บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.10
+0.01 (+11.11%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11998 out_tok=2834 at=2026-07-26T11:02:46 -->
# TPOLY Q1/2565 พลิกขาดทุนสุทธิเป็นกำไรเล็กน้อย รับแรงหนุนรายได้ก่อสร้าง-ไฟฟ้า
## รายได้รวมโต 11.3% แต่กำไรสุทธิบริษัทใหญ่หดตัว เหตุต้นทุนการเงินพุ่งสูง
บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,125.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 1.09 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำกำไรได้ 27.2 ล้านบาท โดยส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขาดทุนสุทธิ 56.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 1/2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่สูงถึง 65.3%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัทใหญ่ให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 11.3% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจโรงไฟฟ้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เอกสารระบุว่าต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 24.5 ล้านบาท (65.3%) เป็นผลมาจาก "กิจกรรมการจัดหาเงิน" ซึ่งอาจหมายถึงการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการดำเนินงานหรือการลงทุนใหม่ๆ ประกอบกับภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 11.9% จากงานในมือ (Backlog) และรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 10.5% จากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าใหม่ๆ และโรงไฟฟ้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าเอกสารจะระบุว่าต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจาก "กิจกรรมการจัดหาเงิน" แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าเป็นการจัดหาเงินเพื่อวัตถุประสงค์ใด และมีแผนการชำระคืนหรือปรับโครงสร้างหนี้อย่างไร การที่บริษัทมีแผนลงทุนในธุรกิจน้ำดิบ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก อาจส่งสัญญาณว่าต้นทุนทางการเงินอาจยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 1,125.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% YoY:** มาจากการเติบโตของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (เพิ่ม 11.9%) และธุรกิจโรงไฟฟ้า (เพิ่ม 10.5%)
* **ส่วนของบริษัทใหญ่ขาดทุนสุทธิ 56.2 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 17.9 ล้านบาท YoY
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 65.3%:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลกำไรสุทธิ
* **Backlog งานก่อสร้างคงเหลือ 3,677 ล้านบาท:** จะทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2567
* **โครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ:** เหลือขาย 1 ยูนิต คาดปิดโครงการได้ในปี 2565
* **แผนลงทุนโครงการน้ำดิบ:** เฟส 1 คาดแล้วเสร็จ มิ.ย. 65 และเริ่มจ่ายน้ำ ก.ค. 65, เฟส 2 คาดเริ่มก่อสร้าง มิ.ย. 65 แล้วเสร็จ มี.ค. 66
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,125.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% จากปีก่อน โดยมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 1.09 ล้านบาท ลดลง 104.0% จากปีก่อนที่กำไร 27.2 ล้านบาท ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขาดทุน 56.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.7% จากปีก่อนที่ขาดทุน 38.3 ล้านบาท
* **รายได้:** เพิ่มขึ้น 11.3% เป็น 1,125.5 ล้านบาท
* รายได้รับเหมาก่อสร้าง: 492.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9%
* รายได้ขายไฟฟ้า: 625.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5%
* รายได้ขายอสังหาริมทรัพย์: 4.8 ล้านบาท ลดลง 4.2%
* **ต้นทุน:** เพิ่มขึ้น 13.6% เป็น 991.7 ล้านบาท
* ต้นทุนรับเหมาก่อสร้าง: เพิ่มขึ้น 9.2%
* ต้นทุนขายไฟฟ้า: เพิ่มขึ้น 18.0%
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 3.5% เป็น 133.8 ล้านบาท
* **กำไรก่อนค่าใช้จ่าย:** เพิ่มขึ้น 20.3% เป็น 171.1 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 2.8% เป็น 87.0 ล้านบาท
* **กำไร (ขาดทุน) จากกิจกรรมดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 36.9% เป็น 69.9 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 65.3% เป็น 62.2 ล้านบาท
* **กำไร (ขาดทุน) ก่อนภาษี:** ลดลง 45.3% เป็น 9.7 ล้านบาท
* **กำไร (ขาดทุน) สำหรับงวด:** ขาดทุน 1.09 ล้านบาท
## โอกาส
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** มี Backlog 3,677 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ถึงปี 2567 บริษัทมุ่งเน้นงานก่อสร้างที่มีอัตรากำไรสูง เช่น งานวางท่อ ซึ่งล่าสุดได้เซ็นสัญญามูลค่า 1,251 ล้านบาท
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** มีโรงไฟฟ้าที่เริ่ม COD แล้ว 11 โครงการ กำลังการเสนอขายรวม 106.5 MW คาดว่าโรงไฟฟ้าที่เริ่ม COD ในปี 2563-2565 จะมีประสิทธิภาพดีขึ้น
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ คาดปิดได้ในปี 2565 และมีโครงการใหม่ย่านถนนลำลูกกาคลอง 7 ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างและรับรู้รายได้ในปี 2565
* **ธุรกิจการค้า:** รายได้มีแนวโน้มเติบโตจากการเป็นตัวแทนจัดหาเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้า
