บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.08
0.04 (0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15576 out_tok=2931 at=2026-07-25T00:45:43 -->
# AAI กำไร Q2/66 ดิ่ง 85.6% รับยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรทรุดหนักจากปัจจัยลบซ้ำซ้อน ฝ่ายจัดการคาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว
บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,196 ล้านบาท ลดลง 34.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 26 ล้านบาท ลดลงถึง 85.6% โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมาก แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะลดลงก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ AAI ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวอย่างรุนแรงของยอดขายในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ประกอบกับการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** โดยรายได้รวมลดลง 34.1% มาอยู่ที่ 1,196 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงถึง 85.6% มาอยู่ที่ 26 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลงอย่างมาก:** สาเหตุหลักมาจากลูกค้าเจ้าของแบรนด์ (OEM) ในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป ยังคงอยู่ในช่วงเร่งปรับลดปริมาณสต็อกสินค้าให้เหมาะสมกับระยะเวลารอคอยสินค้า (Lead time) ที่สั้นลงหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ทำให้การสั่งซื้อชะลอตัว ส่งผลให้ปริมาณขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลงถึง 34%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** GPM ลดลงจาก 21.2% ในไตรมาส 2 ปี 2565 มาอยู่ที่ 12.7% ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปัจจัยหลักมาจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานบรรจุภาชนะปิดผนึก (Human Food) ที่มี GPM ต่ำกว่า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ประกอบกับยอดขายที่ลดลงทำให้ต้นทุนค่าแรงงานและค่าพลังงานมีสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างทูน่าจะไม่ได้ผันผวนมากนัก
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการป้องกันความเสี่ยงแล้ว แต่ความผันผวนของค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่าลงในช่วงปลายไตรมาส ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 80 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่ายอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ในระดับ 12-14% จากการคาดการณ์สัดส่วนผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่การปรับลดสต็อกของลูกค้ารายสำคัญอาจยังกดดันยอดขายในไตรมาส 3 ต่อไปอีกบางส่วน นอกจากนี้ อัตรากำไรในกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานคาดว่าจะต่ำลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากแรงกดดันจากราคาปลาทูน่าที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 อยู่ที่ 1,196 ล้านบาท ลดลง 34.1% YoY** จากยอดขายกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 26 ล้านบาท ลดลง 85.6% YoY** เป็นผลจากยอดขายที่ลดลงและ GPM ที่หดตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/66 อยู่ที่ 12.7% ลดลงจาก 21.2% YoY** สาเหตุหลักจากสัดส่วน Human Food ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย
* **ปริมาณขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 29% ใน Q2/66** จากการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้า OEM ในสหรัฐฯ และยุโรปที่อยู่ระหว่างการปรับลดสต็อก
* **ยอดขายกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน (Human Food) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3%** แม้ปริมาณขายลดลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาทูน่าที่สูงขึ้น
* **คาดการณ์ยอดขายรวมปี 2566 อยู่ที่ราว 5.8 พันล้านบาท ลดลง 18% YoY** โดยอาหารสัตว์เลี้ยง OEM ลดลง แต่แบรนด์ตัวเองในไทยเติบโต และ Human Food ทรงตัว
* **คาดการณ์ GPM ปี 2566 อยู่ที่ 12-14%** ดีขึ้นจากครึ่งปีแรก แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 AAI มีรายได้รวม 1,196 ล้านบาท ลดลง 34.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่กลุ่มอาหารพร้อมรับประทานบรรจุภาชนะปิดผนึกมีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18% จาก 12% ในปีก่อนหน้า
กำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 152 ล้านบาท ลดลง 60.6% YoY คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 12.7% ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 21.2% ในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลดลง ทำให้ต้นทุนค่าแรงและค่าพลังงานมีสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย และสัดส่วนผลิตภัณฑ์ Human Food ที่เพิ่มขึ้นซึ่งมี GPM ต่ำกว่า
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 20.3% มาอยู่ที่ 75 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 73.6% มาอยู่ที่ 77 ล้านบาท และเมื่อรวมรายการอื่น ๆ เช่น ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงถึง 80 ล้านบาท ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 94% มาอยู่ที่ 13 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 26 ล้านบาท ลดลง 85.6% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 2.2%
สำหรับครึ่งปีแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 2,587 ล้านบาท ลดลง 25.3% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 99 ล้านบาท ลดลง 72.9% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.8%
## โอกาส
* **การเติบโตของแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของตนเองในประเทศไทย:** บริษัทฯ มีแผนเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศไทยเพื่อเพิ่มยอดขาย โดยตั้งเป้าให้สัดส่วนยอดขายแบรนด์ของบริษัทฯ ในไทยเป็น 10% ตามกลยุทธ์ระยะยาว
