บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.10
+0.01 (+11.11%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12552 out_tok=2953 at=2026-07-27T13:40:37 -->
# TPOLY Q2/64 พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 125.5% รับแรงหนุนธุรกิจโรงไฟฟ้า
## รายได้รวมโต 15.3% จากโรงไฟฟ้าใหม่ 4 แห่ง ขณะต้นทุนพุ่งสูงกระทบกำไรขั้นต้น
บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,128.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิรวม 30.8 ล้านบาท ลดลง 125.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากภาวะอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างที่ชะลอตัวและต้นทุนที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TPOLY ในไตรมาส 2/2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้บางส่วน แต่ถูกกดดันด้วยต้นทุนขายที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนการขายไฟฟ้า ทำให้ภาพรวมยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 15.3% แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลงถึง 71.3% และส่งผลให้ขาดทุนสุทธิลดลง 125.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ที่เพิ่มขึ้น** มาจากการเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มอีก 4 โรงไฟฟ้า ส่งผลให้มีโรงไฟฟ้าที่รับรู้รายได้แล้วรวม 10 โครงการ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มปี 3 โครงการ ทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 57% ของรายได้รวม
**อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่สูงขึ้นอย่างมาก** โดยเฉพาะต้นทุนจากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นถึง 92.9% เป็นปัจจัยกดดันหลัก สาเหตุมาจาก 4 โรงไฟฟ้าใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการจำหน่ายไฟฟ้า ทำให้เครื่องจักรยังทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนขายไฟฟ้าต่อรายได้รวมปรับเพิ่มขึ้นจาก 25.6% ในปีก่อน เป็น 42.9% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นก็เป็นอีกปัจจัย
ในส่วนของ **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง** รายได้ลดลง 9.9% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว รวมถึงการรับรู้รายได้จากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่น้อยลง แม้ต้นทุนรับเหมาก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 15.4% แต่สัดส่วนต่อรายได้ยังคงเท่าเดิม ฝ่ายจัดการระบุว่ายังคงมุ่งมั่นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงการและจัดการต้นทุน
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ปรับตัวลดลง 15.0% สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี แต่ **ต้นทุนทางการเงิน** กลับเพิ่มขึ้น 107.0% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมของธุรกิจโรงไฟฟ้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้รายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการทยอย COD ของโรงไฟฟ้าที่เหลือ และคาดว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานจะดีขึ้นในช่วงปลายปี 2564 แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อเพิ่มอัตรากำไรได้หรือไม่ ในขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะอุตสาหกรรมที่แข่งขันรุนแรงและต้นทุนที่สูงขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 1,128.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% YoY** จากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่ 4 แห่ง
* **ขาดทุนสุทธิ 30.8 ล้านบาท ลดลง 125.5% YoY** จากการขาดทุนสุทธิ 151.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายพุ่ง 41.2% YoY** โดยเฉพาะต้นทุนขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 92.9% กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีสัดส่วนรายได้ 57%** เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการ COD โรงไฟฟ้าใหม่ 4 แห่ง
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายได้ลดลง 9.9% YoY** จากภาวะอุตสาหกรรมชะลอตัวและต้นทุนสูง
* **Backlog งานรับเหมาก่อสร้างคงเหลือ 2,715 ล้านบาท** ณ สิ้นไตรมาส 2/2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
TPOLY และบริษัทย่อยมีรายได้รวมในไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 1,128.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้า 46.4% จากการ COD โรงไฟฟ้าใหม่ 4 แห่ง ทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าอยู่ที่ 57% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างลดลง 9.9% เนื่องจากภาวะอุตสาหกรรมชะลอตัวและต้นทุนที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นถึง 41.2% โดยเฉพาะต้นทุนขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 92.9% ตามการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นและอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 71.3% มาอยู่ที่ 64.5 ล้านบาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 15.0% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 107.0% ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษี 54.9 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 30.8 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 125.5% จากปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 2,140.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 3.6 ล้านบาท ลดลง 101.6% จากปีก่อน
## โอกาส
* **การทยอยรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่:** มีโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว 10 โครงการ และคาดว่าจะมีประสิทธิภาพดีขึ้นในช่วงปลายปี 2564
* **การเข้าประมูลงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง:** มี Backlog งานรับเหมาก่อสร้างคงเหลือ 2,715 ล้านบาท และยังคงเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่ (New S-Curve):** มีแผนการขยายธุรกิจและการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 4/2564
