บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
4.64
0.04 (0.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7565 out_tok=2773 at=2026-07-26T12:39:25 -->
# VRANDA พลิกกำไร Q2/2565 รับธุรกิจโรงแรมฟื้นแรง – รายได้อสังหาฯ แผ่ว
## รายได้โรงแรมโตแรง 269% ดันภาพรวมฟื้นตัว แม้ธุรกิจอสังหาฯ ชะลอตัว
บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 35 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจโรงแรมที่เติบโตถึง 269% YoY ขณะที่รายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ VRANDA ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมาเป็นบวก คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากกิจการโรงแรม** ซึ่งเติบโตถึง 269% YoY คิดเป็น 165 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นถึง 729% YoY และ EBITDA ของธุรกิจโรงแรมกลับมาเป็นบวกที่ 65 ล้านบาท จากที่ติดลบ 13 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะลดลงถึง 78% YoY ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเกิดจาก **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วประเทศและการเริ่มทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ** ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโรงแรมที่พึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลักอย่าง SO Bangkok และ Veranda Collection Samui มีรายได้เติบโตจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ทำให้ราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ปรับตัวลดลงเล็กน้อย (-3%) แต่ REVPAR (รายได้ต่อห้องว่าง) กลับพุ่งสูงขึ้นถึง 265% YoY สะท้อนถึงการกลับมาของปริมาณการเข้าพักที่ชดเชยราคาได้
ในทางกลับกัน รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 78% YoY เนื่องจากโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหินทยอยลดลงตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้กำไรขั้นต้นจากธุรกิจนี้ลดลง 82% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกิจการโรงแรมเป็นผลมาจากการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต ประกอบกับการที่ประเทศไทยเริ่มทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จะช่วยสนับสนุนอัตราการเข้าพักและรายได้ของธุรกิจโรงแรมให้เติบโตต่อไป อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการต่างๆ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 อยู่ที่ 325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 6% QoQ**
* **รายได้จากกิจการโรงแรมพุ่งสูง 269% YoY แตะ 226 ล้านบาท** เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
* **กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 729% YoY แตะ 116 ล้านบาท** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นจาก 22% เป็น 52%
* **EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 145% YoY แตะ 72 ล้านบาท** โดย EBITDA จากธุรกิจโรงแรมกลับมาเป็นบวกที่ 65 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิพลิกเป็น 2 ล้านบาท** จากที่ขาดทุน 35 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 78% YoY เหลือ 49 ล้านบาท** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 82% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 VRANDA มีรายได้รวม 325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากกิจการโรงแรมเป็นสัดส่วนหลัก 70% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 269% YoY จาก 61 ล้านบาท เป็น 226 ล้านบาท เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 78% YoY เหลือ 49 ล้านบาท เนื่องจากความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหินที่ลดลง
กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 102 ล้านบาท YoY เป็น 116 ล้านบาท โดยกำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 729% YoY เป็น 116 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจโรงแรมขยับขึ้นจาก 22% เป็น 52% ส่วนกำไรขั้นต้นจากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 82% YoY เหลือ 12 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจนี้อยู่ที่ 24%
EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 145% YoY เป็น 72 ล้านบาท โดย EBITDA จากธุรกิจโรงแรมกลับมาเป็นบวกที่ 65 ล้านบาท จากที่ติดลบ 13 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 14% YoY สอดคล้องกับรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19% YoY เป็น 50 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 5% YoY เหลือ 17 ล้านบาท จากการคืนเงินกู้ยืมระยะยาวโครงการอสังหาริมทรัพย์
ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 35 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศและการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อรายได้และอัตราการเข้าพักของธุรกิจโรงแรม
* **การขยายธุรกิจโรงแรม:** การลงทุนในโครงการใหม่ๆ หรือการปรับปรุงโรงแรมเดิมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน จะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** การมีที่ดินรอการพัฒนา หรือการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด จะช่วยสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของจำนวนนักท่องเที่ยว:** การพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง เช่น สถานการณ์โรคระบาด ความไม่สงบทางการเมือง หรือภาวะเศรษฐกิจโลก
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์:** ภาคธุรกิจทั้งสองมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้าง การขออนุญาต หรือการอนุมัติสินเชื่อของลูกค้า อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกระแสเงินสดจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนค่าแรง ค่าพลังงาน และค่าวัตถุดิบที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ของธุรกิจโรงแรมในไตรมาสถัดไป**
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์และการรับรู้รายได้ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการขาย**
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร**
* **แผนการลงทุนและการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ของบริษัทฯ**
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการท่องเที่ยวของภาครัฐ และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว**
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และอัตราการเข้าพัก:** รายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 269% YoY เป็น 226 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพักที่ 51% จาก 16% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศ ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามามากขึ้น ราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ปรับลดลงเล็กน้อย 3% YoY อยู่ที่ 4,264 บาท/ห้อง/คืน แต่ REVPAR (รายได้ต่อห้องว่าง) เพิ่มขึ้นถึง 265% YoY เป็น 2,112 บาท/ห้อง/คืน สะท้อนถึงการกลับมาของปริมาณการเข้าพักที่แข็งแกร่ง
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** GPM ของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 22% ใน Q2/2564 เป็น 52% ใน Q2/2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มากกว่าต้นทุนผันแปรที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการเข้าพัก
**EBITDA:** EBITDA รวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 145% YoY เป็น 72 ล้านบาท โดย EBITDA จากธุรกิจโรงแรมกลับมาเป็นบวกที่ 65 ล้านบาท จากที่ติดลบ 13 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 78% YoY เหลือ 49 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นลดลง 82% YoY เหลือ 12 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 30% ในปีก่อนหน้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,632 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่ลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน
หนี้สินรวมลดลง 5% จากสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 2,721 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและการรับรู้รายได้จากการโอนห้องชุด
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 1% จากสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,910 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดหกเดือน
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.42 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) อยู่ที่ 1.23 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสม
## สรุปท้าย
VRANDA ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรได้ แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญกับความท้าทาย อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ควบคู่ไปกับการติดตามแนวโน้มการท่องเที่ยวและแผนการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VRANDA ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
472.72
ล้านบาท
↑ 25% YoY
กำไรขั้นต้น
231.49
ล้านบาท
↑ 41.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
48.97
%
กำไรสุทธิ
44.19
ล้านบาท
↑ 383.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.35
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
473
↑ + 25%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
231
↑ + 41.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 383.8%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VRANDA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.40
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
6.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VRANDA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-55
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+239
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VRANDA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-55.22
-153.73%
|
102.77
-320.11%
|
-46.69
-21.83%
|
-59.73
-23.79%
|
-78.38
-118.70%
|
419.16
-1,435.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
239.28
+518.45%
|
38.69
-74.96%
|
154.53
+100.06%
|
77.24
-187.27%
|
-88.51
-84.58%
|
-574.18
+94.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-245.60
+1,367.14%
|
-16.74
-105.77%
|
289.95
+66.41%
|
174.24
-26.39%
|
236.71
+73.25%
|
136.63
-60.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
32.44
-320.38%
|
-14.72
-103.70%
|
397.80
+107.47%
|
191.74
+174.54%
|
69.84
-479.77%
|
-18.39
-192.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|
88.22
+29.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
128.21
+6.05%
|
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|