UBIS
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UBIS
บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.39
0.02 (1.42%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5800 out_tok=2664 at=2026-07-26T11:36:14 --> # UBIS Q2/2565 กำไรสุทธิทรุด 73% รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-อุปสงค์ชะลอ ## รายได้-กำไรหดตัวตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนเหล็ก-น้ำมันพุ่งกระทบ GPM ขณะที่อุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะชะลอตัว บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ UBIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 8.8 ล้านบาท ลดลงถึง 73.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่ลดลง 17.9% และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อุปสงค์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะมีแนวโน้มชะลอตัวลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ UBIS ในไตรมาส 2/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาวัตถุดิบหลัก** โดยเฉพาะเหล็กและน้ำมัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก จาก 24.9% ในปีก่อน เหลือเพียง 20.9% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ **อุปสงค์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะที่ชะลอตัวลง** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันรายได้จากการขายของบริษัทฯ ให้ลดลง 17.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคลือบกระป๋อง เช่น เหล็กและน้ำมันสารเคลือบ ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และผู้ผลิตวัตถุดิบไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันตามความต้องการ ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของ UBIS ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง ในส่วนของรายได้ที่ลดลงนั้น มาจากแนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์โลหะที่ลดลง เนื่องจากในปีที่ผ่านมาทั่วโลกมีการสั่งซื้อและกักตุนอาหารกระป๋องไว้เป็นจำนวนมากเพราะความกังวลเรื่องการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ในปีนี้ยอดการผลิตสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์โลหะ ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของบริษัทฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง นอกจากนี้ การที่จีนยังไม่มีนโยบายเปิดประเทศและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อีกครั้งในช่วงไตรมาส 2 ทำให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์โลหะในจีนเพิ่มสูงขึ้นตามมา ซึ่งส่วนนี้เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะในปี 2565 อาจจะเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ประมาณ 2-3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นจุดแข็งของบรรจุภัณฑ์โลหะที่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 73.2% YoY:** อยู่ที่ 8.8 ล้านบาท จาก 32.8 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมลดลง 17.9% YoY:** อยู่ที่ 271.3 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศลดลง 28.0% และต่างประเทศลดลง 12.2% * **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** เหลือ 20.9% จาก 24.9% ในปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 7.8% YoY:** จากค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.1% YoY:** จากการปรับลดค่าบริหารและค่าที่ปรึกษา * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 110.4% YoY:** จากการทำธุรกรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้น * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง:** อยู่ที่ 5.4 ล้านบาท จาก 7.2 ล้านบาทในปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมในไตรมาส 2/2565 เท่ากับ 271.3 ล้านบาท ลดลง 17.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายในประเทศลดลง 28.0% และยอดขายต่างประเทศลดลง 12.2% ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 56.7 ล้านบาท ลดลง 31.1% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.9% ลดลงจาก 24.9% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 7.8% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.1% จากการปรับลดค่าใช้จ่ายบางส่วน ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 110.4% จากการทำธุรกรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 24.0% ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 8.8 ล้านบาท ลดลง 73.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร:** ยังคงมีอุปสงค์เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการที่กำลังซื้อในจีนเริ่มกลับมาขยายตัว * **จุดแข็งของบรรจุภัณฑ์โลหะ:** การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด เนื่องจากสามารถรีไซเคิลได้ * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทฯ มีการพัฒนาร่วมกับลูกค้าเพื่อขยายตลาดทั้งผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ * **การส่งออกแผ่นเคลือบจากโรงงานจีน:** ช่วยเพิ่มยอดขายของลูกค้าในประเทศจีน ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็ก น้ำมัน และสารเคลือบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **อุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะชะลอตัว:** การสั่งซื้อล่วงหน้าและกักตุนในปีที่แล้วส่งผลให้ยอดการผลิตสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์โลหะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ * **ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดัน * **ผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน:** ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (เหล็ก, น้ำมัน, สารเคลือบ) และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า * ทิศทางอุปสงค์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ * สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ และค่าระวางเรือ * ความคืบหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดตามเป้าหมายการขายที่ตั้งไว้ * ผลกระทบจากนโยบายการเปิดประเทศของจีนต่ออุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่จากรายได้ที่ลดลงและอุปสงค์ที่ชะลอตัว อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่แนวโน้มอุปสงค์ที่ชะลอตัวอาจส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างชัดเจน ราคาเหล็ก น้ำมัน และสารเคลือบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **GPM:** หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 24.9% เป็น 20.9% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศลดลง 12.2% แต่การส่งออกแผ่นเคลือบจากโรงงานจีนมาไทยช่วยเพิ่มยอดขายลูกค้าจีน * **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.4 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่บริษัทฯ บริหารจัดการอย่างใกล้ชิด * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 63.7 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ใช้ไปจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,252.