บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
4.64
0.04 (0.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16815 out_tok=2714 at=2026-07-26T11:51:42 -->
# SPRC กำไรสุทธิ Q4/65 พลิกบวก 5.28 พันล้านบาท รับค่าการกลั่นตลาดฟื้นตัว
## รายได้รวม Q4/65 พุ่ง 1.29 หมื่นล้านบาท โต 14% YoY แม้ราคาน้ำมันดิบลดลง แต่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น
บริษัท สตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 5,287 ล้านบาท (260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เทียบกับขาดทุนสุทธิ 5,027 ล้านบาท (137 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในไตรมาสก่อนหน้า และพลิกจากขาดทุนสุทธิ 1,594 ล้านบาท (62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในไตรมาส 4 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากค่าการกลั่นตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SPRC ในไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 5,287 ล้านบาท (260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มาจากการ **พลิกตัวของค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่กลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ** โดยอยู่ที่ 5.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบกับติดลบ 7.34 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อนหน้า และใกล้เคียงกับ 5.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม** ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การพลิกตัวของค่าการกลั่นตลาดเกิดจากปัจจัยหลายประการ ประการแรกคือ **การลดลงของราคาน้ำมันดิบดูไบ** ในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากขาดทุนสต็อกน้ำมัน (Stock loss) ที่เกิดขึ้นในไตรมาสก่อนหน้า ประการที่สองคือ **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่แข็งแกร่งขึ้น** โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของภาคการบินและความต้องการใช้ในโรงไฟฟ้า รวมถึงการเพิ่มมูลค่าจากน้ำมันเตาและการผลิตยางมะตอยที่มีมูลค่าสูงขึ้น แม้ว่าส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินจะลดลงก็ตาม นอกจากนี้ การดำเนินงานของโรงกลั่นยังคงมีประสิทธิภาพ โดยมี **อัตราการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นที่สูงถึง 93%** ซึ่งสูงกว่าไตรมาสก่อนและปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการภายในประเทศ
ส่วนด้านปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลโดยตรงจากการ **ฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทาง** หลังจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 โดยปริมาณการขายรวมในปี 2565 อยู่ที่ 65.8 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้นจาก 56.0 ล้านบาร์เรลในปี 2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยความผันผวน** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าค่าการกลั่นจะปรับตัวสูงขึ้นในปี 2566 โดยได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคาแนฟทา น้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน และน้ำมันดีเซลกับน้ำมันดิบดูไบที่มีแนวโน้มดี จากความไม่แน่นอนของมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ปริมาณน้ำมันคงคลังที่ต่ำ และการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางแห่ง ประกอบกับการฟื้นตัวของอุปสงค์การบินระหว่างประเทศในเอเชีย อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก และการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย COVID-19 ในจีน อาจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันมีความไม่แน่นอนและผันผวนได้ในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/65 พลิกเป็น 5,287 ล้านบาท** จากขาดทุนสุทธิ 5,027 ล้านบาทใน Q3/65 และขาดทุน 1,594 ล้านบาทใน Q4/64
* **รายได้รวม Q4/65 เพิ่มขึ้น 14% YoY เป็น 65,706 ล้านบาท** จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* **ค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) กลับมาเป็นบวกที่ 5.39 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล** เทียบกับติดลบ 7.34 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลใน Q3/65
* **อัตราการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นสูงถึง 93%** สะท้อนการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่ดี
* **ปี 2565 กำไรสุทธิรวม 7,674 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% YoY** จากค่าการกลั่นตลาดที่แข็งแกร่งและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 5,287 ล้านบาท (260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ดีกว่าไตรมาสก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้รวม 65,706 ล้านบาท (1,793 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q4/64) แม้ว่าราคาขายน้ำมันเฉลี่ยจะลดลง แต่ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเดินทางหลังโควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนขายลดลง 18% จากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงและการกลับรายการผลขาดทุนสุทธิจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 285,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากปี 2564 โดยหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 7,674 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากค่าการกลั่นตลาดที่แข็งแกร่งและความต้องการน้ำมันภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและการเปิดประเทศ:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคเอเชีย
