บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
4.64
0.04 (0.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7890 out_tok=2815 at=2026-07-26T12:21:49 -->
# VRANDA พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q1/65 รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว
## รายได้รวมหด 14% แต่กำไรสุทธิพลิกบวกจากธุรกิจโรงแรมที่กลับมาสดใส ขณะที่อสังหาฯ ยังซบเซา
บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 307 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกจากขาดทุนสุทธิในปีก่อนมามีกำไรสุทธิได้ในไตรมาสนี้ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากธุรกิจโรงแรมที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ VRANDA ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิในปีก่อนมาเป็นกำไรสุทธิ คือ **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรม** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ โดยรายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นถึง 91% YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมพุ่งสูงขึ้นถึง 258% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเกิดจากสถานการณ์การควบคุมการระบาดของ COVID-19 ที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate) ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมที่พึ่งพาลูกค้าต่างชาติอย่าง SO Bangkok และ Veranda Collection Samui ได้รับอานิสงส์จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากฐานลูกค้าคนไทย ทำให้รายได้ค่าห้องพักเพิ่มขึ้น 115% YoY และรายได้จากการให้บริการอื่นๆ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน แม้ว่าต้นทุนของกิจการโรงแรมจะเพิ่มขึ้น 41% YoY แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มากกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ในทางตรงกันข้าม รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 53% YoY เนื่องจากโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน ซึ่งเป็นโครงการหลักในการโอนกรรมสิทธิ์ เริ่มโอนมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ทำให้รายได้ในช่วงเริ่มโอนค่อนข้างสูงและทยอยลดลงตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากธุรกิจนี้ลดลง 57% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนในช่วงต้นปี 2565 ส่งผลกระทบต่ออัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งบ่งชี้ว่าผลประกอบการอาจมีความผันผวนตามสถานการณ์การระบาดและมาตรการควบคุมต่างๆ นอกจากนี้ การลดลงของรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นไปตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่มีอยู่
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** VRANDA รายงานกำไรสุทธิ 21 ล้านบาทใน Q1/65 พลิกจากขาดทุน 35 ล้านบาทใน Q1/64
* **รายได้รวมลดลง 14%:** อยู่ที่ 307 ล้านบาท โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 53% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 91%
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 91% YoY จากการฟื้นตัวของอัตราเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย
* **กำไรขั้นต้นโรงแรมพุ่ง 258%:** อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นจาก 23% เป็น 43%
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หดตัว:** รายได้ลดลง 53% YoY จากความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 16% YoY ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 307 ล้านบาท ลดลง 14% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 124 ล้านบาท (-53% YoY) เนื่องจากความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน อย่างไรก็ตาม รายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 72 ล้านบาท (+91% YoY) จากการฟื้นตัวของสถานการณ์ท่องเที่ยว โดยมีอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้น และได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าคนไทย
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้รวมลดลง 23% โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากกิจการโรงแรมที่ลดลง 24% เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนในช่วงต้นปี 2565
กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 258% YoY เป็น 65 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นจาก 23% เป็น 43% ในขณะที่กำไรขั้นต้นจากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 57% YoY เป็น 28 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26%
EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 15% YoY เป็น 46 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า EBITDA ลดลง 46% ตามรายได้รวมที่ลดลง
กลุ่มบริษัทฯ ขาดทุนสุทธิลดลง 38% YoY เป็นขาดทุนสุทธิ 21 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ EBITDA จากกิจการโรงแรม
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางและการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรม
* **ฐานลูกค้าคนไทยที่แข็งแกร่ง:** การได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากฐานลูกค้าคนไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองรายได้ของธุรกิจโรงแรมในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับมาเต็มที่
* **การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โรงแรม SO Bangkok และ Veranda Collection Samui ที่พึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ได้รับอานิสงส์จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** การซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสายพันธุ์ใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและไทย:** สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการใช้บริการที่พักและอสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์:** ธุรกิจทั้งสองประเภทมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
* **ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกระแสเงินสดของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย และผลกระทบต่ออัตราการเข้าพักและราคาห้องพักของโรงแรม
* **สถานการณ์การระบาดของ COVID-19:** จับตาสถานการณ์การระบาดและมาตรการควบคุมต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** ติดตามยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการขายและการพัฒนา
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามการบริหารจัดการต้นทุนของกิจการโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การดำเนินงานของโรงแรม SO Bangkok และ Veranda Collection Samui:** จับตาผลประกอบการของโรงแรมที่พึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 91% YoY เป็น 150 ล้านบาท โดยมีจำนวนโรงแรม 6 แห่ง จำนวนห้องพัก 675 ห้อง อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 44% (เพิ่มขึ้นจาก 21% ใน Q1/64 แต่ลดลงจาก 33% ใน Q4/64) ราคาห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 4,407 บาท/ห้อง/คืน (ลดลง 3% YoY) REVPAR เพิ่มขึ้น 116% YoY เป็น 1,394 บาท/ห้อง/คืน
* **กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 258% YoY เป็น 65 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 23% เป็น 43%
* **EBITDA จากกิจการโรงแรม:** เพิ่มขึ้น 36 ล้านบาท YoY เป็น 25 ล้านบาท
* **รายได้จากกิจการร้านอาหารและเครื่องดื่ม:** เพิ่มขึ้น 11% YoY เป็น 28 ล้านบาท
* **รายได้ค่าบริหารจัดการ:** เพิ่มขึ้น 32% YoY เป็น 4 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,708 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย สุทธิกับการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,799 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,909 ล้านบาท ลดลง 1% จากการขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.47 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) อยู่ที่ 1.25 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน และถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม
## สรุปท้าย
VRANDA ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาคึกคัก แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงลดลงจากการชะลอตัวของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นในธุรกิจโรงแรมเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด รวมถึงความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และความคืบหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VRANDA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
472.72
ล้านบาท
↑ 25% YoY
กำไรขั้นต้น
231.49
ล้านบาท
↑ 41.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
48.97
%
กำไรสุทธิ
44.19
ล้านบาท
↑ 383.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.35
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
473
↑ + 25%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
231
↑ + 41.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 383.8%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VRANDA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.40
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
6.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VRANDA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-55
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+239
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VRANDA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-55.22
-153.73%
|
102.77
-320.11%
|
-46.69
-21.83%
|
-59.73
-23.79%
|
-78.38
-118.70%
|
419.16
-1,435.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
239.28
+518.45%
|
38.69
-74.96%
|
154.53
+100.06%
|
77.24
-187.27%
|
-88.51
-84.58%
|
-574.18
+94.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-245.60
+1,367.14%
|
-16.74
-105.77%
|
289.95
+66.41%
|
174.24
-26.39%
|
236.71
+73.25%
|
136.63
-60.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
32.44
-320.38%
|
-14.72
-103.70%
|
397.80
+107.47%
|
191.74
+174.54%
|
69.84
-479.77%
|
-18.39
-192.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|
88.22
+29.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
128.21
+6.05%
|
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|