บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
4.64
0.04 (0.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7690 out_tok=3314 at=2026-07-26T12:11:00 -->
# VRANDA พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/66 หลังรายได้โรงแรมฟื้นตัว – ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรขั้นต้น
## รายได้โรงแรมโตต่อเนื่อง 30% ใน 9 เดือนแรก แต่ Q3/66 กำไรขั้นต้นโรงแรมหด 5% จากต้นทุนสาธารณูปโภคและพนักงานที่สูงขึ้น
บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 20 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 2 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะทรงตัวที่ 329 ล้านบาท แต่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นในธุรกิจโรงแรม และรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหารที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวมเติบโต 7% และพลิกมีกำไรสุทธิ 28 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 18 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจโรงแรมที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรของ VRANDA ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ การเติบโตของรายได้จากธุรกิจโรงแรมที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงแรมปรับตัวลดลง ประกอบกับรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหารที่หดตัวลง**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้จากกิจการโรงแรม:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 รายได้จากกิจการโรงแรมเติบโตเล็กน้อย 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 258 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากโรงแรมในกรุงเทพฯ และสมุย อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้จากกิจการโรงแรมเติบโตถึง 30% เป็น 821 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15% และราคาห้องพักเฉลี่ยปรับขึ้น 2% ส่งผลให้ REVPAR เพิ่มขึ้น 2% ในไตรมาส 3 และ 34% ใน 9 เดือนแรก
* **กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรม:** แม้รายได้โรงแรมจะเติบโต แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลง 5% ในไตรมาส 3 เป็น 127 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 53% เหลือ 49% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าสาธารณูปโภคและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับพนักงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมรับช่วง High Season ในไตรมาส 4 สำหรับ 9 เดือนแรก กำไรขั้นต้นโรงแรมเติบโต 35% เป็น 424 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 50% เป็น 52%
* **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น 9% เป็น 34 ล้านบาท จากโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ พัทยา ที่ปิดโครงการ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรก รายได้ลดลงถึง 54% เป็น 87 ล้านบาท เนื่องจากโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน มีมูลค่าการโอนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **รายได้จากกิจการร้านอาหารและเครื่องดื่ม:** ลดลง 23% ในไตรมาส 3 เป็น 23 ล้านบาท และลดลง 19% ใน 9 เดือนแรก เป็น 70 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 7% และ 8% ตามลำดับในไตรมาส 3 เนื่องจากมีการเพิ่มพนักงานขายและตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศ
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 52% ในไตรมาส 3 และ 47% ใน 9 เดือนแรก เป็นผลจากดอกเบี้ยหุ้นกู้เพื่อเตรียมขยายธุรกิจและอัตราดอกเบี้ย MLR ที่ปรับสูงขึ้น
* **กำไรสุทธิ:** ส่งผลให้ไตรมาส 3 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 20 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 2 ล้านบาท และสำหรับ 9 เดือนแรก ขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 18 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับรายได้โรงแรม) / ยังไม่ชัดเจน (สำหรับกำไรขั้นต้นและธุรกิจอื่น)**
* **รายได้โรงแรม:** มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง High Season ที่กำลังจะมาถึง และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่ยังคงเป็นปัจจัยบวก
* **ต้นทุนโรงแรม:** ยังมีความเสี่ยงที่ต้นทุนค่าสาธารณูปโภคและค่าแรงจะยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นต่อไป
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** มีแนวโน้มลดลงในระยะสั้น เนื่องจากโครงการหลักกำลังจะปิดโครงการ และต้องรอโครงการใหม่เข้ามาเสริม
* **ธุรกิจร้านอาหาร:** ยังคงเผชิญความท้าทายในการสร้างรายได้ให้กลับมาเติบโต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 ทรงตัวที่ 329 ล้านบาท (-1% YoY)** แต่ **9 เดือนแรกโต 7% เป็น 1,026 ล้านบาท**
* **กำไรสุทธิ Q3/66 ขาดทุน 20 ล้านบาท** พลิกจากปีก่อนที่มีกำไร 2 ล้านบาท **9 เดือนแรกขาดทุน 28 ล้านบาท** พลิกจากปีก่อนที่ขาดทุน 18 ล้านบาท
* **รายได้จากกิจการโรงแรม 9 เดือนแรกโต 30%** เป็น 821 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
* **กำไรขั้นต้นโรงแรม Q3/66 ลดลง 5%** เป็น 127 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 49% จากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 9 เดือนแรกหดตัว 54%** เหลือ 87 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน Q3/66 เพิ่มขึ้น 52%** เป็น 26 ล้านบาท จากการเตรียมขยายธุรกิจและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 329 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากกิจการร้านอาหารและเครื่องดื่ม ในขณะที่รายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% แต่กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมกลับลดลง 5% เนื่องจากต้นทุนค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับรายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง ทำให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 20 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 7% เป็น 1,026 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้จากกิจการโรงแรมถึง 30% จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว แม้ว่ารายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 54% แต่การเติบโตของธุรกิจโรงแรมช่วยชดเชยได้บางส่วน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 35% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวม 9 เดือนแรก บริษัทฯ ยังคงขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งผลดีต่อรายได้จากกิจการโรงแรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ที่กำลังจะมาถึง
