TPOLY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TPOLY
บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.09
0.01 (10.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12311 out_tok=2775 at=2026-07-26T09:55:44 --> # TPOLY Q3/2564 กำไรวูบ 70.7% ต้นทุนพุ่ง-รับเหมาหด ## รายได้รวมโต 14.6% แต่ต้นทุนพุ่งแรง 23.9% กดดันกำไรสุทธิลดลง ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าหนุนรายได้หลัก บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,134.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลกำไรสุทธิ 32.52 ล้านบาท ลดลงถึง 70.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงไฟฟ้าและต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TPOLY ในไตรมาส 3 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนรวมที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ประกอบกับผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของบริษัทใหญ่** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 14.6% เป็น 1,134.58 ล้านบาท แต่ต้นทุนรวมกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 23.9% เป็น 1,057.45 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 70.7% เหลือเพียง 32.52 ล้านบาท และส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขาดทุนถึง 42.98 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ * **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** แม้รายได้ลดลง 8.5% แต่ต้นทุนรับเหมาก่อสร้างกลับเพิ่มขึ้น 5.6% ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง 3.6% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนวัสดุ (โดยเฉพาะเหล็ก) และต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนแฝงจากความคลาดเคลื่อนของสัญญา * **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** ต้นทุนขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 51.9% และสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้น 10.5% ซึ่งมาจากการจำหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็มีต้นทุนที่เกิดจาก Un-Plan Shut down เข้ามาส่งผลกระทบ * **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 31.0% และสัดส่วนต่อรายได้เพิ่มขึ้น 0.5% **ผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของบริษัทใหญ่** เกิดจากการที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทใหญ่ มีรายได้ลดลงและต้นทุนสูงขึ้น ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทย่อยที่อาจมีผลขาดทุนบางส่วน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** * **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** ฝ่ายจัดการคาดว่าอัตรากำไรมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นตามภาวะอุตสาหกรรมที่น่าจะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ และมีโครงการที่ชนะประมูลรอเซ็นสัญญา อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการก่อสร้างภาครัฐและเอกชนยังคงชะลอตัว และการแข่งขันที่รุนแรงจะยังคงกดดันอัตรากำไรให้ต่ำต่อเนื่องไปถึงปี 2565 หากสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่คลี่คลาย * **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** คาดว่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในปลายปี 2564 แต่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและซ่อมบำรุงอาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ และโครงการใหม่เลื่อนการก่อสร้างออกไป ทำให้รายได้จากส่วนนี้มีแนวโน้มลดลงในระยะสั้น โดยรวมแล้ว ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนและภาวะการแข่งขันในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าจะยังคงเป็นแรงหนุนรายได้หลัก แต่ก็ต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 14.6% YoY** แตะ 1,134.58 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 39.8% * **กำไรสุทธิลดลง 70.7% YoY** เหลือ 32.52 ล้านบาท และส่วนของบริษัทใหญ่ขาดทุน 42.98 ล้านบาท * **ต้นทุนรวมพุ่ง 23.9% YoY** เป็น 1,057.45 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.9% * **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีมูลค่างานคงเหลือ 2,412 ล้านบาท** (ไม่รวมงานรอเซ็นสัญญา) คาดเซ็นสัญญาแล้วเสร็จ Q1/2565 * **ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีโรงไฟฟ้าเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 10 แห่ง** และมีโครงการโรงไฟฟ้าขยะที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ** มียอดขายโอนกว่า 97% คาดปิดโครงการได้ในปี 2564 ## ภาพรวมผลประกอบการ TPOLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,134.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าที่เติบโต 39.8% จากการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้าใหม่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมได้ปรับตัวสูงขึ้นถึง 23.