บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.10
+0.01 (+11.11%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12364 out_tok=2863 at=2026-07-26T10:21:18 -->
# TPOLY พลิกขาดทุน Q2/2565 สู่กำไรเล็กน้อย รับแรงหนุนรายได้ก่อสร้างโต
## รายได้ก่อสร้างฟื้นตัวดันผลประกอบการ TPOLY พลิกกลับมามีกำไรเล็กน้อยในไตรมาส 2/2565 หลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 63.8 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 33 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าเผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้นและต้นทุนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไรในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TPOLY ในไตรมาส 2/2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 63.8 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 33 ล้านบาท YoY) มาจากการ **เติบโตของรายได้ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยรายได้จากธุรกิจนี้อยู่ที่ 573.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.2 ล้านบาท หรือ 18.0% YoY อย่างไรก็ตาม การพลิกกลับมามีกำไรดังกล่าวถูกหักล้างด้วย **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมาก** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 57.9% YoY และ **ผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของบริษัทใหญ่** ถึง 17.2 ล้านบาท YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 มีมูลค่า 4,681 ล้านบาท โดยบริษัทมีการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างภาคเอกชนจะยังขยายตัวได้ช้า แต่ TPOLY มีการปรับกลยุทธ์โดยให้น้ำหนักกับงานชลประทานและประปามากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงเทคโนโลยีและกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ
ในทางกลับกัน **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** เป็นผลมาจากการก่อหนี้เพื่อบริหารสภาพคล่องในสถานการณ์ที่งานในมืออาจยังไม่มากพอ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น นอกจากนี้ **ผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของบริษัทใหญ่** อาจสะท้อนถึงผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นในภาพรวม หรือรายการอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง** เนื่องจากบริษัทยังคงมี Backlog ที่รอรับรู้รายได้ และมีการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงานมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่** เนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน, ภาวะเงินเฟ้อ, และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างโดยรวม ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมจะกลับมาฟื้นตัวได้ในราวไตรมาส 2/2566 หากปัจจัยภายนอกคลี่คลายลง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนเป็นกำไร:** TPOLY มีกำไรสุทธิ 63.8 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565 เทียบกับขาดทุน 33 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ก่อสร้างโตเด่น:** รายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 18.0% YoY แตะ 573.1 ล้านบาท
* **ธุรกิจไฟฟ้าเผชิญแรงกดดัน:** รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 4.5% YoY เหลือ 613.6 ล้านบาท เนื่องจากเครื่องจักรบางโครงการหยุดซ่อมบำรุง
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.9% YoY เป็น 66.0 ล้านบาท
* **Backlog คงเหลือ:** มูลค่างานในมือ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 4,681 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
TPOLY และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,200.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% YoY โดยมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 63.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.2% YoY (ขาดทุนเพิ่มขึ้น 33.0 ล้านบาท) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขาดทุน 80.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.2 ล้านบาท YoY
รายได้รวมแบ่งเป็น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง 47.7%, ธุรกิจโรงไฟฟ้า 51.1%, ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 0.5%, และธุรกิจการค้า/บริการ 0.7%
ต้นทุนรวมอยู่ที่ 1,115.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% YoY โดยมีสัดส่วนต้นทุนรวมต่อรายได้ลดลงเล็กน้อยจาก 94.3% เป็น 92.9%
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7.1% เพิ่มขึ้นจาก 5.7% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 83.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลง
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.9% YoY เป็น 66.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันผลกำไร
## โอกาส
* **งานในมือ (Backlog):** มูลค่างานในมือ 4,681 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 2567
* **การประมูลงานใหม่:** บริษัทมีการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานชลประทานและประปา
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** โครงการโรงไฟฟ้าที่เริ่ม COD แล้ว 11 โครงการ และโครงการ ECO (PBM, PBB) ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ในระยะยาว
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** โครงการใหม่ย่านลำลูกกาคลอง 7 คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างและประชาสัมพันธ์ได้ช่วงไตรมาส 4/2565
* **ธุรกิจการค้า:** ยอดขายเชื้อเพลิงให้กับกลุ่มโรงไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
