บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.39
0.02 (1.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5613 out_tok=2723 at=2026-07-26T12:18:18 -->
UBIS พลิกขาดทุน 8.4 ล้านบาทใน Q1/2565 รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
รายได้และกำไรสุทธิ Q1/65 หดตัว YoY เหตุราคาเหล็ก-สารเคลือบสูงขึ้น ขณะที่ค่าขนส่งเพิ่มดันค่าใช้จ่าย
บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ UBIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 8.4 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 20.25 ล้านบาท หรือลดลง 141.47% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ UBIS ในไตรมาส 1 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาวัตถุดิบหลัก** โดยเฉพาะเหล็กและสารเคลือบสำหรับผลิตภัณฑ์เคลือบกระป๋อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคลือบกระป๋องปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 47.86 ล้านบาท ลดลง 27.84 ล้านบาท หรือ 36.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.86% เหลือ 18.12% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายก็ปรับตัวสูงขึ้น 4.1 ล้านบาท หรือ 14.71% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวมให้ขาดทุนสุทธิ 8.4 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** สถานการณ์ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก น้ำมัน และสารเคลือบ ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะมีการวางแผนรองรับเพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากการขนส่ง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2565
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 8.4 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 20.25 ล้านบาทใน Q1/2564 คิดเป็นการลดลง 141.47%
* **รายได้รวม 264.14 ล้านบาท:** ลดลง 2.79% YoY โดยยอดขายในประเทศลดลง 17.88% แต่ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 10.15%
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 36.78%:** เหลือ 47.86 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.86% เหลือ 18.12%
* **ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง:** เป็นสาเหตุหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** จากค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** 4.80% จากการปรับลดค่าบริหารและค่าที่ปรึกษา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 264.14 ล้านบาท ลดลง 7.6 ล้านบาท หรือ 2.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายในประเทศลดลง 17.88% ขณะที่รายได้จากการขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 10.15% กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 47.86 ล้านบาท ลดลง 36.78% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.86% ใน Q1/2564 เหลือ 18.12% ใน Q1/2565 สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคลือบกระป๋องปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 14.71% เป็น 31.81 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.80% เป็น 30.34 ล้านบาท จากการปรับลดค่าบริหารและค่าที่ปรึกษา ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 56.96% เป็น 1.25 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 67.0% เหลือ 1.9 ล้านบาท
ผลประกอบการโดยรวมทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 8.4 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 เทียบกับกำไรสุทธิ 20.25 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการบริโภคนอกบ้าน:** การผ่อนปรนมาตรการโควิด-19 และการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้อัตราการอุปโภคและบริโภคนอกบ้านเริ่มสูงขึ้น
* **ความแข็งแกร่งของบรรจุภัณฑ์โลหะ:** การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นจุดแข็งของบรรจุภัณฑ์โลหะ เนื่องจากสามารถรีไซเคิลได้ดีกว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่น
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร:** มีอุปสงค์เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกำลังซื้อในประเทศจีนที่เริ่มกลับมาขยายตัว
* **การผลิตแผ่นเคลือบในจีน:** โรงงานในประเทศจีนมีการผลิตแผ่นเคลือบเพิ่มสูงขึ้นและส่งกลับมาขายในไทย ช่วยเพิ่มยอดขายลูกค้าต่างประเทศ
* **การขยายตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทมีแผนขยายตลาดในผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พัฒนาต่อยอดจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เดิมสำหรับลูกค้ากลุ่มใหม่
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวนสูง:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก น้ำมัน และสารเคลือบ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน:** ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **อุปทานสินค้าบรรจุภัณฑ์โลหะลดลง:** ในปี 2565 ยอดการผลิตสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์โลหะมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากปีที่แล้ว เนื่องจากมีการสั่งซื้อล่วงหน้าและกักตุนไว้มากในปีก่อน
* **ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ:** แม้จะมีการวางแผนรองรับ แต่การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงยังคงเป็นความเสี่ยง
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะที่จำกัด:** คาดการณ์การเติบโตเพียง 2-3% ในปี 2565
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (เหล็ก, น้ำมัน, สารเคลือบ) และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า
* การเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายในการขนส่งระหว่างประเทศ
* ทิศทางยอดขายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของตลาดจีน
* ความคืบหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาด
* ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่การลดลงของยอดผลิตสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์โลหะอาจส่งผลกระทบต่อ utilization
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล order book ที่ชัดเจน แต่ระบุว่ายอดการผลิตสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์โลหะมีแนวโน้มลดลงจากปีที่แล้ว
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาเหล็ก น้ำมัน และสารเคลือบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 27.86% เหลือ 18.12% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 10.15% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเล็กน้อย ท่ามกลางยอดขายในประเทศที่ลดลง
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 67.0% ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิเล็กน้อย
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 39.9 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนการบริหารจัดการสต็อกในช่วงที่ความต้องการสินค้ามีแนวโน้มลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,263.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 286.0 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 209.7 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 39.9 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 545.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.5 ล้านบาท โดยมีเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้น 21.9 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 49.1 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 717.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218.4 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนที่ออกและชำระแล้ว 57 ล้านบาท และส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ 171 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะขาดทุนสุทธิ 8.4 ล้านบาทในงวดนี้
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 18.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ Q1/2564 กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 16.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1 ล้านบาท จากการลงทุนในทรัพย์สินถาวรที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 246.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 235.8 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินสดรับจากการออกหุ้นทุนและการเบิกเงินกู้ยืมระยะสั้น
## สรุปท้าย
UBIS เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2565 จากราคาวัตถุดิบหลักที่พุ่งสูงขึ้นและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 8.4 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายในต่างประเทศจะเติบโตได้ดีและมีโอกาสจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปี 2565 นี้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UBIS ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
222.07
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
กำไรขั้นต้น
66.83
ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.09
%
กำไรสุทธิ
12.38
ล้านบาท
↓ 31.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.57
%
D/E Ratio
0.86
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
222
↓ -13.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
67
↑ + 2.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -31.4%
YoY
D/E Ratio
0.86
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UBIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.86
ROE (%)
1.57
ROA (%)
2.09
Book Value/หุ้น
2.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UBIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+110
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UBIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
110.23
-223.38%
|
-89.34
+94.18%
|
-46.01
-143.77%
|
105.11
-416.88%
|
-33.17
-123.70%
|
139.97
+14.49%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
53.58
-12.42%
|
61.18
+262.87%
|
16.86
-45.12%
|
30.72
+485.14%
|
5.25
-122.70%
|
-23.13
-60.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-111.69
-169.08%
|
161.68
-39.90%
|
269.01
-158.61%
|
-459.00
-1,462.02%
|
33.70
-156.18%
|
-59.99
-21.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
51.79
-58.52%
|
124.85
-48.21%
|
241.09
-174.26%
|
-324.66
+2,755.41%
|
-11.37
-120.09%
|
56.60
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
368.41
+47.12%
|
250.41
-1.46%
|
254.11
+460.83%
|
45.31
+308.94%
|
11.08
-124.34%
|
-45.52
+42.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
302.44
-17.91%
|
368.41
+47.12%
|
250.41
-1.46%
|
254.11
+460.83%
|
45.31
+308.94%
|
11.08
-124.34%
|