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 21.9% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 70.7% เหลือ 32.52 ล้านบาท และส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขาดทุนถึง 42.98 ล้านบาท เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 3,274.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% โดยมีกำไรสุทธิ 28.96 ล้านบาท ลดลง 91.2% และส่วนของบริษัทใหญ่ขาดทุน 179.37 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและการฉีดวัคซีนครอบคลุม จะส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุน ซึ่งจะส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง * **โครงการภาครัฐ:** แม้การแข่งขันจะสูง แต่โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับบริษัทในการเข้าประมูล * **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** การเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ จะช่วยสร้างรายได้และกำไรที่สม่ำเสมอในระยะยาว * **การลงทุนในธุรกิจใหม่ (New S-Curve):** บริษัทมีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจใหม่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต ## ความเสี่ยง * **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และการดำเนินงานของบริษัท * **ต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น:** ราคาวัสดุ (โดยเฉพาะเหล็ก) และต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง:** การแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะในงานภาครัฐ กดดันให้อัตรากำไรต่ำ * **ความล่าช้าในการเซ็นสัญญาโครงการ:** งานที่ชนะประมูลแต่ยังรอเซ็นสัญญา อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ * **ปัญหา Supply Disruption:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และปัญหา Supply Chain อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาวัสดุและการดำเนินโครงการ * **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง:** ปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ เป็นลูกโซ่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * ความคืบหน้าในการเซ็นสัญญาโครงการก่อสร้างใหม่ที่รออยู่ * แนวโน้มต้นทุนวัสดุก่อสร้างและต้นทุนแรงงาน * การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะผลกระทบจาก Un-Plan Shut down * ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าขยะที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง * แผนการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนใน Q4/2564 * การบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินของบริษัท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** มีมูลค่างานคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 2,412 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมงานที่ชนะประมูลรอเซ็นสัญญา โดยสัดส่วนงานภาครัฐอยู่ที่ 62.8% และงานภาคเอกชน 33.0% แม้รายได้ในไตรมาสนี้จะลดลง 8.5% YoY แต่ฝ่ายจัดการคาดว่าอัตรากำไรจะดีขึ้นตามภาวะอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่รุนแรงและการควบคุมต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ โดยมียอดขายโอนกว่า 97% คาดปิดโครงการได้ในปี 2564 ส่วนโครงการใหม่ย่านถนนลำลูกกาคลอง 7 ได้เลื่อนการก่อสร้างออกไปเป็นต้นปี 2565 ซึ่งจะส่งผลให้การรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้นมีแนวโน้มลดลง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 12,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 87.6% ส่วนใหญ่มาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้หมุนเวียน และสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 20.4% จากการเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 46.5% จากหุ้นกู้และประมาณการหนี้สินอื่นๆ ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.8% เหลือ 4,277 ล้านบาท ทำให้ D/E Ratio เพิ่มสูงขึ้น ## สรุปท้าย TPOLY ในไตรมาส 3/2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและโรงไฟฟ้า แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้า แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้กลืนกินผลกำไรไป ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก และส่วนของบริษัทใหญ่ขาดทุน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมองหาโอกาสในการฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะดีขึ้น และมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ รวมถึงแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่ แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูง การแข่งขันที่รุนแรง และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPOLY ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
804.45 ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
กำไรขั้นต้น
171.27 ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.29 %
กำไรสุทธิ
-89.61 ล้านบาท
↑ 130.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.14 %
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
804
