บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.10
+0.01 (+11.11%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12311 out_tok=2775 at=2026-07-26T09:55:44 -->
# TPOLY Q3/2564 กำไรวูบ 70.7% ต้นทุนพุ่ง-รับเหมาหด
## รายได้รวมโต 14.6% แต่ต้นทุนพุ่งแรง 23.9% กดดันกำไรสุทธิลดลง ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าหนุนรายได้หลัก
บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,134.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลกำไรสุทธิ 32.52 ล้านบาท ลดลงถึง 70.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงไฟฟ้าและต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TPOLY ในไตรมาส 3 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนรวมที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ประกอบกับผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของบริษัทใหญ่** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 14.6% เป็น 1,134.58 ล้านบาท แต่ต้นทุนรวมกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 23.9% เป็น 1,057.45 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 70.7% เหลือเพียง 32.52 ล้านบาท และส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขาดทุนถึง 42.98 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** แม้รายได้ลดลง 8.5% แต่ต้นทุนรับเหมาก่อสร้างกลับเพิ่มขึ้น 5.6% ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง 3.6% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนวัสดุ (โดยเฉพาะเหล็ก) และต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนแฝงจากความคลาดเคลื่อนของสัญญา
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** ต้นทุนขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 51.9% และสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้น 10.5% ซึ่งมาจากการจำหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็มีต้นทุนที่เกิดจาก Un-Plan Shut down เข้ามาส่งผลกระทบ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 31.0% และสัดส่วนต่อรายได้เพิ่มขึ้น 0.5%
**ผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของบริษัทใหญ่** เกิดจากการที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทใหญ่ มีรายได้ลดลงและต้นทุนสูงขึ้น ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทย่อยที่อาจมีผลขาดทุนบางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด**
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** ฝ่ายจัดการคาดว่าอัตรากำไรมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นตามภาวะอุตสาหกรรมที่น่าจะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ และมีโครงการที่ชนะประมูลรอเซ็นสัญญา อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการก่อสร้างภาครัฐและเอกชนยังคงชะลอตัว และการแข่งขันที่รุนแรงจะยังคงกดดันอัตรากำไรให้ต่ำต่อเนื่องไปถึงปี 2565 หากสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่คลี่คลาย
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** คาดว่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในปลายปี 2564 แต่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและซ่อมบำรุงอาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ และโครงการใหม่เลื่อนการก่อสร้างออกไป ทำให้รายได้จากส่วนนี้มีแนวโน้มลดลงในระยะสั้น
โดยรวมแล้ว ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนและภาวะการแข่งขันในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าจะยังคงเป็นแรงหนุนรายได้หลัก แต่ก็ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 14.6% YoY** แตะ 1,134.58 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 39.8%
* **กำไรสุทธิลดลง 70.7% YoY** เหลือ 32.52 ล้านบาท และส่วนของบริษัทใหญ่ขาดทุน 42.98 ล้านบาท
* **ต้นทุนรวมพุ่ง 23.9% YoY** เป็น 1,057.45 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.9%
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีมูลค่างานคงเหลือ 2,412 ล้านบาท** (ไม่รวมงานรอเซ็นสัญญา) คาดเซ็นสัญญาแล้วเสร็จ Q1/2565
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีโรงไฟฟ้าเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 10 แห่ง** และมีโครงการโรงไฟฟ้าขยะที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ** มียอดขายโอนกว่า 97% คาดปิดโครงการได้ในปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
TPOLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,134.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าที่เติบโต 39.8% จากการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้าใหม่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมได้ปรับตัวสูงขึ้นถึง 23.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 21.9% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 70.7% เหลือ 32.52 ล้านบาท และส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขาดทุนถึง 42.98 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 3,274.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% โดยมีกำไรสุทธิ 28.96 ล้านบาท ลดลง 91.2% และส่วนของบริษัทใหญ่ขาดทุน 179.37 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและการฉีดวัคซีนครอบคลุม จะส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุน ซึ่งจะส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง
* **โครงการภาครัฐ:** แม้การแข่งขันจะสูง แต่โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับบริษัทในการเข้าประมูล