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** มีเป้าหมายลดต้นทุนโครงการอย่างน้อย 1% ของต้นทุนรวมภายในปี 2564 ผ่านการปรับปรุงระบบ Supply Chain
## ความเสี่ยง
* **ภาวะอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างชะลอตัว:** การแข่งขันรุนแรง กดดันอัตรากำไร และการชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน
* **ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น:** ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และค่าขนส่ง ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และการตัดสินใจลงทุน
* **ต้นทุนการดำเนินงานโรงไฟฟ้า:** ต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าใหม่ที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนทางการเงิน:** มีผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงไฟฟ้า:** การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
* **ความคืบหน้าการรับรู้รายได้จาก Backlog งานก่อสร้าง:** การบริหารจัดการต้นทุนโครงการท่ามกลางราคาวัสดุที่สูงขึ้น
* **การเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** ความคืบหน้าโครงการย่านถนนลำลูกกาคลอง 7 ที่คาดว่าจะเลื่อนการก่อสร้าง
* **แผนการขยายธุรกิจและลงทุนใน New S-Curve:** ความชัดเจนและทิศทางการลงทุนใหม่ๆ
* **สถานการณ์ COVID-19:** ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** บริษัทมีมูลค่างานคงเหลือ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 2,715 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566 โดยในไตรมาส 2/2564 มีการรับรู้รายได้ 474.52 ล้านบาท แบ่งเป็นงานภาครัฐ 70.80%, งานภาคเอกชน 21.10% และงานไฟฟ้า 8.10% แม้จะมีการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงและต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น ทั้งราคาวัสดุและค่าแรง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการกำลังดำเนินการปรับปรุงระบบ Supply Chain เพื่อลดต้นทุนโครงการ
**ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Greenwich Prime หทัยราษฎร์ มูลค่า 370 ล้านบาท มียอดขายโอนแล้ว 89 ยูนิต จากทั้งหมด 94 ยูนิต คิดเป็นกว่า 95% คาดว่าจะปิดโครงการได้ภายในปี 2564 ส่วนโครงการใหม่ย่านถนนลำลูกกาคลอง 7 ที่มีทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม คาดว่าจะเลื่อนการก่อสร้างออกไปจากเดิมที่จะเริ่มดำเนินการได้ช่วงต้นปี 2565 เนื่องจากภาวะตลาดที่ซบเซา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,760.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 13.7% จากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.3% จากการลงทุนในกิจกรรมต่างๆ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,496.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 17.7% จากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3.1% จากเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 4,264.2 ล้านบาท ลดลง 4.1% จากสิ้นปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขาดทุนสะสมที่ยังไม่จัดสรร
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 2/2564 ติดลบ 16.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบ 147.2 ล้านบาท (ลดลง 112.3%)
## สรุปท้าย
TPOLY ในไตรมาส 2/2564 พลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 125.5% โดยมีรายได้รวมเติบโต 15.3% จากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าใหม่หลายแห่ง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นในธุรกิจรับเหมา ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร ทำให้ภาพรวมยังคงขาดทุน แม้จะลดลงจากปีก่อน ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังคงทำได้ดี แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา แนวโน้มในอนาคตยังคงต้องพึ่งพารายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ทยอย COD เพิ่มเติม ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะอุตสาหกรรมและต้นทุนที่สูงขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPOLY ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
804.45
ล้านบาท
↑ 2.9% YoY
กำไรขั้นต้น
171.27
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.29
%
กำไรสุทธิ
-89.61
ล้านบาท
↑ 130.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.14
%
D/E Ratio
2.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
804
↑ + 2.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
171
↑ + 0.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-90
↑ + 130.6%
YoY
D/E Ratio
2.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPOLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.17
ROE (%)
-74.44
ROA (%)
0.03
Book Value/หุ้น
-0.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPOLY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-290
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPOLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-290.37
+4.95%
|
-276.68
-19.81%
|
-345.02
-173.02%
|
472.47
-323.32%
|
-211.57
-122.22%
|
952.24
+255.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
860.13
-459.59%
|
-239.20
-156.20%
|
425.66
-59.99%
|
1,063.96
-1,053.80%
|
-111.55
-88.67%
|
-984.37
-46.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-57.36
-119.10%
|
300.37
-186.62%
|
-346.78
-65.14%
|
-994.90
+38.36%
|
-719.08
-800.79%
|
102.61
-93.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
512.41
-337.74%
|
-215.53
-19.02%
|
-266.14
-149.15%
|
541.53
-151.96%
|
-1,042.20
-1,578.72%
|
70.48
-186.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|
95.35
-46.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
53.35
-85.89%
|
378.18
+36.09%
|
277.89
+49.25%
|
186.19
-63.00%
|
503.16
+203.44%
|
165.82
+73.91%
|