บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
16.30
+0.10 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10722 out_tok=3021 at=2026-07-26T09:34:27 -->
# TOA กำไรสุทธิ Q4/2564 ลดลง 4.1% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้โต 12.1% แต่กำไรขั้นต้นหดตัว ชี้ต้นทุนวัตถุดิบหลักพุ่งสูงกระทบผลประกอบการทั้งปี
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีรายได้จากการขายเติบโต 12.1% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TOA ในไตรมาส 4 และตลอดปี 2564 คือ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ใช้ในกระบวนการผลิต ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างต่อเนื่อง** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีก็ตาม
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2564 กำไรสุทธิลดลง 4.1% มาอยู่ที่ 472.6 ล้านบาท จาก 493.0 ล้านบาทในปี 2563 แม้รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 12.1% เป็น 4,671.6 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 36.1% เป็น 30.2% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 11.7% เป็น 10.0%
สำหรับทั้งปี 2564 กำไรสุทธิลดลง 3.7% มาอยู่ที่ 1,955.1 ล้านบาท จาก 2,031.2 ล้านบาทในปี 2563 แม้รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 17,570.5 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 36.9% เป็น 32.7% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 12.4% เป็น 11.0%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นและกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น คือ **ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยของวัตถุดิบหลักที่ใช้ในกระบวนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงสาเหตุเฉพาะเจาะจงของราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารโดยรวมมีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างน้อย โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าโฆษณาและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงในไตรมาส 4 จากผลของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลงจากการปรับใช้มาตรฐาน TFRS 9 แต่สำหรับทั้งปี ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายเพื่อพนักงานในช่วงโควิด-19
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด**
ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ใช้ในกระบวนการผลิตมีต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากแนวโน้มราคาวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูง หรือปรับตัวสูงขึ้นอีก ก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ ต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่รายได้จากการขายยังคงเติบโตได้จากการปรับราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q4/2564 เติบโต 12.1% YoY** แตะ 4,671.6 ล้านบาท จาก 4,166.6 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้นในผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิว
* **กำไรสุทธิ Q4/2564 ลดลง 4.1% YoY** อยู่ที่ 472.6 ล้านบาท จาก 493.0 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 22.4%
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q4/2564 หดตัว** เหลือ 30.2% จาก 36.1% YoY สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น
* **รายได้จากการขายทั้งปี 2564 เพิ่มขึ้น 7.8% YoY** อยู่ที่ 17,570.5 ล้านบาท จาก 16,296.0 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิทั้งปี 2564 ลดลง 3.7% YoY** อยู่ที่ 1,955.1 ล้านบาท จาก 2,031.2 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นทั้งปี 2564 ลดลง** เหลือ 32.7% จาก 36.9% YoY จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 2,619.4 ล้านบาท จาก 2,163.0 ล้านบาท YoY โดยหลักจากสินค้าสำเร็จรูปและงานระหว่างทำ
* **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น** ในปี 2564 อยู่ที่ 2,529.6 ล้านบาท จาก 1,969.5 ล้านบาทในปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 4,671.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับราคาขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 22.4% เป็น 3,259.7 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 6.2% มาอยู่ที่ 1,411.9 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 36.1% เป็น 30.2% แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 4.1% มาอยู่ที่ 472.6 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 17,570.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในหลายช่องทางและหลายประเภทผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 14.9% เป็น 11,823.3 ล้านบาท จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 36.9% เป็น 32.7% แม้ค่าใช้จ่ายในการขายจะลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปีลดลง 3.7% มาอยู่ที่ 1,955.1 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับราคาขาย:** ฝ่ายจัดการได้มีการปรับราคาขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคารและผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิว ซึ่งช่วยหนุนรายได้จากการขายให้เติบโตได้ แม้ในภาวะต้นทุนสูง
* **การเติบโตของปริมาณการขาย:** มีการระบุถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในช่องทาง Modern Trade และในตลาดต่างประเทศบางส่วน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายฐานลูกค้า
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง และการบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ควบคุมได้ เป็นปัจจัยที่ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรได้บ้าง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนและสูงขึ้น:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด หรือหากต้นทุนยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสาร แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบผิวเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเสมอ
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตสี ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงในระยะต่อไป
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุนและราคาขาย:** การปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* **การเติบโตของรายได้ในตลาดต่างประเทศ:** ประสิทธิภาพในการขยายตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดภาระต้นทุนการจัดเก็บและลดความเสี่ยงสินค้าล้าสมัย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตสีและสารเคลือบผิว TOA มีความเชื่อมโยงกับภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างโดยตรง โดยรายได้หลักมาจากผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร และผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวอื่นๆ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากกิจกรรมการก่อสร้างและการปรับปรุงอาคาร
* **รายได้จากการขาย:** เติบโตได้ดีในไตรมาส 4 และทั้งปี 2564 โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สีทาอาคารที่ได้รับแรงหนุนจากการปรับราคาขาย และผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวที่เพิ่มขึ้นทั้งราคาและปริมาณการขาย
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงต้นทุนการก่อสร้างโดยตรง แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสี ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับผู้รับเหมาและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
* **สินค้าคงเหลือ:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลืออาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้น หรือการสต็อกวัตถุดิบเพื่อป้องกันความผันผวนของราคา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงเล็กน้อยจาก 3.2 เท่า เป็น 3.0 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ดี โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
* **หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.4 เท่า เป็น 0.5 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ต่ำและบริหารจัดการได้
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 เป็น 2,529.6 ล้านบาท จาก 1,969.5 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดี
* **กิจกรรมลงทุน:** มีการใช้เงินสดในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นในปี 2564 เป็น 743.9 ล้านบาท จาก 561.0 ล้านบาทในปี 2563 โดยหลักมาจากการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน การซื้ออาคารและอุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีการใช้เงินสดในกิจกรรมจัดหาเงินลดลงในปี 2564 เป็น 1,225.4 ล้านบาท จาก 1,682.7 ล้านบาทในปี 2563 โดยหลักมาจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
TOA เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิในปี 2564 แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากการขายได้จากการปรับราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในบางส่วน แต่แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานดีขึ้น เป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
5,583.98
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,236.45
ล้านบาท
↑ 25.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.05
%
กำไรสุทธิ
844.39
ล้านบาท
↑ 87.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.12
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,584
↑ + 5.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,236
↑ + 25.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
844
↑ + 87.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
20.72
ROA (%)
17.44
Book Value/หุ้น
8.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,599
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,704
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,599.05
-7.78%
|
-1,734.04
-45.46%
|
-3,179.29
+155.69%
|
-1,243.43
-58.21%
|
-2,975.65
-251.09%
|
1,969.45
-18.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,704.19
+5,323.90%
|
31.42
-98.78%
|
2,564.95
+24.02%
|
2,068.13
+8.30%
|
1,909.57
+240.37%
|
561.02
-140.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,769.73
+31.22%
|
1,348.72
+199.13%
|
450.88
+137.91%
|
189.52
-73.92%
|
726.80
-143.19%
|
-1,682.66
+33.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,213.06
-3,366.03%
|
-67.76
-524.30%
|
15.97
-99.06%
|
1,693.23
-599.07%
|
-339.28
-140.02%
|
847.81
-407.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
2,207.86
-26.68%
|
3,011.17
+24.44%
|
2,419.78
+52.11%
|
1,590.85
-14.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,777.87
+8.12%
|
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|