* **แนวโน้มค่าการกลั่นที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในปี 2566:** จากปัจจัยสนับสนุนด้านอุปสงค์และอุปทานของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่างๆ
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการลงทุนในโครงการ:** เพื่อเพิ่มความเชื่อถือได้และปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** จากปัจจัยเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการผลิตของกลุ่ม OPEC+
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันโดยรวม
* **ความไม่แน่นอนจากการระบาดของ COVID-19:** โดยเฉพาะในจีน อาจส่งผลต่อความต้องการใช้น้ำมันที่ผันผวน
* **ความเสี่ยงจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล:** แม้จะมีการประมาณการหนี้สินระยะสั้นแล้ว แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ในไตรมาสถัดไป:** โดยเฉพาะส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่างๆ
* **การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์น้ำมันในจีน:** หลังจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อความต้องการใช้น้ำมัน:** ทั้งในระดับภูมิภาคและทั่วโลก
* **ความคืบหน้าในการจัดการผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล:** และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ประกอบการโรงกลั่น SPRC ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะตลาดน้ำมันปิโตรเลียม โดยในไตรมาส 4 ปี 2565 แม้ราคาน้ำมันดิบดูไบจะลดลง แต่ค่าการกลั่นตลาดกลับฟื้นตัวได้ดีจากการที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของการเดินทางและการใช้พลังงาน
อัตราการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นที่สูงถึง 93% แสดงให้เห็นถึงการใช้กำลังการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการที่ฟื้นตัวในประเทศ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมของ SPRC อยู่ที่ 63,288 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน โดยมีสินค้ำคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อรองรับปริมาณการกลั่นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการจ่ายเงินปันผลและการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อย โดยมีการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและภาษีสรรพสามิต แต่มีการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียนที่สูงขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิในปี 2565 หักลบด้วยเงินปันผลจ่าย อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.6 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2565 อยู่ที่ 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า แม้จะมีกำไรสุทธิที่สูงก็ตาม ขณะที่กระแสเงินสดจากการลงทุนใช้ไปกับการปรับปรุงโรงกลั่น และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไปกับการชำระคืนเงินกู้และจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
SPRC ในไตรมาส 4 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นผลประกอบการอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 5,287 ล้านบาท เป็นผลจากค่าการกลั่นตลาดที่กลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่แนวโน้มค่าการกลั่นที่คาดว่าจะดีขึ้นในปี 2566 และการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยที่น่าจับตาสำหรับการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VRANDA ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
472.72
ล้านบาท
↑ 25% YoY
กำไรขั้นต้น
231.49
ล้านบาท
↑ 41.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
48.97
%
กำไรสุทธิ
44.19
ล้านบาท
↑ 383.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.35
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
473
↑ + 25%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
231
↑ + 41.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 383.8%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VRANDA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.40
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
6.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VRANDA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-55
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+239
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VRANDA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-55.22
-153.73%
|
102.77
-320.11%
|
-46.69
-21.83%
|
-59.73
-23.79%
|
-78.38
-118.70%
|
419.16
-1,435.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
239.28
+518.45%
|
38.69
-74.96%
|
154.53
+100.06%
|
77.24
-187.27%
|
-88.51
-84.58%
|
-574.18
+94.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-245.60
+1,367.14%
|
-16.74
-105.77%
|
289.95
+66.41%
|
174.24
-26.39%
|
236.71
+73.25%
|
136.63
-60.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
32.44
-320.38%
|
-14.72
-103.70%
|
397.80
+107.47%
|
191.74
+174.54%
|
69.84
-479.77%
|
-18.39
-192.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|
88.22
+29.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
128.21
+6.05%
|
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|