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 274.7 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 184.4 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 63.7 ล้านบาท หนี้สินรวม 526.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 726.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 226.5 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและส่วนเกินมูลค่าหุ้น กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 67.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.9 ล้านบาท จากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมลงทุนใช้ไป 20.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในทรัพย์สินถาวร กิจกรรมจัดหาเงินได้มา 275.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นทุนและเงินกู้ระยะสั้น ## สรุปท้าย UBIS เผชิญแรงกดดันอย่างหนักในไตรมาส 2/2565 จากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและอุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิทรุดลงกว่า 73% แม้จะมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในจีนและการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัญหาการขนส่งยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าการขายเติบโต 10% โดยเน้นรักษาฐานลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นกุญแจสำคัญในการประคองผลประกอบการต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UBIS ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
222.07 ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
กำไรขั้นต้น
66.83 ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.09 %
กำไรสุทธิ
12.38 ล้านบาท
↓ 31.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.57 %
D/E Ratio
0.86
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
222
↓ -13.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
67
↑ + 2.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -31.4% YoY
D/E Ratio
0.86

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UBIS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
222.07
-13.50%
256.73
+24.36%
206.44
-5.40%
218.22
-18.17%
266.66
-9.65%
295.14
+30.43%
กำไรขั้นต้น
66.83
+2.89%
64.95
+36.84%
47.47
-9.45%
52.42
+30.38%
40.21
-57.15%
93.83
+38.40%
ค่าใช้จ่ายรวม
77.24
+40.16%
55.11
+1.30%
54.41
-0.47%
54.66
+26.88%
43.08
-47.78%
82.51
+49.82%
กำไรสุทธิ
12.38
-31.42%
18.05
+244.56%
-12.48
+69.99%
-41.60
-321.89%
-9.86
-281.77%
5.43
-62.00%
กำไรต่อหุ้น
0.04
-31.75%
0.06
+243.18%
-0.04
+69.86%
-0.15
-317.14%
-0.04
-284.21%
0.02
-62.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
30.09
+18.93%
25.30
+10.05%
22.99
-4.29%
24.02
+59.28%
15.08
-52.56%
31.79
+6.11%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
34.78
+61.99%
21.47
-18.52%
26.35
+5.19%
25.05
+55.01%
16.16
-42.18%
27.95
+14.83%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
5.57
-20.77%
7.03
+216.20%
-6.05
+68.27%
-19.07
-415.41%
-3.70
-301.09%
1.84
-70.84%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1.96
-130.06%
6.52
+137.75%
-17.27
+64.56%
-48.73
-36.42%
-35.72
-410.61%
11.50
+2,638.10%
ROE(%)
1.57
-54.49%
3.45
+131.17%
-11.07
-231.44%
-3.34
-129.74%
11.23
-56.82%
26.01
+2,041.04%
ROA(%)
2.09
-35.69%
3.25
+165.79%
-4.94
-586.11%
-0.72
-110.45%
6.89
-62.35%
18.30
+7,525.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.86
+30.30%
0.66
+3.13%
0.64
-12.33%
0.73
-23.96%
0.96
+26.32%
0.76
+20.63%
P/E
16.14
+115.49%
7.49
7.49
-91.60%
89.21
+314.93%
21.50
+125.13%
9.55
-5.54%
P/BV
0.40
-41.18%
0.68
-18.07%
0.83
-40.29%
1.39
-50.00%
2.78
+6.11%
2.62
-9.34%
BV
2.27
+2.25%
2.22
-1.33%
2.25
-14.12%
2.62
+10.08%
2.38
+15.53%
2.06
+7.29%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
-100.00%
4.40
+93.83%
2.27
-50.97%
4.63
+28.61%
ราคาหุ้น
0.90
-40.00%
1.50
-20.21%
1.88
-48.35%
3.64
-44.85%
6.60
+22.22%
5.40
-2.70%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.86
ROE (%)
1.57
ROA (%)
2.09
Book Value/หุ้น
2.42

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UBIS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
750.94
-7.89%
815.29
+12.98%
721.59
-20.32%
905.62
+33.68%
677.47
+26.02%
537.59
+17.25%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
487.36
+87.22%
260.31
-16.13%
310.38
-1.34%
314.59
+4.82%
300.11
+0.48%
298.67
+9.87%
รวมสินทรัพย์
1,238.30
+15.13%
1,075.59
+4.23%
1,031.97
-15.43%
1,220.21
+24.82%
977.58
+16.90%
836.26
+14.50%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
531.25
+31.32%
404.54
+12.40%
359.92
-20.12%
450.58
+10.71%
406.98
+29.24%
314.91
+26.91%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
42.15
+84.41%
22.86
-48.50%
44.38
-30.03%
63.43
-10.81%
71.11
+52.80%
46.54
+36.72%
รวมหนี้สิน
573.40
+34.16%
427.39
+5.71%
404.30
-21.34%
514.01
+7.51%
478.09
+32.27%
361.44
+28.09%
รวมส่วนของเจ้าของ
664.90
+2.58%
648.20
+3.27%
627.67
-11.12%
706.20
+41.38%
499.49
+5.20%
474.82
+5.95%
D/E
0.86
0.66
0.64
0.73
0.96
0.76
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
1.57
3.45
-11.07
-3.34
11.23
26.01
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
2.09
3.25
-4.94
-0.72
6.89
18.30
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.41
2.02
2.00
2.01
1.66
1.71
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.05
1.62
1.50
1.31
0.97
1.07
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
117.57
116.60
0.00
0.00
105.99
108.69
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
106.06
92.44
0.00
0.00
93.24
96.40
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
66.24
53.82
0.00
0.00
73.97
82.76
วงจรเงินสด
157.40
155.23
0.00
0.00
125.26
122.33
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+110
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UBIS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
110.23
-223.38%
-89.34
+94.18%
-46.01
-143.77%
105.11
-416.88%
-33.17
-123.70%
139.97
+14.49%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
53.58
-12.42%
61.18
+262.87%
16.86
-45.12%
30.72
+485.14%
5.25
-122.70%
-23.13
-60.73%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-111.69
-169.08%
161.68
-39.90%
269.01
-158.61%
-459.00
-1,462.02%
33.70
-156.18%
-59.99
-21.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
51.79
-58.52%
124.85
-48.21%
241.09
-174.26%
-324.66
+2,755.41%
-11.37
-120.09%
56.60
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
368.41
+47.12%
250.41
-1.46%
254.11
+460.83%
45.31
+308.94%
11.08
-124.34%
-45.52
+42.47%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
302.44
-17.91%
368.41
+47.12%
250.41
-1.46%
254.11
+460.83%
45.31
+308.94%
11.08
-124.34%