* **การขยายธุรกิจ:** การเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจผ่านการออกหุ้นกู้ แสดงให้เห็นถึงแผนการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** หากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนที่สูงขึ้น:** ต้นทุนค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง
* **ความผันผวนของรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากธุรกิจนี้มีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
* **การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหาร:** ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยังคงเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง และอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูรายได้
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ย MLR ที่ปรับสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 4/66:** ซึ่งเป็นช่วง High Season
* **ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภคและค่าแรง
* **ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** เพื่อทดแทนโครงการเดิมที่กำลังจะปิด
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยต่อค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** และความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สิน
* **ทิศทางของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม:** ในการกลับมาสร้างรายได้ให้เติบโต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจโรงแรม:**
* **รายได้:** ไตรมาส 3/66 เติบโต 1% YoY เป็น 258 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากโรงแรมในกรุงเทพฯ และสมุย สำหรับ 9 เดือนแรก โต 30% เป็น 821 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **อัตราการเข้าพัก:** ไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 62% เพิ่มขึ้น 15% YoY
* **ราคาห้องพักเฉลี่ย:** ไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 4,183 บาท/ห้อง/คืน เพิ่มขึ้น 2% YoY
* **REVPAR:** ไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 2,373 บาท/ห้อง/คืน เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 9 เดือนแรกโต 34%
* **กำไรขั้นต้น:** ไตรมาส 3/66 ลดลง 5% เป็น 127 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 4% เป็น 49% จากต้นทุนสาธารณูปโภคและพนักงานที่สูงขึ้น
* **EBITDA:** ไตรมาส 3/66 ลดลง 18% เป็น 61 ล้านบาท อัตรา EBITDA ลดลงเหลือ 24% จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:**
* **รายได้:** ไตรมาส 3/66 เพิ่มขึ้น 9% เป็น 34 ล้านบาท จากโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ พัทยา ที่ปิดโครงการ สำหรับ 9 เดือนแรก ลดลง 54% เป็น 87 ล้านบาท จากโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน
* **กำไรขั้นต้น:** ไตรมาส 3/66 ทรงตัวที่ 9 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28% สำหรับ 9 เดือนแรก ลดลง 62% เป็น 18 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21%
* **ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม:**
* **รายได้:** ไตรมาส 3/66 ลดลง 23% เป็น 23 ล้านบาท และ 9 เดือนแรก ลดลง 19% เป็น 70 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,702 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ และอสังหาริมทรัพย์พัฒนาเพื่อขายลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,799 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวลดลงจากการชำระคืนตามกำหนด
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,903 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2565 จากผลขาดทุนสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปี
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.47 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) อยู่ที่ 1.24 เท่า
## สรุปท้าย
VRANDA ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในธุรกิจโรงแรม และรายได้ที่ลดลงในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหาร ส่งผลให้พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ แม้ว่ารายได้จากธุรกิจโรงแรมจะยังคงเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายพนักงานได้กัดกินอัตรากำไรขั้นต้นไป ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงมีสัญญาณบวกจากการเติบโตของรายได้โรงแรมที่แข็งแกร่ง ซึ่งต้องจับตาดูว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและสร้างการเติบโตในธุรกิจอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนที่ยังคงสูงและภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VRANDA ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
472.72
ล้านบาท
↑ 25% YoY
กำไรขั้นต้น
231.49
ล้านบาท
↑ 41.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
48.97
%
กำไรสุทธิ
44.19
ล้านบาท
↑ 383.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.35
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
473
↑ + 25%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
231
↑ + 41.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 383.8%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VRANDA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.40
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
6.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VRANDA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-55
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+239
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VRANDA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-55.22
-153.73%
|
102.77
-320.11%
|
-46.69
-21.83%
|
-59.73
-23.79%
|
-78.38
-118.70%
|
419.16
-1,435.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
239.28
+518.45%
|
38.69
-74.96%
|
154.53
+100.06%
|
77.24
-187.27%
|
-88.51
-84.58%
|
-574.18
+94.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-245.60
+1,367.14%
|
-16.74
-105.77%
|
289.95
+66.41%
|
174.24
-26.39%
|
236.71
+73.25%
|
136.63
-60.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
32.44
-320.38%
|
-14.72
-103.70%
|
397.80
+107.47%
|
191.74
+174.54%
|
69.84
-479.77%
|
-18.39
-192.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|
88.22
+29.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
128.21
+6.05%
|
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|