บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.39
0.02 (1.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=24567 out_tok=3224 at=2026-08-13T09:17:46 -->
# UBIS พลิกมีกำไร Q2/2569 โตแรง YoY รับอานิสงส์รายได้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะฟื้นตัว
## รายได้-กำไร Q2/2569 ฟื้นตัวเด่น YoY หลังธุรกิจหลักกลับมาเติบโต ขณะที่ต้นทุนการบริหารยังเป็นปัจจัยกดดัน
บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ UBIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 10.40 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 187.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 11.83 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Compound และ Lacquer ที่เติบโตได้ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิปรับลดลง 56.85% เนื่องจากไตรมาสแรกมีรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ UBIS ในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรและเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะ (Metal Packaging Business)** ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Compound และ Lacquer ที่สามารถสร้างรายได้รวม 251.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.16% YoY และ 17.10% QoQ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50.94% YoY เป็น 82.37 ล้านบาท และพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรสุทธิ 10.40 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะมาจากหลายปัจจัยสนับสนุน ประการแรกคือ **การรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทย่อย** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Lacquer ที่เติบโต 36.28% YoY และผลิตภัณฑ์ Compound ที่สะท้อนการฟื้นตัวของยอดขายอย่างชัดเจนในไตรมาสนี้ เติบโต 26.92% YoY นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้ยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนที่รายได้เติบโต 23.25% YoY และตลาดต่างประเทศอื่นๆ ที่เติบโต 28.51% YoY ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการเติบโตของรายได้ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการรับรู้รายได้จากบริษัทย่อยที่เข้าลงทุนเพิ่มเติม และการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศที่บริษัทมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน นอกจากนี้ บริษัทมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์และตลาด รวมถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายตลาดใหม่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 38.07% YoY** แตะ 269.97 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ Q2/2569 จำนวน 10.40 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 11.83 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **กำไรขั้นต้น Q2/2569 เพิ่มขึ้น 50.94% YoY** เป็น 82.37 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 30.51%
* **รายได้จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะเติบโต 30.16% YoY** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Compound และ Lacquer
* **ตลาดต่างประเทศเติบโตโดดเด่น** โดยจีนโต 23.25% YoY และตลาดอื่นโต 28.51% YoY
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 74.46% YoY** เป็น 59.23 ล้านบาท จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยที่เข้าลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 UBIS รายงานรายได้รวม 269.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.78% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 38.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้ 195.53 ล้านบาท การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะเป็นหลัก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Compound และ Lacquer ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนที่เติบโตได้ดี
ในส่วนของกำไรขั้นต้น ไตรมาสนี้บริษัททำได้ 82.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.35% QoQ และเพิ่มขึ้นถึง 50.94% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30.51% ซึ่งแม้จะลดลงเล็กน้อยจาก 32.05% ในไตรมาสก่อน แต่ยังคงสูงกว่า 27.91% ในปีก่อนหน้า การบริหารต้นทุนและสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรเหมาะสมเป็นปัจจัยสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมปรับตัวสูงขึ้น 32.40% QoQ และ 53.61% YoY โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 74.46% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยที่เข้าลงทุนเพิ่มเติม ประกอบกับการขยายตัวของธุรกิจ
เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีแล้ว บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 10.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 187.91% YoY จากที่ขาดทุน 11.83 ล้านบาทในปีก่อน แต่ลดลง 56.85% QoQ เนื่องจากไตรมาสก่อนมีรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไร
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 509.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.39% YoY และมีกำไรสุทธิ 34.50 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 8.11 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานที่ชัดเจน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะ:** ผลิตภัณฑ์ Compound และ Lacquer ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ เช่น จีน ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
* **การรับรู้รายได้จากบริษัทย่อย:** การเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เริ่มส่งผลบวกต่อรายได้รวมของบริษัท
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** กลยุทธ์ทางการตลาดที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละตลาด รวมถึงการสนับสนุนด้านเทคนิค ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์และโอกาสในการเติบโตของยอดขายในตลาดจีนและตลาดอื่นๆ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน
