บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
4.64
0.04 (0.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7540 out_tok=2689 at=2026-07-26T12:35:56 -->
# VRANDA พลิกกำไรสุทธิ Q3/65 โตกว่า 100% รับธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง
## รายได้โรงแรมโตกว่า 3 เท่า หนุน EBITDA พุ่ง 381% ขณะธุรกิจอสังหาฯ ชะลอตัว
บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 49.8 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากกิจการโรงแรม ซึ่งเติบโตกว่า 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอตัวตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ VRANDA ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากกิจการโรงแรม** ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 346% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นถึง 764% และ EBITDA ของกลุ่มบริษัทฯ โดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 381% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่สำคัญคือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์** ที่หดตัวถึง 80% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศกลับมาคึกคัก ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโรงแรม SO Bangkok, Veranda Resort Chiangmai และ Veranda Collection Samui แม้ราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) จะลดลงเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของจำนวนห้องพักที่เข้าพักและ REVPAR ที่สูงขึ้นมากถึง 326% YoY ทำให้รายได้ค่าห้องพักเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการฟื้นตัวของรายได้ค่าอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบริการอื่นๆ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและ EBITDA ของธุรกิจโรงแรมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในทางกลับกัน รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมาก เนื่องจากโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์หัวหิน ซึ่งเป็นโครงการหลัก มีความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงตามลำดับ ส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นจากส่วนนี้หดตัวลงตามไปด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับธุรกิจโรงแรม โดยปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญ ฝ่ายจัดการระบุว่าอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อาจต้องใช้เวลา เนื่องจากขึ้นอยู่กับความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่เหลืออยู่ ซึ่งอาจส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้ยังคงผันผวนในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/65 เติบโต 38% YoY** แตะ 330 ล้านบาท โดยมีรายได้จากกิจการโรงแรมเป็นสัดส่วนหลัก 77%
* **รายได้จากกิจการโรงแรม Q3/65 พุ่ง 346% YoY** สู่ 255 ล้านบาท จากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
* **กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรม Q3/65 เพิ่ม 764% YoY** สู่ 134 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นจาก 27% เป็น 52%
* **EBITDA รวม Q3/65 เพิ่ม 381% YoY** สู่ 78 ล้านบาท อัตรา EBITDA ขยับขึ้นจาก 7% เป็น 24%
* **กำไรสุทธิ Q3/65 พลิกเป็นบวก 2 ล้านบาท** จากขาดทุน 49.8 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Q3/65 ลดลง 80% YoY** เหลือ 31 ล้านบาท เนื่องจากความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์หัวหินลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 VRANDA มีรายได้รวม 330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากกิจการโรงแรมสูงถึง 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 346% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย และการเปิดประเทศ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาห้องพักเฉลี่ยจะลดลงเล็กน้อย แต่ REVPAR เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในขณะที่รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 80% YoY เหลือ 31 ล้านบาท เนื่องจากความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์หัวหินที่ลดลงตามลำดับ
ด้านกำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 764% YoY สู่ 134 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นจาก 27% เป็น 52% ขณะที่กำไรขั้นต้นจากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 78% YoY เหลือ 9 ล้านบาท แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 25% เป็น 28%
EBITDA รวมของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 381% YoY สู่ 78 ล้านบาท โดยมีอัตรา EBITDA ขยับขึ้นจาก 7% เป็น 24% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมอย่างมีนัยสำคัญ
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาเป็นบวก 2 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 49.8 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลก เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยหนุนรายได้จากธุรกิจโรงแรมให้เติบโตต่อเนื่อง
* **การเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพัก:** การที่โรงแรม SO Bangkok, Veranda Resort Chiangmai และ Veranda Collection Samui มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงความต้องการที่กลับมา
* **การขยายฐานลูกค้า:** การมีแบรนด์โรงแรมที่หลากหลายและเป็นที่รู้จัก ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่เหลืออยู่
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถควบคุมได้
* **ปัจจัยภายนอก:** ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว, อัตราเงินเฟ้อ, และความผันผวนของค่าเงิน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราการเข้าพักและ REVPAR ของธุรกิจโรงแรม:** ติดตามการเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** ประเมินผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะสั้นถึงกลาง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **แผนการลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่:** พิจารณาโอกาสในการเติบโตในอนาคตของกลุ่มบริษัทฯ
* **การเปลี่ยนแปลงของราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR):** ประเมินความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาวะตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และอัตราการเข้าพัก:** รายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 346% YoY สู่ 255 ล้านบาท โดยมีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น 6% เป็น 51% ในขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยลดลง 1% เป็น 4,136 บาทต่อห้องต่อคืน อย่างไรก็ตาม REVPAR (รายได้ต่อห้องว่าง) เพิ่มขึ้นถึง 326% YoY สู่ 2,328 บาทต่อห้องต่อคืน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของการเติบโตของรายได้โรงแรม
**กำไรขั้นต้นและ EBITDA:** อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 27% ใน Q3/64 เป็น 52% ใน Q3/65 สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น EBITDA ของกิจการโรงแรมอยู่ที่ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก -5 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 80% YoY เหลือ 31 ล้านบาท เนื่องจากโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์หัวหินทยอยลดลงตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงอยู่ในระดับที่ดีที่ 28% แต่ปริมาณรายได้ที่ลดลงส่งผลกระทบต่อภาพรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,558 ล้านบาท ลดลง 5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจากการโอนกรรมสิทธิ์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,646 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและการรับเงินล่วงหน้าจากการโอนห้องชุด
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,912 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากขาดทุนสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนปี 2565
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.38 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) อยู่ที่ 1.19 เท่า ซึ่งปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน
## สรุปท้าย
VRANDA ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้กลับมามีกำไรสุทธิได้อีกครั้ง จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่รายได้ชะลอตัว ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์อย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไรและผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VRANDA ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
472.72
ล้านบาท
↑ 25% YoY
กำไรขั้นต้น
231.49
ล้านบาท
↑ 41.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
48.97
%
กำไรสุทธิ
44.19
ล้านบาท
↑ 383.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.35
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
473
↑ + 25%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
231
↑ + 41.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 383.8%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VRANDA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.40
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
6.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VRANDA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-55
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+239
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VRANDA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-55.22
-153.73%
|
102.77
-320.11%
|
-46.69
-21.83%
|
-59.73
-23.79%
|
-78.38
-118.70%
|
419.16
-1,435.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
239.28
+518.45%
|
38.69
-74.96%
|
154.53
+100.06%
|
77.24
-187.27%
|
-88.51
-84.58%
|
-574.18
+94.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-245.60
+1,367.14%
|
-16.74
-105.77%
|
289.95
+66.41%
|
174.24
-26.39%
|
236.71
+73.25%
|
136.63
-60.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
32.44
-320.38%
|
-14.72
-103.70%
|
397.80
+107.47%
|
191.74
+174.54%
|
69.84
-479.77%
|
-18.39
-192.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|
88.22
+29.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
128.21
+6.05%
|
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|