บริษัท วี.แอล.เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.80
0.01 (1.23%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิ ในงวดไตรมาส 3 ปี 2562 บริษัทมีกําไรสุทธิเท่ากับ 19.90 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากําไรสุทธิ 11.49% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการบริหารจัดการค่าน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเดินเรือที่ดีขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9908 out_tok=2876 at=2026-07-26T12:38:56 -->
VL พลิกขาดทุน Q2/65 รับต้นทุนน้ำมันพุ่ง-รายได้ขนส่งในปท.โต
**รายได้ขนส่งในประเทศฟื้นตัว แต่ต้นทุนน้ำมันฉุดกำไรขั้นต้นหดตัวหนัก**
บริษัท วี.แอล.เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 6.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 6.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนค่าบริการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวขึ้นแรง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้ค่าบริการขนส่งรวมจะเติบโตได้ 7.9% จากแรงหนุนของเส้นทางขนส่งในประเทศที่ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ VL ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **ต้นทุนค่าบริการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นถึง 65.7% สำหรับน้ำมันเตา และ 47.2% สำหรับน้ำมันดีเซล เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดลงของกำไรขั้นต้นถึง 29.4% แม้ว่ารายได้ค่าบริการขนส่งรวมจะเติบโต 7.9% ก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรของ VL โดยตรง เนื่องจากเป็นต้นทุนผันแปรที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจขนส่งทางเรือ แม้ว่าบริษัทจะพยายามผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าผ่านการปรับราคาค่าบริการขนส่ง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ เช่น การลดลงของเที่ยววิ่งในเส้นทางระหว่างประเทศ เนื่องจากการจำหน่ายเรือ 1 ลำ และการปรับกลยุทธ์ไปเน้นเส้นทางในประเทศ รวมถึงมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ บริษัทยังมีผลขาดทุนจากสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 5.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เพิ่มเข้ามาในค่าใช้จ่ายในการบริหาร
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อต้นทุนและกำไรของบริษัทในระยะต่อไป การปรับกลยุทธ์เน้นเส้นทางในประเทศและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 อาจช่วยหนุนรายได้ในประเทศให้เติบโตต่อเนื่องได้ แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอื่นๆ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 6.1 ล้านบาทใน Q2/65:** พลิกจากกำไร 6.5 ล้านบาทใน Q2/64
* **รายได้รวมเติบโต 7.7%:** มาอยู่ที่ 173.2 ล้านบาท จาก 160.8 ล้านบาทใน Q2/64
* **กำไรขั้นต้นลดลง 29.4%:** เหลือ 21.6 ล้านบาท จาก 30.6 ล้านบาทใน Q2/64
* **ต้นทุนค่าบริการขนส่งเพิ่มขึ้น 16.7%:** เป็น 151.2 ล้านบาท จาก 129.6 ล้านบาทใน Q2/64
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารพุ่ง 62.8%:** เป็น 14.0 ล้านบาท จาก 8.6 ล้านบาทใน Q2/64 ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
* **รายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศเพิ่มขึ้น 17.0%:** เป็น 122.0 ล้านบาท จาก 104.3 ล้านบาทใน Q2/64
* **รายได้ค่าบริการขนส่งระหว่างประเทศลดลง 14.3%:** เป็น 46.3 ล้านบาท จาก 54.0 ล้านบาทใน Q2/64
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 173.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ค่าบริการขนส่ง 172.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศ 17.0% เป็น 122.0 ล้านบาท จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้ความต้องการบริโภคน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าบริการขนส่งระหว่างประเทศลดลง 14.3% เป็น 46.3 ล้านบาท เนื่องจากการจำหน่ายเรือ 1 ลำ และการปรับกลยุทธ์ไปเน้นเส้นทางในประเทศ รวมถึงมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย
ในขณะที่ต้นทุนค่าบริการขนส่งเพิ่มขึ้น 16.7% เป็น 151.2 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 29.4% เป็น 21.6 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.1% เหลือ 12.5%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 62.8% เป็น 14.0 ล้านบาท โดยมีรายการผลขาดทุนจากสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 5.9 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 17.5 ล้านบาท เหลือเพียง 3.3 ล้านบาท
เมื่อรวมต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ บริษัทจึงมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 6.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 6.5 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 339.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% โดยมีรายได้ค่าบริการขนส่งรวม 338.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% เป็นผลจากการเติบโตของรายได้ในประเทศ 27.1% ขณะที่รายได้ระหว่างประเทศลดลง 15.0% ต้นทุนค่าบริการขนส่งเพิ่มขึ้น 20.5% เป็น 294.3 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 19.9% เป็น 44.3 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 28.8% เป็น 20.1 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 3.2 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 12.1 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19:** ส่งผลให้ความต้องการบริโภคน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศ
* **การปรับกลยุทธ์เน้นเส้นทางในประเทศ:** ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดที่มีความแน่นอนมากขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้มากขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานและอัตรากำไร
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาค:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขนส่งระหว่างประเทศ และความต้องการใช้น้ำมัน
* **มาตรการของภาครัฐในต่างประเทศ:** เช่น มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งบางเส้นทาง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อาจกดดันราคาค่าบริการขนส่ง
* **ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์:** รายการผลขาดทุนจากสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง อาจเกิดขึ้นอีกหากอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันเชื้อเพลิง:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไรขั้นต้น
* **ปริมาณเที่ยววิ่งและรายได้ในเส้นทางขนส่งในประเทศ:** เพื่อประเมินการเติบโตจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* **ปริมาณเที่ยววิ่งและรายได้ในเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ:** เพื่อประเมินผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและการปรับกลยุทธ์ของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า:** เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ค่าบริการขนส่ง:** ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 172.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% โดยรายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 17.0% เป็น 122.0 ล้านบาท ขณะที่รายได้ระหว่างประเทศลดลง 14.3% เป็น 46.3 ล้านบาท
* **ต้นทุนค่าบริการขนส่ง:** เพิ่มขึ้น 16.7% เป็น 151.2 ล้านบาท สาเหตุหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 29.4% เป็น 21.6 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.1% เหลือ 12.5%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 62.8% เป็น 14.0 ล้านบาท จากผลขาดทุนจากสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า 5.9 ล้านบาท
* **จำนวนเรือ:** มีการจำหน่ายเรือวี.แอล. 10 และปรับกลยุทธ์เรือวี.แอล. 22 จากระหว่างประเทศมาในประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,916.4 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากสิ้นปี 2564 โดยเงินสดลดลง 17.4% แต่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 47.8% มูลค่าเรือขนส่งและอุปกรณ์ลดลง 3.2% จากการจำหน่ายเรือและการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,013.4 ล้านบาท ลดลง 4.1% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง 7.1% จากการชำระคืนเงินกู้ยืม ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 903.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิฯ และการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.12 เท่า ลดลงจาก 1.18 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
VL ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้ค่าบริการขนส่งในประเทศจะฟื้นตัวได้ดีจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากรายการขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลประกอบการในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VL ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
191.33
ล้านบาท
↑ 5.8% YoY
กำไรขั้นต้น
33.40
ล้านบาท
↑ 5.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.46
%
กำไรสุทธิ
15.12
ล้านบาท
↑ 117.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.90
%
D/E Ratio
0.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
191
↑ + 5.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
33
↑ + 5.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↑ + 117.1%
YoY
D/E Ratio
0.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.40
ROE (%)
3.94
ROA (%)
4.12
Book Value/หุ้น
0.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-115
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+37
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-115.11
-19.45%
|
-142.91
+221.43%
|
-44.46
+49.75%
|
-29.69
-38.58%
|
-48.34
-121.63%
|
223.46
-4.38%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
36.58
-129.47%
|
-124.12
-162.33%
|
199.13
-653.60%
|
-35.97
-107.40%
|
485.90
-565.20%
|
-104.45
-67.85%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
88.41
-80.08%
|
443.81
-635.61%
|
-82.86
-49.34%
|
-163.55
-247.34%
|
111.00
-151.67%
|
-214.83
-168.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
58.78
-130.76%
|
-191.10
-366.12%
|
71.81
+482.87%
|
12.32
-93.46%
|
188.38
-296.60%
|
-95.82
-143.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|