* **โครงการน้ำดิบ:** การลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำดิบ ซึ่งบริษัทเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างท่อทั้งหมด คาดจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพรายได้และอัตรากำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างยังคงได้รับแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินบาทอ่อนตัว สงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ต้นทุนวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น:** ราคาวัสดุหลัก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ และคอนกรีต ปรับตัวสูงขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างยังคงรุนแรงจากการชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน
* **ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้:** สถานการณ์ COVID-19, ปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นลูกโซ่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะต่อไปหรือไม่
* **ความคืบหน้าโครงการน้ำดิบ:** การก่อสร้างเฟส 1 และเฟส 2 จะแล้วเสร็จตามแผนและสร้างรายได้ตามคาดหรือไม่
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog งานก่อสร้าง:** จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรได้ดีเพียงใด
* **การเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** โครงการใหม่ย่านลำลูกกาคลอง 7 จะได้รับการตอบรับที่ดีเพียงใด
* **ประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า:** โรงไฟฟ้าที่เริ่ม COD ใหม่ๆ จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **Backlog:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 มีมูลค่างานรอรับรู้รายได้ 3,677 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมงานที่ชนะการประมูลแต่ยังไม่ลงนาม โดยบริษัทมีการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง
* **รายได้จากการก่อสร้าง:** รับรู้รายได้ 492.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% โดยงานภาครัฐมีสัดส่วน 56.1% งานภาคเอกชน 40.7% และงานโรงไฟฟ้า 3.1%
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้น 9.2% แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง 0.8% แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
* **โครงการอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Greenwich Prime ใกล้ปิดโครงการ มีความคืบหน้ายอดขายกว่า 99% คาดปิดโครงการได้ในปี 2565 โครงการใหม่ย่านลำลูกกาคลอง 7 อยู่ระหว่างปรับแบบ คาดเริ่มประชาสัมพันธ์และก่อสร้างช่วงไตรมาส 3/2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 11,729.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากสิ้นปี 2564
* สินทรัพย์หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย 0.3%
* สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.8% จากเงินฝากที่ติดภาระค้ำประกัน, เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า, สินทรัพย์สิทธิการใช้
* **หนี้สินรวม:** 8,013.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% จากสิ้นปี 2564
* หนี้สินหมุนเวียนลดลง 3.0%
* หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12.4% จากหนี้สินตามสัญญาเช่าและหุ้นกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 3,716.4 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรร
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** คำนวณจากข้อมูลที่มี (หนี้สินรวม 8,013.2 / ส่วนผู้ถือหุ้น 3,716.4) อยู่ที่ประมาณ 2.16 เท่า ซึ่งสูงขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
TPOLY ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้จากการดำเนินงานหลักในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและโรงไฟฟ้า แต่ก็ไม่สามารถชดเชยภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้ส่วนของบริษัทใหญ่ขาดทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมี Backlog งานก่อสร้างที่แข็งแกร่ง และมีแผนลงทุนในโครงการน้ำดิบที่จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพรายได้ในอนาคต นักลงทุนควรจับตาดูทิศทางต้นทุนทางการเงิน ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPOLY ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
804.45
ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
กำไรขั้นต้น
171.27
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.29
%
กำไรสุทธิ
-89.61
ล้านบาท
↑ 130.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.14
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
804
↑ + 2.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↑ + 0.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-90
↑ + 130.6%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPOLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
-74.44
ROA (%)
0.03
Book Value/หุ้น
-0.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPOLY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-290
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPOLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-290.37
+4.95%
|
-276.68
-19.81%
|
-345.02
-173.02%
|
472.47
-323.32%
|
-211.57
-122.22%
|
952.24
+255.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
860.13
-459.59%
|
-239.20
-156.20%
|
425.66
-59.99%
|
1,063.96
-1,053.80%
|
-111.55
-88.67%
|
-984.37
-46.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-57.36
-119.10%
|
300.37
-186.62%
|
-346.78
-65.14%
|
-994.90
+38.36%
|
-719.08
-800.79%
|
102.61
-93.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
512.41
-337.74%
|
-215.53
-19.02%
|
-266.14
-149.15%
|
541.53
-151.96%
|
-1,042.20
-1,578.72%
|
70.48
-186.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|
95.35
-46.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53.35
-85.89%
|
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|