บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
4.64
0.04 (0.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8699 out_tok=3064 at=2026-07-26T11:56:32 -->
# VRANDA พลิกกำไร Q4 รับโรงแรมฟื้นแรง – สรุป MD&A ปี 2564
## รายได้โรงแรมพุ่ง 247% ดันผลงานไตรมาสสุดท้ายกลับมาเป็นบวก หลังเผชิญปัจจัยลบทั้งปี
บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 107.2 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 18.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รวมที่ลดลง 35% เหลือ 1,307 ล้านบาท เป็นผลกระทบจาก COVID-19 ต่อธุรกิจโรงแรมและรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2564 บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 12.6 ล้านบาท จากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากกิจการโรงแรมที่เติบโตถึง 247% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ VRANDA ในไตรมาส 4/2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 12.6 ล้านบาท มาจากการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของ **รายได้จากกิจการโรงแรม** ที่เพิ่มขึ้นถึง 247% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งส่งผลให้ **กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรม** เพิ่มขึ้นถึง 561% และ **EBITDA ของกิจการโรงแรม** พลิกจากขาดทุน 5 ล้านบาทในไตรมาส 3 เป็นกำไร 65 ล้านบาทในไตรมาส 4 แม้ว่าภาพรวมทั้งปี 2564 บริษัทฯ จะยังคงขาดทุนสุทธิ 107.2 ล้านบาท อันเนื่องมาจากผลกระทบสะสมจาก COVID-19 และการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้จากกิจการโรงแรมในไตรมาส 4/2564 เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ **การเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพักเฉลี่ย** ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ **อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย** ที่ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่น การฟื้นตัวนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มลูกค้าคนไทย และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐ เช่น โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งส่งผลให้ REVPAR (รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่มีอยู่) เพิ่มขึ้นถึง 283% QoQ จาก 502 บาท เป็น 1,923 บาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นของกิจการโรงแรม โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 27% ในไตรมาส 3 เป็น 52% ในไตรมาส 4 นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องยังช่วยสนับสนุนการพลิกกลับมามี EBITDA เป็นบวกของธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 4
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ยังคงดีอย่างต่อเนื่อง และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐที่อาจมีออกมาเพิ่มเติม ฝ่ายจัดการระบุว่าการฟื้นตัวของรายได้จากกิจการโรงแรมในไตรมาส 4 เป็นผลมาจากการเติบโตของอัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องจากภาพรวมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับธุรกิจโรงแรมในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่อาจกลับมารุนแรงขึ้น หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ควบคุมไม่ได้
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ Q4/64:** VRANDA กลับมามีกำไรสุทธิ 12.6 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2564 จากที่ขาดทุน 49.8 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564
* **รายได้โรงแรมพุ่ง 247% QoQ:** รายได้จากกิจการโรงแรมในไตรมาส 4/2564 เติบโตโดดเด่นถึง 247% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
* **อัตราเข้าพักและราคาห้องพักฟื้นตัว:** อัตราการเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 31% YoY และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 14% YoY ในปี 2564
* **รายได้อสังหาฯ ชะลอตัว:** รายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 40% YoY ในปี 2564 และลดลง 3% QoQ ในไตรมาส 4/2564
* **ภาพรวมทั้งปีขาดทุนสุทธิ:** ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 107.2 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุน 18.7 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 VRANDA มีรายได้รวม 1,307 ล้านบาท ลดลง 35% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 40% เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์หัวหินที่ลดลงตามความคืบหน้า และการลดลงของรายได้จากกิจการโรงแรม 30% จากผลกระทบ COVID-19 ส่งผลให้ทั้งปีบริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 107.2 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากกิจการโรงแรมที่เพิ่มขึ้น 247% จากการฟื้นตัวของอัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้อง ประกอบกับการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ดีขึ้นและมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 12.6 ล้านบาทในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐและแนวโน้มการเดินทางภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนอัตรากำไรในระยะยาว
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** แม้จะยังไม่มีการระบุในเอกสารสำหรับปี 2564 แต่การมีที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต (เช่น ที่ดิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี) อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19:** ความไม่แน่นอนของการระบาดของโรค COVID-19 และการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวได้อีกครั้ง
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** ภาคธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันสูง การรักษาอัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพักให้อยู่ในระดับที่ดีอาจเป็นความท้าทาย