* **โครงการผลิตและจำหน่ายน้ำดิบ:** การลงทุนในธุรกิจน้ำดิบที่ดำเนินการก่อสร้างโดย TPOLY เอง คาดว่าจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพรายได้และอัตรากำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** ความไม่แน่นอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน, การเร่งตัวของเงินเฟ้อ, การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน, และภาวะการเงินที่ตึงตัวทั่วโลก อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชนและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานและต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น กดดันอัตรากำไรของอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันยังคงรุนแรงจากการชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน
* **ต้นทุนทางการเงิน:** อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของธุรกิจไฟฟ้า:** การหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักรของโครงการโรงไฟฟ้าบางแห่ง ส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการประมูลและรับงานใหม่:** โดยเฉพาะงานที่มีอัตรากำไรสูง เช่น งานวางท่อ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนก่อสร้างและต้นทุนทางการเงินท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือให้เป็นไปตามแผน
* **ความคืบหน้าโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** การเริ่มประชาสัมพันธ์และก่อสร้างโครงการใหม่ย่านลำลูกกา
* **ประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า:** การกลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโครงการที่หยุดซ่อมบำรุง
* **ความคืบหน้าโครงการน้ำดิบ:** การก่อสร้างเฟส 1 และเฟส 2 และการเริ่มจ่ายน้ำให้กับการนิคมฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** มีมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 4,681 ล้านบาท โดยบริษัทมีการปรับกลยุทธ์เน้นงานชลประทานและประปามากขึ้น และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมจะยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและอัตรากำไร แต่การมี Backlog ที่ชัดเจนเป็นปัจจัยบวก
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Greenwich Prime หทัยราษฎร์ ได้ปิดโครงการแล้วหลังจากการขายและโอนครบ 94 ยูนิต โครงการใหม่ย่านลำลูกกาคลอง 7 อยู่ระหว่างการปรับแบบ คาดว่าจะเริ่มประชาสัมพันธ์และก่อสร้างได้ช่วงไตรมาส 4/2565 ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2565
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารระบุถึงความเสี่ยงจากต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นมากทั้งค่าขนส่งและวัสดุก่อสร้าง (เหล็ก, ปูนซีเมนต์) จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของอุตสาหกรรม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 11,758.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% YTD โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 5.0%
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 8,134.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% YTD โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.7% และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 8.9%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 3,624.2 ล้านบาท ลดลง 4.7% YTD จากผลขาดทุนสะสมที่ยังไม่จัดสรร
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** คำนวณจากหนี้สินรวม 8,134.1 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 3,624.2 ล้านบาท จะอยู่ที่ประมาณ 2.24 เท่า ซึ่งสูงขึ้นจากสิ้นปี 2564 ที่ประมาณ 1.98 เท่า (หนี้สิน 7,528.5 / ส่วนผู้ถือหุ้น 3,803.4) บ่งชี้ถึงการพึ่งพาหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
TPOLY พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2565 จากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่แข็งแกร่ง แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงท้าทาย การมี Backlog ที่มั่นคงและแผนการขยายธุรกิจในกลุ่มน้ำดิบและพลังงานหมุนเวียน เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPOLY ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
804.45
ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
กำไรขั้นต้น
171.27
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.29
%
กำไรสุทธิ
-89.61
ล้านบาท
↑ 130.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.14
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
804
↑ + 2.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↑ + 0.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-90
↑ + 130.6%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPOLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
-74.44
ROA (%)
0.03
Book Value/หุ้น
-0.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPOLY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-290
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPOLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-290.37
+4.95%
|
-276.68
-19.81%
|
-345.02
-173.02%
|
472.47
-323.32%
|
-211.57
-122.22%
|
952.24
+255.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
860.13
-459.59%
|
-239.20
-156.20%
|
425.66
-59.99%
|
1,063.96
-1,053.80%
|
-111.55
-88.67%
|
-984.37
-46.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-57.36
-119.10%
|
300.37
-186.62%
|
-346.78
-65.14%
|
-994.90
+38.36%
|
-719.08
-800.79%
|
102.61
-93.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
512.41
-337.74%
|
-215.53
-19.02%
|
-266.14
-149.15%
|
541.53
-151.96%
|
-1,042.20
-1,578.72%
|
70.48
-186.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|
95.35
-46.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53.35
-85.89%
|
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|