* **การบริหารจัดการคาร์บอน:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จะเป็นโอกาสในการรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต หากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง บริษัทต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์และมาตรฐาน:** มาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนที่เข้มงวดขึ้น อาจเพิ่มภาระต้นทุนในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของรายได้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะ:** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Compound และ Lacquer ในตลาดต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพื่อควบคุมผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การรับรู้รายได้และผลกำไรจากบริษัทย่อยที่เข้าลงทุน:** ว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่
* **ความคืบหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ
* **การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน:** ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization และ Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Compound และ Lacquer ที่เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและมีคำสั่งซื้อรองรับ
**ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูง (30.51%) และสูงกว่าปีก่อนหน้า (27.91%) แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี หรือมีการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 30.51% ใน Q2/2569 ซึ่งแม้จะลดลงเล็กน้อยจาก 32.05% ใน Q1/2569 แต่ก็สูงกว่า 27.91% ใน Q2/2568 การที่ GPM สูงกว่าปีก่อนสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการมีสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง
**การส่งออก:** การส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต โดยรายได้จากตลาดต่างประเทศ (ไม่รวมจีน) เพิ่มขึ้น 28.51% YoY และรายได้จากจีนเพิ่มขึ้น 23.25% YoY แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดต่างประเทศ
**ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงในส่วนของรายได้ แต่มีรายการ "กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ" ซึ่งในไตรมาสนี้มีกำไร 9.06 ล้านบาท ลดลงจาก 35.16 ล้านบาทในไตรมาสก่อน แต่ยังคงมีกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 4.70 ล้านบาท
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 23.96% จากสิ้นปี 2568 เป็น 225.17 ล้านบาท เพื่อรองรับคำสั่งซื้อและแผนการขายในช่วงถัดไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 1,188.35 ล้านบาท ลดลง 4.03% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดลดลง 47.54% จากการปรับโครงสร้างเงินทุนเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน ขณะที่ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย
หนี้สินรวมลดลง 14.32% เป็น 491.27 ล้านบาท โดยหลักมาจากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นตามกิจกรรมทางธุรกิจ
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.84% เป็น 697.08 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่มีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 6.50 ล้านบาท ดีขึ้นจากปีก่อนที่ติดลบ 33.20 ล้านบาท แต่ยังคงมีการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของลูกหนี้และสินค้าคงคลัง กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 12.45 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคารและซื้ออุปกรณ์ ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 149.38 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น
## สรุปท้าย
UBIS ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่ดีและการขยายตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UBIS ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
222.07
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
กำไรขั้นต้น
66.83
ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.09
%
กำไรสุทธิ
12.38
ล้านบาท
↓ 31.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.57
%
D/E Ratio
0.86
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
222
↓ -13.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
67
↑ + 2.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -31.4%
YoY
D/E Ratio
0.86
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UBIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.86
ROE (%)
1.57
ROA (%)
2.09
Book Value/หุ้น
2.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UBIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+110
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UBIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
110.23
-223.38%
|
-89.34
+94.18%
|
-46.01
-143.77%
|
105.11
-416.88%
|
-33.17
-123.70%
|
139.97
+14.49%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.58
-12.42%
|
61.18
+262.87%
|
16.86
-45.12%
|
30.72
+485.14%
|
5.25
-122.70%
|
-23.13
-60.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-111.69
-169.08%
|
161.68
-39.90%
|
269.01
-158.61%
|
-459.00
-1,462.02%
|
33.70
-156.18%
|
-59.99
-21.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
51.79
-58.52%
|
124.85
-48.21%
|
241.09
-174.26%
|
-324.66
+2,755.41%
|
-11.37
-120.09%
|
56.60
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
368.41
+47.12%
|
250.41
-1.46%
|
254.11
+460.83%
|
45.31
+308.94%
|
11.08
-124.34%
|
-45.52
+42.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
302.44
-17.91%
|
368.41
+47.12%
|
250.41
-1.46%
|
254.11
+460.83%
|
45.31
+308.94%
|
11.08
-124.34%
|