บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
4.64
0.04 (0.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8267 out_tok=2946 at=2026-07-27T14:09:57 -->
# VRANDA Q2/2564: รายได้หด 40% กดดันผลขาดทุนสุทธิ พลิกวิกฤตโควิด-19
## รายได้อสังหาฯ โอนวูบ 51% ฉุดภาพรวม ขณะธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว YoY แต่ยังไม่ทันชดเชย QoQ
บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 315 ล้านบาท ลดลง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจโรงแรมเริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากโควิด-19 ระลอก 3 ที่ส่งผลต่อรายได้ในไตรมาสนี้ได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนหลักของรายได้รวม โดยลดลงถึง 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมรายได้รวมของบริษัทลดลง 40% และทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 35.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนเพียง 1.4 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการลดลงของรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มาจากการ **โอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน ที่ลดลงอย่างมาก** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่โครงการเริ่มโอนฯ และมียอดโอนฯ สูง โดยในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว 64% ของมูลค่าโครงการ ทำให้ยอดโอนฯ ในไตรมาสนี้ลดลงอย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงแรม แม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการที่ปีก่อนมีการปิดโรงแรมชั่วคราว แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้จากโรงแรมกลับลดลง 22% เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ระลอก 3 ที่เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ทำให้มาตรการควบคุมโรคเข้มงวดขึ้น ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราการเข้าพัก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด** การลดลงของรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดิมที่ใกล้จะแล้วเสร็จ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของวงจรโครงการ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมยังคงเปราะบางและขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในไตรมาสถัดไปได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 315 ล้านบาท ลดลง 40% YoY และ 12% QoQ**
* **รายได้จากอสังหาริมทรัพย์ลดลง 51% YoY** จากยอดโอนฯ โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน ที่ลดลง
* **รายได้จากโรงแรมเพิ่มขึ้น 82% YoY** แต่ลดลง 22% QoQ จากผลกระทบโควิด-19 ระลอก 3
* **ขาดทุนสุทธิ 35.4 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 1.4 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมอยู่ที่ 22%** ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 30%** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 315 ล้านบาท ลดลง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของกำไรขั้นต้น กิจการโรงแรมมีกำไรขั้นต้น 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 376% YoY แต่ลดลง 24% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22% ขณะที่กิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีกำไรขั้นต้น 67 ล้านบาท ลดลง 54% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30%
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 35.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.4 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุน 34.7 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ระลอก 3
## โอกาส
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงดำเนินต่อไป:** แม้จะลดลงจากช่วงพีค แต่การโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน ยังคงดำเนินต่อไป โดยรับรู้รายได้ไปแล้ว 64% ของมูลค่าโครงการ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเมื่อเทียบกับปีก่อน:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากโรงแรม 82% YoY แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** บริษัทมีการลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19 และมาตรการควบคุมโรค:** การระบาดระลอกใหม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราการเข้าพักของธุรกิจโรงแรม
* **ความผันผวนของยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7% QoQ และ 7% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์บางส่วนและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลกระทบต่อการท่องเที่ยว:** ความสามารถในการควบคุมโรคและนโยบายการเปิดประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
* **ความคืบหน้าในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เหลือ:** การบริหารจัดการและเร่งรัดการโอนกรรมสิทธิ์จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาอัตรากำไร
* **แนวโน้มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยและอัตราการเข้าพัก:** ตัวชี้วัดสำคัญที่จะสะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
* **ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย:** แม้จะยังสามารถชำระได้ แต่การขาดทุนสุทธิยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากกิจการโรงแรม:** แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 82% YoY แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่าจำนวนโรงแรมและจำนวนห้องพักยังคงเท่าเดิมที่ 6 แห่ง และ 675 ห้องตามลำดับ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยลดลงเหลือ 20% ซึ่งต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 29% ใน Q1/64) อย่างไรก็ตาม อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อห้องต่อคืนปรับเพิ่มขึ้น 14% เป็น 3,148 บาท ส่งผลให้ REVPAR (รายได้ต่อห้องว่าง) เพิ่มขึ้น 62% YoY แต่ลดลง 10% QoQ รายได้ค่าห้องพักเพิ่มขึ้น 62% YoY แต่ลดลง 9% QoQ รายได้ค่าอาหารและเครื่องดื่มลดลง 38% QoQ และรายได้จากการให้บริการอื่นๆ ลดลง 30% QoQ สะท้อนผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19
**กำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรม:** แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 376% YoY แต่ลดลง 24% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22% ลดลงเล็กน้อยจาก 23% ในไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9% ในปีก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางรายได้ที่ผันผวน
**EBITDA จากกิจการโรงแรม:** อยู่ที่ -13 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 17% QoQ แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 37% YoY
**รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** รายได้รวม 220 ล้านบาท ลดลง 6% QoQ และ 51% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน ที่ชะลอตัวลง
**กำไรขั้นต้นจากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** อยู่ที่ 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% QoQ แต่ลดลง 54% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30% เพิ่มขึ้น 2% QoQ และลดลง 2% YoY ราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรของห้องชุดที่โอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้สูงกว่าไตรมาสที่ผ่านมาเล็กน้อย
**EBITDA จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** อยู่ที่ 46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% QoQ แต่ลดลง 58% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่สูงขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 12% QoQ และ 34% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7% QoQ และ 7% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์บางส่วนและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
**EBITDA โดยรวม:** อยู่ที่ 29 ล้านบาท ลดลง 28% QoQ และ 61% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,908 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจากการโอนกรรมสิทธิ์ และที่ดินอาคารและอุปกรณ์จากการหักค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,941 ล้านบาท ลดลง 10% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และเจ้าหนี้การค้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,967 ล้านบาท ลดลง 5% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากผลขาดทุนสุทธิในครึ่งแรกของปี 2564 และการจ่ายปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.50 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) อยู่ที่ 1.24 เท่า ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 2563 แสดงถึงการบริหารโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสม
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ของ VRANDA ได้รับแรงกดดันจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก แม้ธุรกิจโรงแรมจะเริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากโควิด-19 ระลอก 3 ได้ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี และฐานะการเงินยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VRANDA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
472.72
ล้านบาท
↑ 25% YoY
กำไรขั้นต้น
231.49
ล้านบาท
↑ 41.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
48.97
%
กำไรสุทธิ
44.19
ล้านบาท
↑ 383.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.35
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
473
↑ + 25%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
231
↑ + 41.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 383.8%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VRANDA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.40
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
6.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VRANDA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-55
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+239
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VRANDA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-55.22
-153.73%
|
102.77
-320.11%
|
-46.69
-21.83%
|
-59.73
-23.79%
|
-78.38
-118.70%
|
419.16
-1,435.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
239.28
+518.45%
|
38.69
-74.96%
|
154.53
+100.06%
|
77.24
-187.27%
|
-88.51
-84.58%
|
-574.18
+94.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-245.60
+1,367.14%
|
-16.74
-105.77%
|
289.95
+66.41%
|
174.24
-26.39%
|
236.71
+73.25%
|
136.63
-60.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
32.44
-320.38%
|
-14.72
-103.70%
|
397.80
+107.47%
|
191.74
+174.54%
|
69.84
-479.77%
|
-18.39
-192.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|
88.22
+29.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
128.21
+6.05%
|
120.90
-3.21%
|
124.91
-46.69%
|
234.30
+173.27%
|
85.74
+22.78%
|
69.83
-20.85%
|