บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.10
+0.01 (+11.11%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12392 out_tok=2652 at=2026-07-26T09:36:26 -->
# TPOLY พลิกขาดทุนปี 63 สู่กำไรปี 64 รับแรงหนุนธุรกิจโรงไฟฟ้า
## รายได้รวมโต 9.3% แตะ 4,344 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 124.6% เหตุต้นทุนก่อสร้างพุ่งสูง
บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 4,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิรวม 84 ล้านบาท ลดลง 124.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 341 ล้านบาท โดยส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ขาดทุน 314 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TPOLY ในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนขาย โดยเฉพาะต้นทุนของธุรกิจโรงไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าใหม่ 2 แห่ง** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 9.3% แต่ต้นทุนรวมกลับเพิ่มขึ้นถึง 22.5% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 44.3% และพลิกจากกำไรสุทธิ 341 ล้านบาทในปี 2563 เป็นขาดทุนสุทธิ 84 ล้านบาทในปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายในธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นผลโดยตรงจากการที่บริษัทมีโรงไฟฟ้าที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง คือ บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 จำกัด (TPCH 2) และบริษัท สยามพาวเวอร์ จำกัด ทำให้มีโรงไฟฟ้าที่รับรู้รายได้แล้วรวม 11 โครงการ ซึ่งการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงขึ้นตามไปด้วย
ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แม้ว่ารายได้จะลดลง 14.6% แต่ต้นทุนรับเหมาก่อสร้างกลับลดลงเพียง 0.1% ซึ่งสอดคล้องกับการลดลงของรายได้ แต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง ประกอบกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมต้นทุนขายของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นมาก และกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมากจากปีก่อนหน้า โดยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างประสบผลขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในลักษณะของการรับรู้ต้นทุนที่สูงขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจโรงไฟฟ้า แต่คาดว่าอัตรากำไรของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะค่อยๆ ดีขึ้น** ฝ่ายจัดการระบุว่าในปี 2565 ธุรกิจโรงไฟฟ้าคาดว่าจะรับรู้รายได้มากขึ้นจากโรงไฟฟ้าอีก 4 แห่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโรงไฟฟ้าขยะนนทบุรี ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนงานก่อสร้างสาธารณูปโภคซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่างานทั่วไปให้ได้ 20% ของงานประมูลใหม่ในปี 2565 ซึ่งหากทำได้ตามเป้าหมาย จะช่วยให้ภาพรวมอัตรากำไรของบริษัทดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 9.3% เป็น 4,344 ล้านบาท** โดยมีรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 39% เป็น 2,470 ล้านบาท จากการ COD เพิ่ม 2 โรงไฟฟ้า
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 84 ล้านบาทในปี 2564** เทียบกับกำไร 341 ล้านบาทในปี 2563 โดยส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ขาดทุน 314 ล้านบาท
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างประสบผลขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี** จากการแข่งขันรุนแรง ต้นทุนวัสดุและแรงงานสูงขึ้น และโครงการล่าช้า
* **มี Backlog งานก่อสร้างคงเหลือ 3,892 ล้านบาท** โดยบริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนงานสาธารณูปโภคเป็น 20% ของงานประมูลใหม่ในปี 2565
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลง 31.4%** เนื่องจากโครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ และโครงการใหม่จะเริ่มก่อสร้างครึ่งหลังปี 2565
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 27.1% เป็น 7,528 ล้านบาท** โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 42.3% จากหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 4,344.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 369.78 ล้านบาท หรือ 9.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีผลกำไรเบ็ดเสร็จรวมขาดทุนทั้งสิ้น 84.0 ล้านบาท ลดลง 425.00 ล้านบาท หรือ 124.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไร 341.02 ล้านบาท ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ขาดทุน 314.9 ล้านบาท ลดลง 330.49 ล้านบาท หรือ 2,125.0%
รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างลดลง 14.6% เหลือ 1,850.99 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 39.0% เป็น 2,470.40 ล้านบาท จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มอีก 2 โรงไฟฟ้า ทำให้มีโรงไฟฟ้าที่รับรู้รายได้แล้ว 11 โครงการ
ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 22.5% เป็น 3,906.07 ล้านบาท โดยต้นทุนขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 62.8% ตามการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนรับเหมาก่อสร้างลดลงเล็กน้อย 0.1%
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 19.8% ในปี 2563 เป็น 10.1% ในปี 2564
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวลดลง 4.9%
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 62.4%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจโรงไฟฟ้า:** การมีโรงไฟฟ้าที่ COD เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างรายได้และกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาว
* **การเพิ่มสัดส่วนงานก่อสร้างสาธารณูปโภค:** การมุ่งเน้นประมูลงานสาธารณูปโภคที่มีการแข่งขันน้อยกว่าและมีอัตรากำไรสูงกว่า จะช่วยยกระดับอัตรากำไรโดยรวมของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
* **โครงการใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โครงการใหม่ย่านถนนลำลูกกาคลอง 7 ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างครึ่งหลังปี 2565 จะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
* **การขยายธุรกิจ:** แผนการเข้าซื้อกิจการที่เกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้าง และการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 1/2565 อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง:** การแข่งขันที่รุนแรงส่งผลต่อการตั้งราคาและอัตรากำไร
* **ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
* **ความล่าช้าของโครงการ:** สถานการณ์ COVID-19 และปัญหาด้านแรงงานอาจส่งผลให้โครงการก่อสร้างล่าช้า
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการดำเนินงาน
* **ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19, ปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าในการประมูลงานก่อสร้างสาธารณูปโภค:** การบรรลุเป้าหมาย 20% ของงานประมูลใหม่ในปี 2565
* **ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่:** การรับรู้รายได้และต้นทุนของโรงไฟฟ้าที่ COD เพิ่มขึ้นในปี 2565
* **ความชัดเจนของแผนการขยายธุรกิจ:** การเข้าซื้อกิจการและลงทุนในธุรกิจ New S-Curve
* **สถานการณ์ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงาน:** แนวโน้มการปรับตัวของต้นทุนเหล่านี้
* **ความคืบหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** การเริ่มก่อสร้างและยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** มี Backlog คงเหลือ 3,892 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนงานภาครัฐ 57.9%, งานภาคเอกชน 30.3% และงานโรงไฟฟ้า 11.8% บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนงานสาธารณูปโภคเป็น 20% ของงานประมูลใหม่ในปี 2565 เพื่อเพิ่มอัตรากำไร
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Greenwich Prime มียอดขายโอนแล้ว 92 ยูนิต จากทั้งหมด 94 ยูนิต คาดปิดโครงการได้ใน Q2/2565 โครงการใหม่ย่านลำลูกกาคลอง 7 อยู่ระหว่างปรับแบบ คาดเริ่มก่อสร้างครึ่งหลังปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 9.3% เป็น 11,331.9 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 41.5% จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด, ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือ
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 27.1% เป็น 7,528.5 ล้านบาท โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 42.3% จากหุ้นกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 14.5% เป็น 3,803.4 ล้านบาท จากผลขาดทุนสะสม
* **D/E Ratio:** เพิ่มขึ้นจากประมาณ 1.33 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็นประมาณ 1.98 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
TPOLY ในปี 2564 เผชิญความท้าทายจากต้นทุนที่สูงขึ้นในธุรกิจโรงไฟฟ้าและการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ส่งผลให้พลิกขาดทุนสุทธิ แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการขยายตัวของธุรกิจโรงไฟฟ้า แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเป็นปัจจัยกดดันหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทมี Backlog ที่เพียงพอ และมีแผนกลยุทธ์ในการเพิ่มสัดส่วนงานที่มีกำไรสูงขึ้น รวมถึงการขยายธุรกิจใหม่ ซึ่งหากดำเนินการได้ตามแผน อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการฟื้นตัวในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากต้นทุนและสภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPOLY ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
804.45
ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
กำไรขั้นต้น
171.27
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.29
%
กำไรสุทธิ
-89.61
ล้านบาท
↑ 130.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.14
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
804
↑ + 2.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↑ + 0.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-90
↑ + 130.6%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPOLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
-74.44
ROA (%)
0.03
Book Value/หุ้น
-0.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPOLY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-290
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPOLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-290.37
+4.95%
|
-276.68
-19.81%
|
-345.02
-173.02%
|
472.47
-323.32%
|
-211.57
-122.22%
|
952.24
+255.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
860.13
-459.59%
|
-239.20
-156.20%
|
425.66
-59.99%
|
1,063.96
-1,053.80%
|
-111.55
-88.67%
|
-984.37
-46.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-57.36
-119.10%
|
300.37
-186.62%
|
-346.78
-65.14%
|
-994.90
+38.36%
|
-719.08
-800.79%
|
102.61
-93.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
512.41
-337.74%
|
-215.53
-19.02%
|
-266.14
-149.15%
|
541.53
-151.96%
|
-1,042.20
-1,578.72%
|
70.48
-186.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|
95.35
-46.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53.35
-85.89%
|
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|