UBIS
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UBIS
บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.33
0.03 (2.21%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5800 out_tok=2664 at=2026-07-26T11:36:14 --> # UBIS Q2/2565 กำไรสุทธิทรุด 73% รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-อุปสงค์ชะลอ ## รายได้-กำไรหดตัวตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนเหล็ก-น้ำมันพุ่งกระทบ GPM ขณะที่อุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะชะลอตัว บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ UBIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 8.8 ล้านบาท ลดลงถึง 73.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่ลดลง 17.9% และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อุปสงค์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะมีแนวโน้มชะลอตัวลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ UBIS ในไตรมาส 2/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาวัตถุดิบหลัก** โดยเฉพาะเหล็กและน้ำมัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก จาก 24.9% ในปีก่อน เหลือเพียง 20.9% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ **อุปสงค์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะที่ชะลอตัวลง** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันรายได้จากการขายของบริษัทฯ ให้ลดลง 17.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคลือบกระป๋อง เช่น เหล็กและน้ำมันสารเคลือบ ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และผู้ผลิตวัตถุดิบไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันตามความต้องการ ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของ UBIS ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง ในส่วนของรายได้ที่ลดลงนั้น มาจากแนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์โลหะที่ลดลง เนื่องจากในปีที่ผ่านมาทั่วโลกมีการสั่งซื้อและกักตุนอาหารกระป๋องไว้เป็นจำนวนมากเพราะความกังวลเรื่องการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ในปีนี้ยอดการผลิตสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์โลหะ ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของบริษัทฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง นอกจากนี้ การที่จีนยังไม่มีนโยบายเปิดประเทศและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อีกครั้งในช่วงไตรมาส 2 ทำให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์โลหะในจีนเพิ่มสูงขึ้นตามมา ซึ่งส่วนนี้เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะในปี 2565 อาจจะเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ประมาณ 2-3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นจุดแข็งของบรรจุภัณฑ์โลหะที่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 73.2% YoY:** อยู่ที่ 8.8 ล้านบาท จาก 32.8 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมลดลง 17.9% YoY:** อยู่ที่ 271.3 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศลดลง 28.0% และต่างประเทศลดลง 12.2% * **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** เหลือ 20.9% จาก 24.9% ในปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 7.8% YoY:** จากค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.1% YoY:** จากการปรับลดค่าบริหารและค่าที่ปรึกษา * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 110.4% YoY:** จากการทำธุรกรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้น * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง:** อยู่ที่ 5.4 ล้านบาท จาก 7.2 ล้านบาทในปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมในไตรมาส 2/2565 เท่ากับ 271.3 ล้านบาท ลดลง 17.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายในประเทศลดลง 28.0% และยอดขายต่างประเทศลดลง 12.2% ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 56.7 ล้านบาท ลดลง 31.1% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.9% ลดลงจาก 24.9% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 7.8% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.1% จากการปรับลดค่าใช้จ่ายบางส่วน ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 110.4% จากการทำธุรกรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 24.0% ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 8.8 ล้านบาท ลดลง 73.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร:** ยังคงมีอุปสงค์เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการที่กำลังซื้อในจีนเริ่มกลับมาขยายตัว * **จุดแข็งของบรรจุภัณฑ์โลหะ:** การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด เนื่องจากสามารถรีไซเคิลได้ * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทฯ มีการพัฒนาร่วมกับลูกค้าเพื่อขยายตลาดทั้งผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ * **การส่งออกแผ่นเคลือบจากโรงงานจีน:** ช่วยเพิ่มยอดขายของลูกค้าในประเทศจีน ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็ก น้ำมัน และสารเคลือบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **อุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะชะลอตัว:** การสั่งซื้อล่วงหน้าและกักตุนในปีที่แล้วส่งผลให้ยอดการผลิตสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์โลหะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ * **ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดัน * **ผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน:** ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (เหล็ก, น้ำมัน, สารเคลือบ) และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า * ทิศทางอุปสงค์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ * สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ และค่าระวางเรือ * ความคืบหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดตามเป้าหมายการขายที่ตั้งไว้ * ผลกระทบจากนโยบายการเปิดประเทศของจีนต่ออุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่จากรายได้ที่ลดลงและอุปสงค์ที่ชะลอตัว อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่แนวโน้มอุปสงค์ที่ชะลอตัวอาจส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างชัดเจน ราคาเหล็ก น้ำมัน และสารเคลือบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **GPM:** หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 24.9% เป็น 20.9% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศลดลง 12.2% แต่การส่งออกแผ่นเคลือบจากโรงงานจีนมาไทยช่วยเพิ่มยอดขายลูกค้าจีน * **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.4 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่บริษัทฯ บริหารจัดการอย่างใกล้ชิด * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 63.7 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ใช้ไปจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,252.