในไทยก็เติบโตได้ดีถึง 59%
* **กลุ่มธุรกิจทูน่า:** ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 78% เนื่องจากค่าขนส่งที่ปรับลดลง ประกอบกับราคาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 116%
* **ปริมาณขายโดยรวม:** ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 23% โดยอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก (ส่วนใหญ่เป็นทูน่า) เพิ่มขึ้นมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากอุปสงค์ทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง และบริษัทฯ มีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีก 7,500 ตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ต้นปีหน้า ส่วนธุรกิจทูน่า คาดว่าจะยังคงมีความต้องการสูงจากตะวันออกกลาง แม้ต้นทุนปลาทูน่าจะยังสูงอยู่ ฝ่ายจัดการคาดว่ารายได้ปี 2565 จะเติบโตมากกว่า 40% และคาดว่าอุปสงค์อาหารสัตว์เลี้ยงจะยังคงแข็งแกร่งในปี 2566 แม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอยในบางตลาด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 59.4% YoY** แตะ 1,958 ล้านบาท จากการเติบโตของทั้งธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและทูน่า
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 49.9% YoY** อยู่ที่ 195 ล้านบาท แม้ GPM ลดลงเล็กน้อย
* **ปริมาณขายรวม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 23% YoY** โดยอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตดีกว่าอุตสาหกรรม
* **ธุรกิจทูน่า Q3/2565 รายได้พุ่ง 116%** จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและราคาที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงแบรนด์ตนเอง Q3/2565 โต 59%** จากการทำตลาดในไทย
* **คาดรายได้ปี 2565 เติบโตกว่า 40%** แตะ 7.2 พันล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
AAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของทั้งกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและกลุ่มอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 410 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 23.9% เป็น 20.9% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและสัดส่วนธุรกิจทูน่าที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 57.1% ส่วนใหญ่เป็นค่าโฆษณาและการตลาด ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 10.6% เป็น 10.0%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 5,423 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.8% กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,071 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.4% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 21.9% เป็น 19.8% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แม้จะได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.5% แต่อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 12.0% เป็น 10.3%
## โอกาส
* **อุปสงค์อาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกที่แข็งแกร่ง:** โดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกและอาหารแมว เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลัก
* **การขยายกำลังการผลิต:** การเพิ่มกำลังการผลิตสายการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบซอง (Pouch) และแผนขยายอีก 7,500 ตันต่อปี จะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของแบรนด์ตนเองในไทย:** การทำตลาดที่เข้มข้นขึ้นและการสร้าง Brand Awareness ส่งผลให้ยอดขายแบรนด์มองชูและฮาจิโกะเติบโตได้ดี
* **การฟื้นตัวของธุรกิจทูน่า:** การลดลงของค่าขนส่งและการที่ราคาทูน่าปรับตัวสูงขึ้น หนุนรายได้ในส่วนนี้
* **นโยบายผ่อนคลายโควิด-19 ในจีน:** คาดว่าจะช่วยให้โรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ดในจีนมีโอกาสรับจ้างผลิตจากแบรนด์ต่างประเทศได้มากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศจีน:** ส่งผลให้โรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ดผลิตได้น้อย
* **มาตรการโควิด-19 ในจีน:** ยังคงจำกัดการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายแบรนด์มองชู
* **ภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอยในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในระยะยาว
* **ต้นทุนค่าแรงและค่าพลังงานที่ผันผวน:** อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ปลาทูน่า และส่วนผสมอาหารสัตว์เลี้ยง
* ผลการดำเนินงานของโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ดในประเทศจีน หลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
* ความคืบหน้าในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายแบรนด์ของตนเองทั้งในและต่างประเทศ
* ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอยต่อกำลังซื้อในตลาดหลัก
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าแรงและค่าพลังงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดัน GPM แต่ราคาทูน่าที่สูงขึ้นช่วยหนุนรายได้ธุรกิจทูน่า
* **Volume:** ปริมาณขายรวม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 23% โดยอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตดีกว่าอุตสาหกรรม และทูน่าเพิ่มขึ้น 78%
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.9% เป็น 20.9% ใน Q3/2565 และจาก 21.9% เป็น 19.8% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) ยังคงเป็นสัดส่วนหลัก แต่แบรนด์ของตนเองในไทยเติบโตโดดเด่น
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 185 ล้านบาทใน Q3/2565 สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าช่วยชดเชยต้นทุนวัตถุดิบได้บางส่วน และการลดลงของค่าขนส่งหนุนการส่งออกทูน่า
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.6% จากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,094 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.3% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 29 ล้านบาท ลดลงจาก 240 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการใช้เงินสดไปกับการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 307 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพ กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 367 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น และมีการจ่ายเงินปันผล 512 ล้านบาท
## สรุปท้าย
AAI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่นจากแรงหนุนของรายได้ที่พุ่งสูงขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยงและทูน่า แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การตลาดที่เข้มข้นช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย โอกาสในการเติบโตยังคงมีต่อเนื่องจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและการขยายกำลังการผลิต แต่ต้องจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลต่อกำลังซื้อในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,769.19
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
217.14
ล้านบาท
↓ 25.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.27
%
กำไรสุทธิ
109.70
ล้านบาท
↓ 36.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.20
%
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,769
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
217
↓ -25.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
110
↓ -36.4%
YoY
D/E Ratio
0.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
14.90
ROA (%)
14.31
Book Value/หุ้น
2.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+609
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,133.70
+520.19%
|
-182.80
-80.38%
|
-931.71
-358.67%
|
360.19
+34.60%
|
267.61
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
608.68
-338.89%
|
-254.79
-185.43%
|
298.23
+152.03%
|
118.33
-127.67%
|
-427.66
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
598.44
+45.34%
|
411.76
-58.55%
|
993.31
+12.71%
|
881.32
+633.21%
|
120.20
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
73.58
-349.42%
|
-29.50
-108.23%
|
358.41
-73.59%
|
1,356.93
-3,781.31%
|
-36.86
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.52%
|
82.80
+15.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
146.98
-82.68%
|
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.51%
|