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** การเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ จะช่วยสร้างรายได้และกำไรที่สม่ำเสมอในระยะยาว
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่ (New S-Curve):** บริษัทมีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจใหม่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และการดำเนินงานของบริษัท
* **ต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น:** ราคาวัสดุ (โดยเฉพาะเหล็ก) และต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง:** การแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะในงานภาครัฐ กดดันให้อัตรากำไรต่ำ
* **ความล่าช้าในการเซ็นสัญญาโครงการ:** งานที่ชนะประมูลแต่ยังรอเซ็นสัญญา อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้
* **ปัญหา Supply Disruption:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และปัญหา Supply Chain อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาวัสดุและการดำเนินโครงการ
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง:** ปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ เป็นลูกโซ่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการเซ็นสัญญาโครงการก่อสร้างใหม่ที่รออยู่
* แนวโน้มต้นทุนวัสดุก่อสร้างและต้นทุนแรงงาน
* การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะผลกระทบจาก Un-Plan Shut down
* ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าขยะที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
* แผนการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนใน Q4/2564
* การบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** มีมูลค่างานคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 2,412 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมงานที่ชนะประมูลรอเซ็นสัญญา โดยสัดส่วนงานภาครัฐอยู่ที่ 62.8% และงานภาคเอกชน 33.0% แม้รายได้ในไตรมาสนี้จะลดลง 8.5% YoY แต่ฝ่ายจัดการคาดว่าอัตรากำไรจะดีขึ้นตามภาวะอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่รุนแรงและการควบคุมต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ
**ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ โดยมียอดขายโอนกว่า 97% คาดปิดโครงการได้ในปี 2564 ส่วนโครงการใหม่ย่านถนนลำลูกกาคลอง 7 ได้เลื่อนการก่อสร้างออกไปเป็นต้นปี 2565 ซึ่งจะส่งผลให้การรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้นมีแนวโน้มลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 12,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 87.6% ส่วนใหญ่มาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้หมุนเวียน และสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 20.4% จากการเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 46.5% จากหุ้นกู้และประมาณการหนี้สินอื่นๆ
ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.8% เหลือ 4,277 ล้านบาท ทำให้ D/E Ratio เพิ่มสูงขึ้น
## สรุปท้าย
TPOLY ในไตรมาส 3/2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและโรงไฟฟ้า แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้า แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้กลืนกินผลกำไรไป ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก และส่วนของบริษัทใหญ่ขาดทุน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมองหาโอกาสในการฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะดีขึ้น และมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ รวมถึงแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่ แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูง การแข่งขันที่รุนแรง และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPOLY ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
804.45
ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
กำไรขั้นต้น
171.27
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.29
%
กำไรสุทธิ
-89.61
ล้านบาท
↑ 130.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.14
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
804
↑ + 2.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↑ + 0.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-90
↑ + 130.6%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPOLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
-74.44
ROA (%)
0.03
Book Value/หุ้น
-0.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPOLY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-290
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPOLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-290.37
+4.95%
|
-276.68
-19.81%
|
-345.02
-173.02%
|
472.47
-323.32%
|
-211.57
-122.22%
|
952.24
+255.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
860.13
-459.59%
|
-239.20
-156.20%
|
425.66
-59.99%
|
1,063.96
-1,053.80%
|
-111.55
-88.67%
|
-984.37
-46.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-57.36
-119.10%
|
300.37
-186.62%
|
-346.78
-65.14%
|
-994.90
+38.36%
|
-719.08
-800.79%
|
102.61
-93.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
512.41
-337.74%
|
-215.53
-19.02%
|
-266.14
-149.15%
|
541.53
-151.96%
|
-1,042.20
-1,578.72%
|
70.48
-186.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|
95.35
-46.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53.35
-85.89%
|
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|