* **ความผันผวนของรายได้อสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้รวมของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และอัตราการเข้าพักของธุรกิจโรงแรม:** ติดตามการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโรงแรมในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** จับตาการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยที่ยังคงค้างอยู่
* **มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว:** ประเมินผลกระทบของมาตรการภาครัฐต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ตรวจสอบประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และกำไรจากกิจการโรงแรม:**
* **รายได้:** ในปี 2564 รายได้จากกิจการโรงแรมลดลง 30% YoY เป็น 395 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 4/2564 ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มขึ้น 247% QoQ เป็น 198 ล้านบาท
* **อัตราการเข้าพักเฉลี่ย:** ปี 2564 อยู่ที่ 44% เพิ่มขึ้น 31% YoY
* **อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย:** ปี 2564 อยู่ที่ 4,407 บาท/ห้อง/คืน เพิ่มขึ้น 14% YoY
* **REVPAR:** ปี 2564 อยู่ที่ 914 บาท/ห้อง/คืน ลดลง 25% YoY แต่ในไตรมาส 4/2564 พุ่งขึ้น 283% QoQ เป็น 1,923 บาท/ห้อง/คืน
* **กำไรขั้นต้น:** ปี 2564 ลดลง 38% YoY เป็น 150 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/2564 พุ่งสูงถึง 52% จาก 27% ในไตรมาส 3/2564
* **EBITDA:** ปี 2564 อยู่ที่ 36 ล้านบาท ลดลง 55% YoY แต่ในไตรมาส 4/2564 พลิกเป็นบวกที่ 65 ล้านบาท จาก -5 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564
**รายได้และกำไรจากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:**
* **รายได้:** ปี 2564 ลดลง 40% YoY เป็น 756 ล้านบาท โดยโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์หัวหินมีการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง 36% YoY ในปี 2564 และลดลง 3% QoQ ในไตรมาส 4/2564
* **กำไรขั้นต้น:** ปี 2564 ลดลง 48% YoY เป็น 208 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28% ลดลงจาก 32% ในปีก่อนหน้า และทรงตัวที่ 25% ในไตรมาส 4/2564
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:**
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** ปี 2564 ลดลง 33% YoY เป็น 132 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้อสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง แต่ในไตรมาส 4/2564 เพิ่มขึ้น 44% QoQ ตามรายได้โรงแรมที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ปี 2564 ลดลง 20% YoY เป็น 160 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 4/2564 เพิ่มขึ้น 36% QoQ จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าเอเจนซี่ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,795 ล้านบาท ลดลง 10% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์หัวหิน
หนี้สินรวมลดลง 13% เป็น 2,865 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวของโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์หัวหินครบถ้วน แต่มีการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อลงทุนในโครงการภูเก็ต
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7% เป็น 1,930 ล้านบาท จากการจ่ายปันผลและการขาดทุนสุทธิในปี 2564
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.48 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) อยู่ที่ 1.25 เท่า ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ VRANDA พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 4/2564 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นและมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ แม้ว่าภาพรวมทั้งปีจะยังคงขาดทุนจากการชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และผลกระทบสะสมจาก COVID-19 แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากการระบาดของโรคและภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VRANDA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
472.72
ล้านบาท
↑ 25% YoY
กำไรขั้นต้น
231.49
ล้านบาท
↑ 41.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
48.97
%
กำไรสุทธิ
44.19
ล้านบาท
↑ 383.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.35
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
473
↑ + 25%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
231
↑ + 41.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 383.8%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VRANDA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.40
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
6.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VRANDA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-55
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+239
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VRANDA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-55.22
-153.73%
|
102.77
-320.11%
|
-46.69
-21.83%
|
-59.73
-23.79%
|
-78.38
-118.70%
|
419.16
-1,435.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
239.28
+518.45%
|
38.69
-74.96%
|
154.53
+100.06%
|
77.24
-187.27%
|
-88.51
-84.58%
|
-574.18
+94.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-245.60
+1,367.14%
|
-16.74
-105.77%
|
289.95
+66.41%
|
174.24
-26.39%
|
236.71
+73.25%
|
136.63
-60.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
32.44
-320.38%
|
-14.72
-103.70%
|
397.80
+107.47%
|
191.74
+174.54%
|
69.84
-479.77%
|
-18.39
-192.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|
88.22
+29.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
128.21
+6.05%
|
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|