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 274.7 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 184.4 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 63.7 ล้านบาท หนี้สินรวม 526.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 726.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 226.5 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและส่วนเกินมูลค่าหุ้น กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 67.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.9 ล้านบาท จากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมลงทุนใช้ไป 20.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในทรัพย์สินถาวร กิจกรรมจัดหาเงินได้มา 275.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นทุนและเงินกู้ระยะสั้น ## สรุปท้าย UBIS เผชิญแรงกดดันอย่างหนักในไตรมาส 2/2565 จากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและอุปสงค์บรรจุภัณฑ์โลหะที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิทรุดลงกว่า 73% แม้จะมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในจีนและการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัญหาการขนส่งยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าการขายเติบโต 10% โดยเน้นรักษาฐานลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นกุญแจสำคัญในการประคองผลประกอบการต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UBIS ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
222.07 ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
กำไรขั้นต้น
66.83 ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.09 %
กำไรสุทธิ
12.38 ล้านบาท
↓ 31.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.57 %
D/E Ratio
0.86
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
222
↓ -13.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
67
↑ + 2.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -31.4% YoY
D/E Ratio
0.86

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UBIS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
222.07
-13.50%
256.73
+24.36%
206.44
-5.40%
218.22
-18.17%
266.66
-9.65%
295.14
+30.43%
กำไรขั้นต้น —
66.83
+2.89%
64.95
+36.84%
47.47
-9.45%
52.42
+30.38%
40.21
-57.15%
93.83
+38.40%
ค่าใช้จ่ายรวม —
77.24
+40.16%
55.11
+1.30%
54.41
-0.47%
54.66
+26.88%
43.08
-47.78%
82.51
+49.82%
กำไรสุทธิ —
12.38
-31.42%
18.05
+244.56%
-12.48
+69.99%
-41.60
-321.89%
-9.86
-281.77%
5.43
-62.00%
กำไรต่อหุ้น —
0.04
-31.75%
0.06
+243.18%
-0.04
+69.86%
-0.15
-317.14%
-0.04
-284.21%
0.02
-62.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
30.09
+18.93%
25.30
+10.05%
22.99
-4.29%
24.02
+59.28%
15.08
-52.56%
31.79
+6.11%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
34.78
+61.99%
21.47
-18.52%
26.35
+5.19%
25.05
+55.01%
16.16
-42.18%
27.95
+14.83%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
5.57
-20.77%
7.03
+216.20%
-6.05
+68.27%
-19.07
-415.41%
-3.70
-301.09%
1.84
-70.84%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-1.96
-130.06%
6.52
+137.75%
-17.27
+64.56%
-48.73
-36.42%
-35.72
-410.61%
11.50
+2,638.10%
ROE(%) —
1.57
-54.49%
3.45
+131.17%
-11.07
-231.44%
-3.34
-129.74%
11.23
-56.82%
26.01
+2,041.04%
ROA(%) —
2.09
-35.69%
3.25
+165.79%
-4.94
-586.11%
-0.72
-110.45%
6.89
-62.35%
18.30
+7,525.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.86
+30.30%
0.66
+3.13%
0.64
-12.33%
0.73
-23.96%
0.96
+26.32%
0.76
+20.63%
P/E —
16.14
+125.10%
7.17
7.17
-91.96%
89.21
+314.93%
21.50
+125.13%
9.55
-5.54%
P/BV —
0.40
-41.18%
0.68
-18.07%
0.83
-40.29%
1.39
-50.00%
2.78
+6.11%
2.62
-9.34%
BV —
2.27
+2.25%
2.22
-1.33%
2.25
-14.12%
2.62
+10.08%
2.38
+15.53%
2.06
+7.29%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
4.40
+93.83%
2.27
-50.97%
4.63
+28.61%
ราคาหุ้น —
0.90
-40.00%
1.50
-20.21%
1.88
-48.35%
3.64
-44.85%
6.60
+22.22%
5.40
-2.70%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.86
ROE (%)
1.57
ROA (%)
2.09
Book Value/หุ้น
2.42

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UBIS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
750.94
-7.89%
815.29
+12.98%
721.59
-20.32%
905.62
+33.68%
677.47
+26.02%
537.59
+17.25%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
487.36
+87.22%
260.31
-16.13%
310.38
-1.34%
314.59
+4.82%
300.11
+0.48%
298.67
+9.87%
รวมสินทรัพย์ —
1,238.30
+15.13%
1,075.59
+4.23%
1,031.97
-15.43%
1,220.21
+24.82%
977.58
+16.90%
836.26
+14.50%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
531.25
+31.32%
404.54
+12.40%
359.92
-20.12%
450.58
+10.71%
406.98
+29.24%
314.91
+26.91%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
42.15
+84.41%
22.86
-48.50%
44.38
-30.03%
63.43
-10.81%
71.11
+52.80%
46.54
+36.72%
รวมหนี้สิน —
573.40
+34.16%
427.39
+5.71%
404.30
-21.34%
514.01
+7.51%
478.09
+32.27%
361.44
+28.09%
รวมส่วนของเจ้าของ —
664.90
+2.58%
648.20
+3.27%
627.67
-11.12%
706.20
+41.38%
499.49
+5.20%
474.82
+5.95%
D/E —
0.86
0.66
0.64
0.73
0.96
0.76
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
1.57
3.45
-11.07
-3.34
11.23
26.01
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.09
3.25
-4.94
-0.72
6.89
18.30
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.41
2.02
2.00
2.01
1.66
1.71
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.05
1.62
1.50
1.31
0.97
1.07
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
117.57
116.60
0.00
0.00
105.99
108.69
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
106.06
92.44
0.00
0.00
93.24
96.40
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
66.24
53.82
0.00
0.00
73.97
82.76
วงจรเงินสด —
157.40
155.23
0.00
0.00
125.26
122.33
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+110
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UBIS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
110.23
-223.38%
-89.34
+94.18%
-46.01
-143.77%
105.11
-416.88%
-33.17
-123.70%
139.97
+14.49%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
53.58
-12.42%
61.18
+262.87%
16.86
-45.12%
30.72
+485.14%
5.25
-122.70%
-23.13
-60.73%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-111.69
-169.08%
161.68
-39.90%
269.01
-158.61%
-459.00
-1,462.02%
33.70
-156.18%
-59.99
-21.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
51.79
-58.52%
124.85
-48.21%
241.09
-174.26%
-324.66
+2,755.41%
-11.37
-120.09%
56.60
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
368.41
+47.12%
250.41
-1.46%
254.11
+460.83%
45.31
+308.94%
11.08
-124.34%
-45.52
+42.47%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
302.44
-17.91%
368.41
+47.12%
250.41
-1.46%
254.11
+460.83%
45.31
+308.94%
11.08
-124.34%