บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.39
0.02 (1.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5460 out_tok=2667 at=2026-07-26T11:52:41 -->
# UBIS กำไรสุทธิปี 2564 หายกว่าครึ่ง รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ออเดอร์บรรจุภัณฑ์โลหะแผ่ว
## รายได้รวมโต 13% แต่ GPM หดกว่า 13% ชี้ต้นทุนเหล็ก-สารเคลือบพุ่งฉุดกำไรสุทธิวูบ 54%
บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ UBIS รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 54.70 ล้านบาท ลดลง 54.43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้รวมจะเติบโต 13.31% เป็น 1,159.1 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก ขณะที่การขายในต่างประเทศเติบโตโดดเด่นกว่าในประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ UBIS ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมากของต้นทุนวัตถุดิบหลัก** โดยเฉพาะเหล็กและสารเคลือบสำหรับบรรจุภัณฑ์โลหะ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 34.8% ในปี 2563 เหลือเพียง 21.74% ในปี 2564 แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 13.31% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง โดยอธิบายว่าส่วนต่างราคาต้นทุนของวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อ GPM นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งและค่าบริหารพนักงานขาย รวมถึงปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รวมถึงมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบได้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะจะเติบโตเพียงเล็กน้อย 2-3% ในปี 2565 เนื่องจากมีการสั่งซื้อล่วงหน้าและกักตุนสินค้าในปีที่ผ่านมา ประกอบกับราคาวัตถุดิบที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นและผู้ผลิตไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ทัน แต่ก็มีปัจจัยบวกจากกระแสการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่บรรจุภัณฑ์โลหะสามารถรีไซเคิลได้ และอุปสงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารยังคงเติบโตได้ โดยเฉพาะจากกำลังซื้อในประเทศจีนที่เริ่มกลับมาขยายตัว นอกจากนี้ โรงงานในประเทศจีนยังมีการผลิตแผ่นเคลือบเพิ่มขึ้นและส่งกลับมาขายในไทย ซึ่งส่งผลให้ยอดขายลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 54.43%** อยู่ที่ 54.70 ล้านบาท จาก 120.0 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 13.31%** อยู่ที่ 1,159.1 ล้านบาท โดยการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 21.06%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 34.8% ในปี 2563 เหลือ 21.74% ในปี 2564 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักสูงขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (เหล็ก, สารเคลือบ) ปรับตัวสูงขึ้น** เป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น** จากค่าขนส่งและค่าบริหารพนักงานขาย
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น** 109.0% เป็น 24.03 ล้านบาท ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 82.5 ล้านบาท** และหนี้สินหมุนเวียน (เบิกเกินบัญชี/เงินกู้ระยะสั้น) เพิ่มขึ้น 96.4 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 UBIS มีรายได้รวม 1,159.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.31% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 2.70% และรายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 21.06% อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 29.11% เป็น 255.02 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 34.8% เหลือ 21.74% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 2.0% เป็น 105.2 ล้านบาท จากค่าขนส่งและค่าบริหารพนักงานขายที่สูงขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8.32% เป็น 113.7 ล้านบาท จากการปรับลดค่าบริหารและค่าที่ปรึกษา ต้นทุนทางการเงินลดลง 23.12% เป็น 3.1 ล้านบาท และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 109.0% เป็น 24.03 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 54.70 ล้านบาท ลดลง 54.43% จาก 120.0 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร:** มีอุปสงค์เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกำลังซื้อในประเทศจีนที่เริ่มกลับมาขยายตัว
* **ข้อได้เปรียบด้านสิ่งแวดล้อมของบรรจุภัณฑ์โลหะ:** สามารถรีไซเคิลได้ ไม่เพิ่มมลภาวะด้านขยะ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด
* **การผลิตแผ่นเคลือบในโรงงานประเทศจีน:** ส่งผลให้ยอดขายลูกค้าต่างประเทศปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
* **การขยายตลาดผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทมีแผนขยายตลาดและพัฒนาร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** ต่อยอดจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เดิมสำหรับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นๆ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก น้ำมัน และสารเคลือบ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **อุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะที่อาจลดลง:** เนื่องจากมีการสั่งของล่วงหน้าและกักตุนอาหารกระป๋องไว้มากในปีที่ผ่านมา
* **ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัญหาที่ต้องบริหารจัดการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก:** โดยเฉพาะเหล็กและสารเคลือบ ว่าจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ และบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีเพียงใด
* **ปริมาณคำสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์โลหะ:** จะฟื้นตัวกลับมาได้มากน้อยเพียงใด หลังจากที่ปี 2564 มีแนวโน้มลดลง
* **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและอัตราแลกเปลี่ยน:** เพื่อชดเชยความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **ความสำเร็จในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่:** และการตอบรับจากลูกค้ากลุ่มใหม่
* **สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ:** การคลี่คลายของปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่มีการกล่าวถึงแนวโน้มยอดการผลิตสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์โลหะมีแนวโน้มลดลงจากปีที่แล้ว
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก น้ำมัน สารเคลือบ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 34.8% เป็น 21.74%
* **ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 21.06% เป็นปัจจัยหนุนรายได้
* **ค่าเงิน:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 109.0% เป็น 24.03 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 82.5 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 977.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 141.3 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 36.0 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 82.5 ล้านบาท และที่ดินอาคารอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 36.9 ล้านบาท หนี้สินรวม 478.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.7 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้น 96.4 ล้านบาท และเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้น 44.0 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 499.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.7 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 39.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.0 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน จากกำไรสุทธิที่ลดลงและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 21.5 ล้านบาท ลดลง 1.7 ล้านบาทจากการลงทุนในทรัพย์สินถาวรที่ลดลง กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมการจัดหาเงิน 93.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153.2 ล้านบาทจากการเบิกเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
UBIS เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นในปี 2564 ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างรุนแรง แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการขายในต่างประเทศที่แข็งแกร่งและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิลดลงกว่าครึ่ง ในปี 2565 บริษัทตั้งเป้าเติบโต 10% โดยเน้นรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบและอุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะที่อาจชะลอตัวลง การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะเป็นกุญแจสำคัญต่อผลประกอบการในปีนี้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UBIS ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
222.07
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
กำไรขั้นต้น
66.83
ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.09
%
กำไรสุทธิ
12.38
ล้านบาท
↓ 31.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.57
%
D/E Ratio
0.86
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
222
↓ -13.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
67
↑ + 2.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -31.4%
YoY
D/E Ratio
0.86
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UBIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.86
ROE (%)
1.57
ROA (%)
2.09
Book Value/หุ้น
2.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UBIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+110
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UBIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
110.23
-223.38%
|
-89.34
+94.18%
|
-46.01
-143.77%
|
105.11
-416.88%
|
-33.17
-123.70%
|
139.97
+14.49%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.58
-12.42%
|
61.18
+262.87%
|
16.86
-45.12%
|
30.72
+485.14%
|
5.25
-122.70%
|
-23.13
-60.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-111.69
-169.08%
|
161.68
-39.90%
|
269.01
-158.61%
|
-459.00
-1,462.02%
|
33.70
-156.18%
|
-59.99
-21.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
51.79
-58.52%
|
124.85
-48.21%
|
241.09
-174.26%
|
-324.66
+2,755.41%
|
-11.37
-120.09%
|
56.60
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
368.41
+47.12%
|
250.41
-1.46%
|
254.11
+460.83%
|
45.31
+308.94%
|
11.08
-124.34%
|
-45.52
+42.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
302.44
-17.91%
|
368.41
+47.12%
|
250.41
-1.46%
|
254.11
+460.83%
|
45.31
+308.94%
|
11.08
-124.34%
|