* **การฟื้นตัวของตลาดจีน:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาปรับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ "มองชู" ในประเทศจีนหลังการเปิดประเทศ คาดว่าจะช่วยเพิ่มช่องทางขายและทำให้ยอดขายเติบโตได้ตามแผน
* **การเพิ่มกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง:** บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอีก 6,500 ตัน เป็น 56,000 ตัน ในช่วงต้นปี 2567 เพื่อรองรับลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบันเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
## ความเสี่ยง
* **การชะลอคำสั่งซื้อจากลูกค้า OEM ในตลาดหลัก:** การที่ลูกค้าเจ้าของแบรนด์ในสหรัฐฯ และยุโรปยังคงปรับลดสต็อก อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงในระยะสั้น
* **ราคาทูน่าที่สูงขึ้นและการแข่งขันในอุตสาหกรรม Human Food:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ผลประกอบการโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ดในจีน:** ยังคงมีผลขาดทุนจากการผลิตน้อยและการแข่งขันที่รุนแรง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การปรับลดสต็อกของลูกค้า OEM อาหารสัตว์เลี้ยง:** จะส่งผลต่อยอดขายในไตรมาส 3 อย่างไร
* **แนวโน้มราคาทูน่าและต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ:** จะส่งผลต่อ GPM ของกลุ่ม Human Food
* **ความคืบหน้าในการเพิ่มช่องทางขายแบรนด์ของตนเองในไทยและจีน:** จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าแรงและค่าพลังงาน:** จะส่งผลต่อ GPM โดยรวม
* **การกลับมาของคำสั่งซื้อจากลูกค้า OEM:** จะเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่สำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ปริมาณขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 34% YoY ใน Q2/66:** เป็นผลกระทบหลักที่ทำให้รายได้รวมหดตัว โดยลูกค้า OEM ในสหรัฐฯ และยุโรปยังคงระบายสต็อก
* **ปริมาณขาย Human Food ลดลง 3% YoY ใน Q2/66:** แต่รายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% เนื่องจากราคาทูน่าที่สูงขึ้น
* **สัดส่วนรายได้ Human Food เพิ่มขึ้น:** จาก 12% ใน Q2/65 เป็น 18% ใน Q2/66 สะท้อนการพึ่งพิงกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มากขึ้น
* **ยอดขายแบรนด์ตัวเอง (Pet Food) ในไทยเติบโต 9% ในครึ่งปีแรก:** จากการสร้าง Brand Awareness และการขยายตลาดผลิตภัณฑ์แบบเม็ดแบรนด์ "โปร"
* **ยอดขายแบรนด์ "มองชู" ในจีนลดลง:** จากการแข่งขันที่รุนแรง แต่บริษัทฯ มีแผนปรับกลยุทธ์หลังการเปิดประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวมลดลง 10.7% ณ สิ้น Q2/66:** อยู่ที่ 5,427 ล้านบาท โดยมีเงินสดลดลง 655 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือลดลง 260 ล้านบาท ตามยอดขายที่ลดลง
* **หนี้สินรวมลดลง 31.2% ณ สิ้น Q2/66:** อยู่ที่ 720 ล้านบาท จากการนำเงิน IPO ไปชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 270 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.5% ณ สิ้น Q2/66:** อยู่ที่ 4,706 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล 425 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน Q2/66 อยู่ที่ 652 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 18 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เป็นผลจากการลดลงของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า
* **กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน Q2/66 อยู่ที่ 598 ล้านบาท:** ส่วนใหญ่เป็นการให้เงินกู้ยืมแก่บริษัทแม่ 500 ล้านบาท และการลงทุนขยายกำลังการผลิต
* **กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน Q2/66 อยู่ที่ 710 ล้านบาท:** เป็นการชำระคืนหนี้สินระยะยาวและจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
AAI เผชิญกับผลประกอบการที่ท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 จากปัจจัยลบที่รุมเร้าทั้งยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลดลงอย่างหนักและอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาแบรนด์ของตนเองในประเทศ โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 นักลงทุนควรจับตาการปรับลดสต็อกของลูกค้า OEM และแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางของอัตรากำไรและยอดขายในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AAI ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
1,769.19
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
กำไรขั้นต้น
217.14
ล้านบาท
↓ 25.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.27
%
กำไรสุทธิ
109.70
ล้านบาท
↓ 36.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.20
%
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,769
↑ + 0.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
217
↓ -25.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
110
↓ -36.4%
YoY
D/E Ratio
0.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
14.90
ROA (%)
14.31
Book Value/หุ้น
2.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+609
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,133.70
+520.19%
|
-182.80
-80.38%
|
-931.71
-358.67%
|
360.19
+34.60%
|
267.61
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
608.68
-338.89%
|
-254.79
-185.43%
|
298.23
+152.03%
|
118.33
-127.67%
|
-427.66
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
598.44
+45.34%
|
411.76
-58.55%
|
993.31
+12.71%
|
881.32
+633.21%
|
120.20
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
73.58
-349.42%
|
-29.50
-108.23%
|
358.41
-73.59%
|
1,356.93
-3,781.31%
|
-36.86
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.52%
|
82.80
+15.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
146.98
-82.68%
|
848.80
-8.86%
|
931.28
-38.24%
|
1,507.79
+3,182.09%
|
45.94
-44.51%
|