↑ + 2.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↑ + 0.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-90
↑ + 130.6% YoY
D/E Ratio
2.17

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPOLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
804.45
+2.95%
781.44
-27.17%
1,073.01
-20.54%
1,350.34
+26.28%
1,069.28
+0.52%
1,063.74
-0.11%
กำไรขั้นต้น —
171.27
+0.82%
169.87
+66.80%
101.85
-23.47%
133.07
+96.50%
67.72
-55.32%
151.57
-34.19%
ค่าใช้จ่ายรวม —
97.95
-21.50%
124.78
-46.63%
233.82
+154.99%
91.70
+10.95%
82.65
-16.24%
98.67
-3.88%
กำไรสุทธิ —
-89.61
-130.60%
-38.86
-124.78%
156.81
+243.62%
-109.18
+19.47%
-135.58
-388.03%
-27.78
-352.45%
กำไรต่อหุ้น —
-0.16
-129.41%
-0.07
-124.82%
0.27
+243.46%
-0.19
+19.41%
-0.24
-383.67%
-0.05
-357.89%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
21.29
-2.07%
21.74
+129.08%
9.49
-3.65%
9.85
+55.61%
6.33
-55.58%
14.25
-34.12%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
12.18
-23.73%
15.97
-26.71%
21.79
+220.91%
6.79
-12.16%
7.73
-16.70%
9.28
-3.73%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-11.14
-124.14%
-4.97
-134.02%
14.61
+280.59%
-8.09
+36.20%
-12.68
-385.82%
-2.61
-353.40%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
-74.44
-759.58%
-8.66
+63.34%
-23.62
-54.58%
-15.28
+28.60%
-21.40
-189.19%
-7.40
ROA(%) —
0.03
-99.39%
4.92
+17.70%
4.18
+58.94%
2.63
+216.87%
0.83
-85.39%
5.68
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
2.17
+5.85%
2.05
-2.38%
2.10
-6.25%
2.24
+13.13%
1.98
+1.02%
1.96
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
0.00
-100.00%
24.67
+74.22%
P/BV —
0.27
-35.71%
0.42
+7.69%
0.39
-39.06%
0.64
-20.99%
0.81
0.81
-10.00%
BV —
0.89
-40.67%
1.50
-4.46%
1.57
-25.94%
2.12
-15.54%
2.51
-12.85%
2.88
+1.05%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
0.53
-81.97%
2.94
ราคาหุ้น —
0.24
-61.90%
0.63
+1.61%
0.62
-54.07%
1.35
-33.17%
2.02
-13.68%
2.34
-9.30%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
-74.44
ROA (%)
0.03
Book Value/หุ้น
-0.56

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPOLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,551.77
-3.50%
—
3,053.86
+14.16%
2,697.21
-7.14%
2,904.68
+41.52%
2,052.46
-17.69%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
8,578.12
-11.02%
—
10,276.11
-13.64%
11,899.45
+5.01%
11,331.91
+9.29%
10,369.01
+5.65%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,331.41
-14.48%
—
5,029.44
+64.56%
3,056.24
+5.05%
2,909.31
+8.75%
2,675.11
+5.93%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
2,543.21
-1.79%
—
1,936.31
-62.57%
5,173.81
+12.01%
4,619.15
+42.29%
3,246.38
+4.98%
รวมหนี้สิน —
5,874.62
-9.41%
—
6,965.75
-15.36%
8,230.05
+9.32%
7,528.46
+27.14%
5,921.49
+5.41%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,703.50
-14.32%
—
3,310.37
-9.78%
3,669.40
-3.52%
3,803.45
-14.48%
4,447.52
+5.97%
D/E —
2.17
—
2.10
2.24
1.98
1.33
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-74.44
—
-23.62
-15.28
-21.40
-7.40
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
0.03
—
4.18
2.63
0.83
5.68
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.77
—
0.61
0.88
1.00
0.86
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.18
—
0.24
0.42
0.47
0.36
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
69.35
—
0.00
0.00
66.97
90.81
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
16.10
—
0.00
0.00
47.74
45.90
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
93.88
—
0.00
0.00
93.91
113.29
วงจรเงินสด —
-8.42
—
0.00
0.00
20.80
23.42
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-290
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPOLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-290.37
+4.95%
-276.68
-19.81%
-345.02
-173.02%
472.47
-323.32%
-211.57
-122.22%
952.24
+255.33%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
860.13
-459.59%
-239.20
-156.20%
425.66
-59.99%
1,063.96
-1,053.80%
-111.55
-88.67%
-984.37
-46.59%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-57.36
-119.10%
300.37
-186.62%
-346.78
-65.14%
-994.90
+38.36%
-719.08
-800.79%
102.61
-93.13%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
512.41
-337.74%
-215.53
-19.02%
-266.14
-149.15%
541.53
-151.96%
-1,042.20
-1,578.72%
70.48
-186.55%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
378.18
+36.09%
277.89
+49.25%
186.19
-63.00%
503.16
+203.44%
165.82
+73.91%
95.35
-46.06%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
53.35
-85.89%
378.18
+36.09%
277.89
+49.25%
186.19
-63.00%
503.16
+203.44%
165.82
+73.91%